โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศึกเลือกตั้ง 2569 ส่องนโยบายภาษี พรรคการเมืองชิงฐานเสียง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการเมืองเริ่มคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันที่ 19 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่พรรคการเมืองต้องยื่นนโยบายหาเสียงที่มีค่าใช้จ่ายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57

สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้เกมการเมือง คือ “นโยบายเศรษฐกิจ” ที่แต่ละพรรคหยิบยกมาใช้เป็นอาวุธหาเสียง โดยเฉพาะ มาตรการทางภาษี ที่เริ่มเห็นภาพชัดว่า จะถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอัดฉีดกำลังซื้อ ลดภาระประชาชน และสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ แม้ในอีกด้านหนึ่งจะเพิ่มภาระต่อฐานะการคลังของประเทศก็ตาม

จากการรวบรวมนโยบายภาษีของพรรคการเมืองหลักที่ประกาศออกมาแล้ว พบว่าแนวโน้มยังคงเป็น ภาษีเชิงประชานิยมเน้น “ลด–ยกเว้น–ให้สิทธิพิเศษ” เพื่อดึงคะแนนเสียงจากฐานรากถึงชนชั้นกลาง

ภูมิใจไทย : ดัน TISA – อุ้มผู้สูงวัยผ่านภาษี

พรรคภูมิใจไทยชูแนวคิด Thailand Saving Account (TISA) เป็นนโยบายเรือธงด้านภาษี ด้วยการรวบยอดสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อจูงใจให้คนไทย โดยเฉพาะคนรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่ เข้าสู่ออมในตลาดทุนมากขึ้น โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบถาวรสูงถึง 800,000 บาท ท่ามกลางบริบทที่สิทธิลดหย่อนภาษีบางประเภทมีแนวโน้มถูกปรับลดลงในอนาคต

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ “สูงวัย พลัส” ที่ออกแบบมาตรการภาษีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการให้เอกชนที่จ้างงานผู้สูงอายุสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการให้ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 50%

สะท้อนความพยายามใช้ภาษีเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความเปราะบางทางรายได้ของผู้สูงวัย ซึ่งข้อมูลทางการชี้ว่ากว่า 2 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยไม่มีเงินออม

ประชาธิปัตย์ : ขยับเพดาน 0% ช่วยคนเงินเดือน

พรรคประชาธิปัตย์เลือกเดินเกม “ภาษีเพื่อคนทำงาน” เสนอปรับเพดานเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี จากเดิม 150,000 บาทต่อปี เป็น 320,000 บาทต่อปี หรือเทียบเท่าเงินเดือนราว 40,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นโยบายนี้มุ่งลดภาระให้แรงงานระดับล่างและระดับต้น ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของกลุ่มคนทำงานหลายล้านคน และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ก็หมายถึงรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่รัฐอาจหายไปจำนวนไม่น้อย

พรรคประชาชน : ภาษีผูก ‘หวยใบเสร็จ’ ดึง SMEs เข้าระบบ

ด้านพรรคประชาชน เสนอโมเดลผสาน “ภาษี–แรงจูงใจ–การบริโภค” ผ่านโครงการ หวยใบเสร็จ SMEs เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการรายย่อย และดึง SMEs เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น

มาตรการนี้ไม่ได้หยุดแค่ฝั่งผู้ซื้อ แต่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ SMEs แบบครบวงจร สะท้อนแนวคิดใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ “จูงใจมากกว่าบังคับ” เพื่อขยายฐานภาษีในระยะยาว ได้แก่

  • เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี
  • เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากเดิมอัตรา 60% (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 40%) เป็น อัตราสูงสุด 90 % (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 10%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี
  • สามารถเลือกยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราเหมาจ่ายหักบิลซื้อที่ 70% แทนได้ เสมือนยื่น VAT ในอัตรา 2.1% แทนที่ อัตรา 7% (1-70% x 7%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี และยื่น VAT รายไตรมาสแทนรายเดือนได้ เพื่อให้ SMEs สามารถยื่น VAT ได้สะดวกโดยไม่ต้องรวบรวมใบกำกับภาษีหรือบิลซื้อให้ยุ่งยาก

สำหรับโครงการหวยใบเสร็จ SMEs คือ การสนับสนุนให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs โดยสะสมครบ 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) ลุ้นหวย 3 ตัว ทุกวันที่ 1 และ 16 ตลอด 4 ปี วงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

ภาษีประชานิยม : ระหว่างชนะใจประชาชน กับเสถียรภาพการคลัง

ภาพรวมจากนโยบายที่ประกาศออกมา สะท้อนชัดว่า ภาษีกำลังกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันทางการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกพรรคต่างพยายามออกแบบมาตรการที่ “จับต้องได้ทันที” ต่อกระเป๋าเงินประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อน เพิ่มสิทธิ์ หรือยกเว้นภาษี

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายมองว่า แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและสร้างความนิยมทางการเมือง แต่ในระยะยาวอาจกดดันฐานะการคลังของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณด้านสวัสดิการ สังคมสูงวัย และหนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในระดับสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...