ผู้ค้าสำเพ็ง แฉ ทุนจีนกลืน"สำเพ็ง-เสือป่า"
ผู้ประกอบการย่านสำเพ็งรายหนึ่ง บอกว่า นอกจากทุนจีนสีเทาที่ปรากฎตามข่าว ที่ตลาดสำเพ็งก็มีลักษณะของทุนจีนที่เข้ามาเช่าอาคารเปิดร้าน โดยเริ่มเข้ามาได้กว่า 10 ปี แต่เข้ามาเยอะขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่คนไทยสู้ค่าเช่าไม่ไหว จนปัจจุบันย่านสำเพ็ง-เสือป่า กลายเป็นกิจการของคนจีนไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์
สิ่งที่เธอผิดสังเกต คือคนจีนกลุ่มนี้จ่ายค่าเช่าหลัก 3-4 แสนบาทต่อเดือน มากกว่าคนไทย 2-3 เท่า ทั้งที่สภาพเศรษฐกิจไม่ดี และเธอสังเกตบางร้านแทบไม่มีลูกค้าเข้า เอารายได้จากไหนมาจ่ายค่าเช่าและค่าคนงานในร้าน
ยึดทรัพย์ 300 ล้าน เครือข่ายมาเฟียจีน
รู้จัก “จ้าว เหว่ย” เจ้าพ่อคิงส์โรมัน
ผู้ประกอบการรายนี้ยังเล่าอีกว่า เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา เช้าวันหนึ่งเธอเห็นตำรวจและทหาร บุกจับร้านของชาวจีนในย่านเสือป่าในความผิดฟอกเงิน ซึ่งร้านที่ตำรวจจับก็มีลักษณะเดียวกัน คือจ่ายค่าเช่าแพง และไม่ค่อยมีลูกค้าเข้า จากนั้นร้านดังกล่าวก็ปิดตัวลง และเรื่องเงียบหายไป
โดยรูปแบบของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามา มักนำเข้าสินค้าจากจีน เริ่มแรกขายราคาส่งให้คนไทย แต่พักหลังก็ขายปลีกตัดราคาคนไทย ซึ่งไม่สามารถขายได้ถูกกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายนี้ตั้งคำถามว่า กลุ่มคนจีนที่เข้ามา มีการจดทะเบียนการค้า หรือเสียภาษีถูกต้องเหมือนคนไทยหรือไม่
ทีมข่าวพีพีทีวีสำรวจตลาดสำเพ็ง พบว่ามีหลายร้านที่เจ้าของกิจการเป็นคนจีน ซึ่งเมื่อเข้าไปสอบถาม บางคนก็พูดภาษาไทยแทบไม่ได้ ขณะที่บางคนพูดได้เล็กน้อย
จากการสำรวจพบร้านค้าที่มีเจ้าของเป็นคนจีน มาเปิดในช่วงโควิด-19 และจ่ายค่าเช่าหลักแสนบาทจริง ขณะที่สภาพการค้าภายในตลาด ช่วงโควิด-19 ยอดขายไม่ดี และตอนนี้แม้จะเปิดประเทศแล้ว แต่ก็ยังไม่กลับมาคึกคัก 100 เปอร์เซ็นต์