'ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้' กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น เพื่อต่อสู้ความตึงเครียดในภูมิภาค
ผู้นำญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ตั้งเป้ากระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง และเศรษฐกิจแน่นแฟ้นมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นในเอเชียตะวันออก หลังจากประชุมสุดยอดในญี่ปุ่นในวันอังคาร (12 ม.ค.69)
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้หารือเรื่องห่วงโซ่อุปทานทางอุตสาหกรรม, ปัญญาประดิษฐ์, การปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี และความร่วมมือกับพันธมิตรร่วมกันคือ สหรัฐ
ทาคาอิจิ กล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับ ปธน.อี ใน จ.นารา
“ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี ตลอดจนความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง”
ขณะที่ ปธน.อี กล่าวว่า ผู้นำจะยกระดับความร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปโจมตีเหยื่อข้ามพรมแดน
การหารือระหว่างสองผู้นำมีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจาก ปธน.อี พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างโตเกียว และปักกิ่ง หลังจากทาคาอิจิ กล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจส่งกำลังทหาร หากการโจมตีไต้หวันของจีนก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้คำมั่นว่าจะไม่แทรกแซงข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่นกับจีน แม้ว่าเขาจะมองว่าความตึงเครียดทางการทูตดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อสันติภาพในภูมิภาคก็ตาม
“สถานการณ์ระหว่างประเทศ และระเบียบการค้าในปัจจุบันมีความผันผวนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ปธน.อี กล่าว ระหว่างยืนข้างทาคาอิจิ “นี่เป็นภารกิจเร่งด่วนในยุคสมัยของเราที่ต้องกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ หลังการหารือ ผู้นำทั้งสองย้ำอีกครั้งว่า พวกเขาจะยังคงดำเนินความพยายามทางการทูตแบบไปมาหาสู่กันต่อไป และคาดว่า ทาคาอิจิจะเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้เพื่อพบปะ ปธน.อี เป็นครั้งที่สาม แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโตเกียว และโซล ดีขึ้นบ้างในช่วงหลัง แต่ก็ยังมีคงตึงเครียดเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการปฏิบัติต่อสตรีชาวเกาหลีที่ถูกบังคับให้ทำงานในซ่องทหาร และแรงงานที่ถูกเกณฑ์ไปสนับสนุนความพยายามในการทำสงครามของญี่ปุ่น
ทาคาอิจิ กล่าวเสริมว่า เธอรู้สึกยินดีกับความคืบหน้าในการระบุตัวตนของร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกค้นพบในเหมืองถ่านหินร้างทางตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งพบว่ามีชาวเกาหลี 136 คน และชาวญี่ปุ่น 47 คนเสียชีวิตในปี 1942 ในตอนที่เหมืองใต้ทะเลถล่ม และน้ำท่วมทะลักเข้าไป
อนึ่ง ทางการเกาหลีใต้เผยว่าร่างแรงงานบังคับชาวเกาหลียังคงอยู่ในญี่ปุ่นมากถึง 10,000 คน ขณะที่ทางการญี่ปุ่นเผยว่าสามารถระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แล้วประมาณ 3,000 คน
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์