โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LPN ยุคใหม่แก้ตรงจุด รุกนักลงทุนให้ยิลด์สูง

ทันหุ้น

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 20.00 น.

#LPN #ทันหุ้น – ซีอีโอหญิงแกร่ง “LPN” วางหมากเหนือชั้นแก้เกมอสังหา หลังกลุ่มลูกค้าประสบปัญหาปฏิเสธสินเชื่อ เปิดทางให้เช่าก่อน 1 ปี เพื่อแสดงศักยภาพก่อนกู้แบงก์ใหม่ พร้อมดึงนักลงทุนซื้อคอนโดพร้อมผู้เช่ายิลด์สูง 6-8% ชี้พอร์ตเช่า 1,700 ยูนิต อัตราพักสูง 95% เดินหน้าเปิดโครงการใหม่เข้าใจผู้บริโภค

นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในปี 2568 โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 95% ของ GDP ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่ม Affordable หรือที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท รวมถึงการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ของธนาคารพาณิชย์

แม้จะเผชิญปัญหา ทว่า LPN ยังคงให้ความสำคัญกับอยู่ในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นจุดแข็งของบริษัท ดังนั้นการวางเกมแก้จึงสำคัญ

หนึ่งในไม้ตายสำคัญของ LPN ในการแก้ปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อคือแคมเปญ “LPN จัดให้” ซึ่งเป็นระบบที่รองรับลูกค้าที่ยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่าน โดยบริษัทจะเปลี่ยนสถานะลูกค้ากลุ่มนี้ให้เป็นผู้เช่าอยู่กับโครงการแทน และนำค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายมาสะสมเพื่อใช้ลดมูลค่าบ้านในอนาคต เมื่อครบกำหนด 1 ปี บริษัทจะช่วยดำเนินการยื่นกู้ใหม่อีกครั้งเพื่อให้ธนาคารเห็นถึงศักยภาพและประวัติการผ่อนชำระที่สม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันพอร์ตดูแลลูกค้ากลุ่มกู้ไม่ผ่านนี้มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300 ล้านบาท และกำลังขยายพอร์ตนี้เพิ่มเติม

@ ชูยิลด์สูงขายนักลงทุน

ไม่เพียงเท่านั้น LPN ยังได้ปรับสัดส่วนมาเน้นกลุ่มนักลงทุน (Investor) มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการกู้ยืม เนื่องจากกลุ่มนี้มักซื้อด้วยเงินสด โดยใช้กลยุทธ์นำยูนิตที่เหลือขายมาปล่อยเช่าก่อน แล้วจึงจับคู่ขาย (Match) ให้กับนักลงทุนพร้อมผู้เช่าที่ติดสัญญาอยู่แล้ว

ปัจจุบัน LPN บริหารจัดการห้องเช่าอยู่กว่า 1,700 ยูนิต โดยมีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) สูงถึง 95% และสามารถการันตีผลตอบแทน (Yield) ให้กับนักลงทุนได้ในระดับ 6-8% โดยบริษัทมีบริษัทที่ทำหน้าที่ให้การบริหารผู้เช่าให้ ซึ่งในปี 2568 เพียงปีเดียว บริษัทสามารถทำยอดขายพร้อมผู้เช่าไปได้เกือบ 1,000 ล้านบาท

@ บุก 3โครงการใหม่

สำหรับภาพรวมตลาดปี 2569 จะยังคงทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2568 แต่ LPN เตรียมกลับมาเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านพรีเมียมย่านเจษฎา-ราชพฤกษ์ บ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เจาะกลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ซึ่งเป็นโครงการคุณภาพในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียง ทำเลที่ตั้งสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง โดยจะเริ่มเปิดตัวในไตรมาสที่ 1

นอกจากนี้จะขึ้นโครงการ คอนโดมิเนียมใกล้ มหาวิทยาลัยสยาม ที่จะมีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) ให้ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาโดยเฉพาะ คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 2 รวมถึงคอนโดมิเนียมนพรัตน์-รามอินทรา เฟส 2 โครงการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

ซีอีโอหญิง LPN กล่าวว่า ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ LPN นั้นจะเน้นมุมมองแบบ “Outside-In” หรือการมองจากความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง ด้วยทีมวิเคราะห์ตลาดที่แข็งแกร่งเพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มในแต่ละทำเลต้องการอะไร รวมถึงการเข้าใจธรรมชาติของเด็กยุคใหม่ที่เปลี่ยนที่ทำงานบ่อยและเน้นการเช่ามากกว่าการซื้อ จึงปรับยูนิตที่เหลือมาปล่อยเช่าและจับคู่กับนักลงทุน พร้อมให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ตรงใจ กับกลุ่มลูกค้าในแต่ละทำเล เช่น นักศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้รักสัตว์ ซึ่งล้วนมีความต้องการที่แตกต่าง

อย่างเช่นโครงการ โครงการ ลุมพินี พาร์ค อ่อนนุช 19 ที่เป็นโครงการแรกของแบรนด์ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) และมีการแบ่งโซนผู้พักอาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช่น ห้องสำหรับไลฟ์สด (Live Room) และ Co-working Space ที่หลากหลายขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าโดยไม่ขยับราคาขายมากนัก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด

@ โครงการเด่นโอนเพียบ

สำหรับเป้าหมายในปี 2568 คาดว่ายอดขายจะจบที่ 7,300 ล้านบาท ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 จะอยู่ประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้มีการโอนโครงการ Earn By LPN ทำเลใกล้นิคมอมตะซิตี้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนเป็นหลัก ส่งผลให้มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อต่ำเพียง 20% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนที่มีความพร้อมทางการเงิน และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานในนิคมอมตะ มีแหล่งรายได้ชัดเจน ทำให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย ปัจจุบันโครงการมียอดขายอยู่ที่ 45% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย

ส่วนโครงการรอส่งมอบ ในปี 2569 จะมี 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,140 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ PLACE 168 PINKLAO มูลค่า 2,330 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 35% และ โครงการ PLACE 168 WUTTHUKAT มูลค่า 810 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 40%

ทั้งนี้ LPN เตรียมงบประมาณสำหรับซื้อที่ดินใหม่ในปีหน้าไว้อีก 1,000 – 2,000 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สำหรับดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงมาเหลือ 1.25% จะทำให้กลุ่มลูกค้าของบริษัทเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น รวมถึงในส่วนของบริษัทเองก็จะได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงเนื่องจากหนี้ส่วนหนึ่งเป็นแบบลอยตัว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...