โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป #ดาราสาวไต้หวัน แฉโดนตำรวจไทยไถเงิน ลั่นจะไม่กลับมาอีก

INN News

เผยแพร่ 31 ม.ค. 2566 เวลา 08.49 น. • INN News

กลายเป็นดราม่าฉาวโฉ่ประดับวงการเครื่องแบบกากีอีกครั้ง สำหรับกรณีดาราสาวชาวไต้หวันที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างเอนจอย แต่กลับต้องหยุดลงเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านขู่รีดไถเงินหลายหมื่นบาท จนเธอถึงกลับลั่น ขอไม่กลับมาเหยียบประเทศไทยอีก

เรื่องราวนี้จะเป็นมาอย่างไร เงินเท่านั้นที่จะ Knock Everything จริงหรือไม่ วันนี้เรามาให้ฟังตั้งแต่จนจบแล้ว

จุดเริ่มต้นดาราไต้หวัน ถูกตำรวจไทยไถเงิน

  • เหตุเกิดช่วงต้นเดือนมกราคม เมื่อ อันหยูชิง หรือ Charlene An นักแสดงชาวไต้หวัน ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมถึงเหตุการณ์โดนรีดไถโดยตำรวจไทยว่า
  • เมื่อช่วงวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนกลับไต้หวัน1 วัน ขณะที่เธอกำลังนั่งแท็กซี่กลับโรงแรมกับเพื่อน ช่วงราว ตี 1 กว่าๆ เธอถูกตำรวจที่ตั้งด่านเรียกให้รถหยุดและขอค้นตัว กระเป๋า มีการถามถึงเรื่องวีซ่า เธอเลยยื่นให้และบอกว่าวีซ่าของเธอนั้นเป็นวีซ่า VOA เข้ามา
  • (VOA คือวีซ่าที่นักท่องเที่ยวสามารถขอที่สนามบิน เมื่อมาถึงไทยเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย)
  • แต่เมื่อยื่นให้ไปตำรวจไป ก็กลายเป็นประเด็น เนื่องจากตำรวจไม่ยอมรับวีซ่าประเภทดังกล่าว พร้อมบอกว่าต้องใช้เป็นวีซ่าจริงๆที่มีตราและพิมพ์เท่านั้น เหมือนพยายามยัดข้อหาใส่เธอเพื่อดำเนินคดี จนเกิดการยื้อเจรจาอยู่นาน พอเพื่อนของเธอที่มาด้วยพยายามอัดคลิปเพื่อเป็นหลักฐานป้องกันตัว ก็ถูกตำรวจบอกให้ลบ พอยืนจนเมื่อยก็นั่งยองลงกับพื้นก็ถูกตำรวจทำเสียงดุดันใส่ไม่ให้นั่ง
  • นอกจากนี้ ตัวเธอและเพื่อนเอง ก็ถูกตำรวจขู่ตลอดว่าจะจับเข้าไปโรงพัก เธอบอกว่าไปก็ไปแต่ตำรวจก็ไม่ยอมพาไปสักที บังคับให้เธอพูดขอโทษต่างๆนาๆแต่ก็ไม่ยอมจบ เหลือแค่เพียงคุกเข่าไหว้เท่านั้น
  • จนท้ายที่สุด หลังยื้ออยู่ราวเกือบ 2 ชั่วโมง ตำรวจก็พาไปที่ลับตาคน หลบกล้องcctvของสถานฑูต เเล้วบอกว่า ทั้งหมดในรถต้องจ่ายมา 27,000 บาท ถึงจะยอมปล่อยพอตกลงเรื่องเงินได้ จากที่ตำรวจที่ดุดันกลับยิ้มออกมา
  • ดาราสาวยังเล่าต่อว่า ขณะที่ตัวเองโดนไถเงินอยู่นั้น ข้างๆกันก็ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง 5 คน ทำให้เริ่มมั่นใจได้ว่าตำรวจกลุ่มนี้จ้องจะรีดไถกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นผู้หญิงชาวเอเชีย พร้อมกลับทิ้งชนวนส่งท้ายว่า

“ไม่คิดเลยว่า ไปเที่ยวปีใหม่ที่ไทยหวังเจอประสบการณ์ดีๆ แต่กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัวที่สุดในชีวิต และจะไม่ไปเหยียบเมืองไทยอีกอยากเตือนคนไต้หวันว่า จะไปไทยให้ระวัง อย่าพกเงินสดติดตัวในกระเป๋าเยอะ เพราะโดนสุ่มค้นตัวมา หาเรื่องยัดข้อหา พวกนั้นจับดูกระเป๋าเงินก่อน ให้ระวังดีๆเพราะพวกเขาขาดรายได้จากการท่องเที่ยวมานานช่วงโควิด พอเปิดประเทศทีกลายเป็นมีแต่ปัญหาแบบนี้”

พร้อมรูปในสตอรี่ไอจีส่วนตัวว่า “ลาก่อน…กรุงเทพห่วยๆ”

  • ซึ่งประเด็นการถูกตำรวจไทยรีดไถครั้งนี้ได้กลายมาเป็นที่พูดถึงในสื่อโทรทัศน์ของประเทศไต้หวัน ก่อนจะมาเป็นที่พูดถึงในเมืองไทย เมื่อปลายเดือนมกราคม จากโพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว
  • ประกอบกับคดีฉาวของตำรวจไทยหลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ทั้งคดีนายทุนจีนตู้ห่าว หรือคดีดราม่าตำรวจVIPที่เรียกรับเงิน 7,000 บาท นำขบวนรถให้นักท่องเที่ยวจีน ทำให้ #ดาราสาวไต้หวัน ถูกตั้งจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ทันที

ตำรวจฟาดหลักฐานกลับ ชาวเน็ตหวั่นคดีพลิก

  • และเพื่อไม่ให้ ประเด็นอื้อฉาววงการตำรวจฉาวไปมากกว่านี้ ในวันที่ 26 มกราคม พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้ออกมายืนยันว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ห้วยขวาง ในคืนวันเกิดเหตุแล้วว่า มีการตั้งด่านตรวจจริง ตามที่ดาราวสาวไต้หวันเล่า
  • และจากการสอบถามตำรวจที่ตั้งด่าน ก็แจ้งว่า ดาราสาวคนนี้พกบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่เพียงแจ้งว่าผิดกฎหมาย แต่กลับคุยกันไม่รู้เรื่อง
  • ถัดมาในวันที่ 27 มกราคม คนขับแกร็บ ที่ขับพาดาราสาวเข้ามาในจุดเกิดเหตุก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตนได้รับการเรียกให้ไปรับผู้โดยสารแถว RCA เวลาประมาณตี 2 กว่า เพื่อมาส่งยังจุดหมายปลายทางโรงแรมย่านห้วยขวาง
  • ซึ่งกลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้มีทั้งหมด 4 คน มีผู้ชาย 1 คนที่พอจะพูดภาษาไทยได้ เมื่อขึ้นรถมาเห็นได้ทันทีเลยว่ามีอาการมึนเมา กลิ่นแอลกอฮอล์แรงมากจนต้องขับรถเปิดกระจก และตนจำผู้หญิงคนนี้ได้แม่น เนื่องจากเธอโวยวายมากที่สุดในกลุ่ม
  • ก่อนจะขับตาม GPS เจอด่านตรวจที่หน้าสถานทูตจีน จากนั้นได้มีตำรวจเรียกขอตรวจเช็กนักท่องเที่ยว นักแสดงสาวก็มีอาการไม่พอใจไม่อยากให้ตรวจค้นและเมาด้วย
  • คนขับรถก็ได้ยินเสียงผู้หญิงโวยวายเป็นภาษาจีนเสียงดังใส่ตำรวจ ซึ่งตำรวจก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร และก็ไม่ว่ามีการพยายามจะถ่ายคลิปทั้งนั้น ก่อนที่ผู้โดยสารผู้ชายที่พูดไทยได้จะเดินนำเงินค่ารถมาให้แล้วก็บอกให้ไป
  • พร้อมยืนยันว่า ระหว่างที่จอดรถอยู่ในด่าน ตนไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ ส่วนผู้โดยสารมีบุหรี่ไฟฟ้าจริงหรือไม่ก็ไม่ได้สังเกตุ แต่คิดว่าดาราสาวให้ข่าวเกินไปทำให้เสียภาพพจน์ประเทศอยากให้ออกมาพูดความจริง ก็ให้สังคมตัดสินว่าจะเชื่อคนเมาหรือคนไม่เมา

สาวไต้หวันสู้กลับ ไม่ได้เมา 100%

  • โดยหลังจากคนให้การของคนขับจบลง ในวันเดียวกันนั้นเอง ดาราสาว อันหยูจิง เธอก็โพสสตอรี่เถียงกลับทันทีว่า

“เรื่องที่เล่าทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลย เธอเองไม่ได้ดื่มเหล้า ตอนนี้ตำรวจไทยพยายามเบี่ยงเบนประเด็น เพื่อล้างความผิดให้กับตัวเอง และเธอก็ชี้ตัวตำรวจคนที่เอาเงินไปได้ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมไม่เอาภาพกล้องวงจรปิดออกมา ตอนนี้มีคนตัวเป็นตำรวจติดต่อมาเยอะมาก ซึ่งเธอเองก็จะไม่คุยกับใครทั้งนั้นนอกจากตำรวจสากลและสื่อไต้หวันเพียงอย่างเดียว”

  • จนทำให้ใน วันที่ 29 มกราคม เจ้าหน้าที่ก็มีการแฉว่าจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบ ภาพที่ขัดแย้งกับคำให้การของดาราสาวที่ระบุมาก่อนหน้า เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดชี้ว่า ดาราสาวอยู่ที่ด่านเพียง 47 นาที ผิดกับคำให้การของเธอที่บอกว่าถูกตำรวจเรียกตรวจนานกว่า 2 ชั่วโมง
  • ไปจนถึงคลิปจากกล้องวงจรปิดอีกแห่งพบว่า ดาราสาวพกบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงที่ไปลิฟต์โดยสารพอดีขัดกับคำบอกเล่าของเธออีกอย่างที่เคยบอกว่า ตำรวจเป็นคนยัดบุหรี่ไฟฟ้ามาไว้ในมือ และเป็นไปได้ที่การถูกเรียกตรวจครั้งนี้ก็มาจากการใช้พอตบุหรี่ไฟฟ้า ที่ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในบ้านเราอยู่
  • ทำให้โลกออนไลน์ก็เกิดข้อสงสัยหลายอย่างว่า จะเกิดคดีพลิกหรือเปล่า เพราะหลักฐานฝั่งเจ้าหน้าที่ก็ดูชัดเจนทั้ง พยานเวลาที่ไม่ตรงกัน หรือจากปากคำของคนขับรถที่บอกว่าดาราสาวเมาจริง ก็ทำหลายคนเอนเอียงกลับมายังฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง
  • ด้านดาราสาวพอรู้เรื่องดังกล่าว ก็มีการโพสต์ประกาศครั้งสำคัญผ่านอินสตาแกรมอีกครั้งว่าจะให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งสุดท้าย และจะอธิบายเรื่องราวที่เลวร้ายที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด แต่ขอเวลาอีกสักหน่อยเพื่อเตรียมตัว…

ชูวิทย์ช่วยแฉ สุดท้ายระเบิดลงถล่มทั้งนครบาล

  • และก่อนที่ ดาราสาวจะออกมาตั้งโต๊ะแถลงความจริง ดราม่าก็ถึงเวลาสุดสิ้นลง เมื่อเจ้าพ่อจอมแฉอย่าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดข้อมูลเด็ดเกี่ยวกับประเด็นฉาวครั้งนี้ ว่า
  • ตำรวจห้วยขวางนั้นรีดไถเงินดาราสาวไต้หวันจริง โดยยืนยันจากหญิงไทยที่มีแฟนเป็นหนุ่มสิงคโปร์ เพื่อนร่วมทริปของดาราสาว ว่าเขานั้นเป็นจ่ายเงิน 27,000 ให้ตำรวจเอง
  • แถตำรวจที่เป็นหัวหน้า ผบช.น. คนนี้ ยังออกคำสั่งให้ลูกน้อง ลบคลิปที่ด่านหน้าสถานทูตจีน ลบคลิปกล้องบนหมวกของตำรวจที่ด่าน
  • กล่อมให้คนขับแกร๊บ ยืนยันว่าดาราสาวเมามาก พูดไม่รู้เรื่อง อยู่ที่ด่านแค่ 40 นาที แล้วอ้างว่ากล้องหน้ารถบันทึกได้แค่ 20 วัน จึงไม่มีภาพ
  • ปล่อยคลิปสารพัดเพื่อดิสเครดิตดาราสาว โยงว่าเรื่องทั้งหมดมาจากตัวดาราสาวเองที่เป็นคนแต่งเรื่องเสียเอง
  • สุดท้ายไม่กี่ชั่วโมงถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ปิดเรื่องราวทั้งหมดว่ามีการตั้งด่านเรียกเงินจริง
  • และเงินจำนวนนั้นตำรวจในด่านก็แบ่งเงินกันในคืนเกิดเหตุเลย โดยระบุว่าตำรวจคนนึงที่ตั้งด่าน สน.ห้วยขวาง ยอมรับแล้ว แต่ตอนแรกที่ไม่รับสารภาพเพราะคิดว่าผู้เสียหายคือคนต่างชาติและไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ส่วน ผู้กำกับ สน. ห้วยขวาง ก็ต้องรับเคราะห์ โดนสั่งย้าย ในข้อหาบกพร่องการกำกับดูแลเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจห้วยขวางทั้ง 7 นายที่อยู่ในด่าน

ก็จบไปอีกคดีสำหรับโปรแกรมตำรวจสร้างเรื่อง สุดท้ายแล้ว Money ก็ไม่ได้ Knock Everything แต่ ความจริงต่างหาก ที่ทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนต่อไป หากอยากติดตามดราม่าร้อนต่อ สามารถคลิกได้เลยที่ เว็บไซต์ สำนักข่าว iNN News

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...