โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลูกชายสุดช็อก เจอศพพ่อคารถไถนา สภาพเสียชีวิตมากว่า 3 วัน เผยลางบอกเหตุ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2565 เวลา 12.12 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2565 ร.ต.อ.ชาคริต นิสัยรัมย์ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ลำดวน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีผู้พบศพชายอยู่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหินโคน ม.10 ต.ลำดวน อ.กระสัง จึงประสานหน่วยกู้ชีพในพื้นที่เข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายบุญลือ ทะนวนรัมย์ อายุ72ปี บ้านเลขที่95ม.10 ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตในลักษณะท่ายืนติดกับเสารั้วลวดหนาม โดยมีแฮนด์รถไถนาเดินตามหนีบเอาไว้ ส่วนรถไถนามีลักษณะติดหล่ม สภาพศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดเสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน

ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีลวดหนามแทงบริเวณท้ายทอยเป็นแผลลึก 2-3 แผล ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และคาดว่าตอนที่ประสบเหตุยังไม่เสียชีวิตในทันที แต่ไม่มีใครช่วยเหลือ

ด้าน นายสุทัศน์ ทะนวนรัมย์ อายุ 46 ปี ลูกชายผู้ตายเล่าว่า เมื่อ 2-3 วันก่อน ตาซ้ายกระตุกผิดสังเกตุ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นที่บ้าน คิดถึงพ่อเป็นคนแรกเพราะชอบนอนกระท่อมนาเมื่อเดินทางมาถึงที่บุรีรัมย์ รีบไปหาพ่อที่กระท่อมทันที แทบไม่น่าเชื่อตาที่กระตุกบวกความฝัน เห็นพ่อเสียชีวิตในท่ายืนติดกับรถไถนาเดินตาม จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

นายสุทัศน์ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุคาดว่าพ่อน่าจะเอารถไถนาเดินตามมาปรับที่ดิน แต่รถอาจจะติดหล่ม จึงพยายามจะเอารถออก แล้วเอามือไปกำครัชรถ เพื่อจะให้รถสลัดออกจากหลุม ทำให้แรงเวี่ยงของแฮนด์รถไถซึ่งมีความยาม สะบัดใส่ใบหน้าแล้วดึงเอาไปติดกับรั้วลวดหนาม แต่ไม่มีใครเห็น

ขณะที่ นางสาวหวน สายบุตร อายุ 73 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนกับสามีแยกกันอยู่ แต่พอรู้ความเคลื่อนไหว สามีชอบไปทำนาคนเดียว ชอบขับรถไถนาเดินตาม ทำให้ไม่มีใครรู้ ใครเห็นตอนที่เกิดเหตุ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...