ถอดรหัสการเติบโตของ WARRIX แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชั้นนำของไทย ที่กำลังเข้าตลาดหุ้น
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX สุดยอดแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชั้นนำของไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จัก กำลังวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใต้กลยุทธ์การเติบโตที่จะไม่ได้เป็นแค่เพียงแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา รวมทั้งเป้าหมายจะไม่ได้เติบโตแค่ในประเทศไทย ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า WARRIX จะเติบโตไปอย่างไร เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน
WARRIX เริ่มสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก จากการเป็นผู้สนับสนุนเสื้อผ้าและอุปกรณ์ให้นักกีฬา (Licensed Product) ในการแข่งขันฟุตบอลระดับภูมิภาค จนเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างกว้างขวางขึ้น เมื่อได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนเสื้อผ้ากีฬาทีมชาติไทย ซึ่ง WARRIX ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นระยะเวลา 12 ปี ตั้งแต่ปี 2560 จนถึง ปี 2571สิ่งที่ได้จากการที่เป็นผู้สนับสนุนกีฬาคือการสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) กับผู้บริโภค โดย WARRIX ใช้การตลาดในรูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับแบรนด์เสื้อผ้าที่นักกีฬาสวมใส่ และการที่ผู้บริโภคเห็นแบรนด์ปรากฎอยู่บนตัวนักกีฬาหรือป้ายสนับสนุน ยังเป็นการตอกย้ำและสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
โดย WARRIX สามารถสร้างยอดจำหน่ายจากการเป็นผู้สนับสนุนผ่านฐานแฟนคลับโดยเฉพาะฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของประเทศไทย ที่มีแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น และแฟนคลับเหล่านี้มีพฤติกรรมซื้อเสื้อเชียร์เพื่อใส่ไปเชียร์ฟุตบอลทีมที่ตัวเองชอบในแมตซ์ต่าง ๆ
นอกเหนือจากการสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคในประเทศไทยแล้วนั้น WARRIX ยังได้ขยายฐานการรับรู้ของแบรนด์ไปยังต่างประเทศ โดยมีการตั้งบริษัทย่อยที่ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต อีกทั้ง WARRIX ได้สิทธิในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายให้กับนักกีฬาทีมชาติของต่างประเทศ เช่น ฟุตบอลทีมชาติเมียนมา
นอกจากนี้ WARRIX ยังเป็นแบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์แรกที่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตซอลระดับท็อป 3 ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งแสดงถึงคุณภาพและความสำเร็จของ WARRIXในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้รับความไว้วางใจในระดับภูมิภาค ทำให้ชุดกีฬา WARRIX เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
ขณะเดียวกัน นอกจากเสื้อผ้ากีฬาแล้ว WARRIX ยังมีสินค้าคลาสสิคและสินค้าคอลเลคชั่น (Non – Licensed Product) ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันและปรับเปลี่ยนตามความนิยม เพื่อสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในการขยายฐานลูกค้าไม่เฉพาะกลุ่มนักกีฬาหรือแฟนกีฬา นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาและอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกฟุตบอล รองเท้าวิ่ง นาฬิกาแบบสปอร์ต เป็นต้น
WARRIX ยังเดินหน้าทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องในรูปแบบต่าง ๆ ที่กว้างขึ้น โดยเน้นในเรื่องของ Active & Lifestyle ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนอีเวนต์กีฬาอื่น ๆ เทศกาลดนตรี อีกทั้งได้เพิ่มสินค้าให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าทั้ง สปอร์ตบรา สตรีทแวร์ (Street- wear) รองเท้า กระเป๋า หมวก หน้ากากผ้า กันฝุ่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย อุปกรณ์โยคะ เป็นต้น พร้อมเซ็นสัญญากับสตาร์ทีมชาติไทย ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายวงการมาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์
ไม่ใช่เพียงแค่โอกาสในการเติบโตไปกับอุตสาหกรรมในธุรกิจเสื้อผ้ากีฬาที่เติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปีมาอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ WARRIX ยังได้สร้างความน่าสนใจ ด้วยการต่อยอดการเติบโตเป็นเฮลท์ แอนด์ ไลฟ์สไตล์ โดยในช่วงปี 2563 ได้เริ่มต้นการรุกสู่ธุรกิจการให้บริการดำเนินการด้านสุขภาพ (Health) ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาในรูปแบบของการให้บริการกายภาพบำบัด ซึ่งมีให้บริการคลินิคกายภาพบำบัด โดยมีนักกายภาพที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการผู้ใช้บริการอย่างมืออาชีพ
สำหรับโอกาสการเติบโตและเทรนด์ธุรกิจ รายได้ของกลุ่มนี้อยู่ในทิศทางที่กำลังเติบโต ซึ่งมีการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 12% ไม่ใช่แค่สปอร์ต แต่ในทิศทางเฮลท์แคร์ก็เติบโตด้วยเช่นกัน โดยเห็นการเติบโตหลัก ๆ จากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คนสนใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการออกกำลังกาย และการเข้าสู่สังคมคนแก่ ทำให้การเข้าถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์กายภาพมีมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่จะช่วยการเติบโตให้กับ WARRIX
WARRIX ตั้งเป้าหมายของธุรกิจ โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการเข้าไปสู่พื้นที่การใช้ชีวิตของคนทุกกลุ่มทั้งนักกีฬาและแฟนกีฬาเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้รักสุขภาพ ด้วยธุรกิจที่กำลังพัฒนาใน 5 ด้าน สรุปได้ ดังนี้
Sports ขยายไลน์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาให้ครอบคลุมประเภทกีฬาที่หลากหลาย เช่น ฟุตบอล วิ่ง บาสเกตบอล กอล์ฟ และเทเบิลเทนนิส
Active & Lifestyle ขยายผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก lifestyle และ กิจกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ในชีวิตประจำวัน Streetwear และผลิตภัณฑ์ทำจากคอตตอน เป็นต้น
Health ขยายไปยังธุรกิจด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จากโครงการเดิมคลีนิค Warrix Physiotherapy & Performance Studio ในพื้นที่สเตเดี้ยมวัน ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา Warrix Run Hub ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวมถึงโครงการศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาบริเวณถนนพระรามเก้า
Explorer ขยายฐานลูกค้า และทำให้แบรนด์วอริกซ์เป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยการเป็นผู้จัด และผู้รวมสนับสนุนโครงการงานวิ่ง งานเทศกาลดนตรี อาหาร และงานอีเวนท์ต่าง ๆ
Web 3.0 ขยายตลาดด้วยการทำธุรกิจโลกเสมือนภายใต้ The Sandbox Metaverse เชื่อมโลกสู่ธุรกิจโลกกว้าง โดยร่วมมือกับบริษัท D.OASIS ในการสร้างและพัฒนา Stadium ภายใน Sandbox และใช้ Influencer สร้าง NFTs เพื่อสร้าง Brand Awareness ให้แก่บริษัท
หากย้อนดูผลประกอบการของ WARRIX ในช่วงที่ปี 2562-2564 ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องเผชิญกับภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แต่ผลประกอบการถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยรายได้หลักของ WARRIX กว่า 98.94%ของรายได้รวมเฉลี่ยปี 2562 ถึงปี 2564 เป็นรายได้จากการขายสินค้า ซึ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศเกินกว่า 99%ของรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมในแต่ละปี
สำหรับผลประกอบการของ WARRIX งวดปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 700.12 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ จำนวน 12.01 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2563 มีรายได้ จำนวน 661.90 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.74 ล้านบาท และสำหรับในปี 2564มีรายได้ 658.09 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 14.24 ล้านบาท ขณะที่ในงวด 9 เดือนของปี 2565 มีรายได้ 697.48 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 65.41 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลกำไรสุทธิของ WARRIX เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด
ทั้งนี้ หากอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตไปด้วยกัน WARRIX ได้ทำการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้