TOA คุมต้นทุนอยู่หมัด! ลุ้นผลงานทั้งปีทำนิวไฮ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 03.33 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี ประเมิน TOA มีมุมมอง Slightly positive จากประชุมนักวิเคราะห์และการเยี่ยมชม Showroom สุขภัณฑ์ โดยรวมต้นทุนยังปรับลงต่อเล็กน้อยใน4Q25F และรายได้ยังดีขึ้นจากต่างประเทศเป็นหลัก และแนวโน้มปี 26F เป้ารายได้เพิ่ม 4% y-yยังใกล้เคียงคาด โดยรวมคงกำไรปี 25F เป็นจุดสูงสุด 2.7 พันลบ. +17% y-yแนะนำ “Buy” จาก TP26F 19.8 บาท อิง PER14.4x เป็นรายใหญ่กลุ่มสีด้วยMarket share 50% ในไทย, ไม่มีสินค้าจีนแข่ง, Net cashPositive view from lower raw material
4Q25F วัตถุดิบยังปรับลง ขณะที่รายได้ยังปรับขึ้นเล็กน้อย y-y :
บริษัทประเมินทิศทาง วัตถุดิบยังปรับลงเล็กน้อย q-q โดยเฉพาะ Tio2 (20% ของต้นทุน) แม้ผู้จำหน่ายพยายามจะเริ่มปรับราคาขึ้น แต่บริษัทยังมีอำนาจต่อรองสูง จากมีแหล่งทางเลือกเพิ่มขึ้น (จีน) รวมถึงภาพGlobal demand ยังอ่อนตัว ภายใต้ภาพโดยรวมยังเป็น Oversupply ปานกลาง ขณะที่ Oillinked (18% ของต้นทุน) อิง Qtd 64 เหรียญ -14% y-y, -6% q-q สำหรับรายได้บริษัทประเมินยังเพิ่มขึ้น y-y, q-q (เราคาดคล้าย 3Q25 +4% y-y) จากตลาดต่างประเทศยังเติบโต (พม่า,เวียดนาม) ที่บริษัทยังมีสินค้าจำหน่ายเพียงพอ (พม่า) และฐานต่ำในเวียดนาม ซึ่งบริษัทปรับโครงสร้างการขายเสร็จและยอดขายเริ่มฟื้นตัว
เป้าปี 26F รายได้ +3-4% y-y vs ใกล้เคียงเราคาด +3% y-y : โดยบริษัทประเมิน ไทย (83%ของรายได้) +2% y-y และต่างประเทศ +10% y-y
รุกธุรกิจจำหน่ายสุขภัณฑ์แบรนด์ “JOMOO” : เราเยี่ยมชมโชว์รูมจำหน่ายสุขภัณฑ์, ฝักบัว,อ่างอาบน้ำ, ก๊อกน้ำ ฯลฯ แบรนด์ JOMOO ซึ่งเริ่มเปิด ต.ค. 25 โดยเป็นแบรนด์เบอร์ 1 จากจีนซึ่ง TOA เป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียว (ซื้อขาด) โดยโชว์รูมนี้ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 26 (ตรงข้าม Kvillage) พื้นที่ 460 ตร.ม. เป็นการปรับร้านจากเดิมจำหน่ายกระเบื้อง โดยจุดขายหลักเน้นภาพลักษณ์ Smart toilet, Smart bathroom กลุ่มลูกค้าระดับกลางบน สุขภัณฑ์ระดับราคา 1.5หมื่นบาทขึ้นไป และเริ่มทำการตลาด เริ่มจำหน่ายในงานโครงการได้บ้าง รวมถึงเริ่มจำหน่ายราว 30 ร้านค้าและจะเพิ่มเป็น 50 แห่ง ตั้งเป้ารายได้ 200 ลบ. ใน 3 ปี (1.5% ของรายได้ TOA)และ Margin สูงกว่าค่าเฉลี่ย TOA ที่ทำได้ 35-38% เล็กน้อย โดยรวมยังมองเป็นกลาง ด้านดีคือเป็นอีกการต่อยอดการใช้ประโยชน์ช่องทางจำหน่ายของ TOA ที่ครอบคลุมร้านกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ คล้ายที่เริ่มในหลายกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง (เคมีก่อสร้าง, กระเบื้อง, ยิปซั่ม) แต่จุดท้าทาย คือ ยังเป็นกลุ่มเฉพาะ เหมาะแก่บ้านใหม่หรือบ้านรีโนเวท ที่ต้องเตรียมระบบไฟรองรับ
Akzo Nobel ควบรวม Axalta :
จากข่าว บ. Akzo Nobel (เนเธอร์แลนด์) เตรียมควบรวมกับ บ.Axalta (USA) คาดแล้วเสร็จปลาย 2026/ต้น 2027 โดย Akzo Nobel มีฐานธุรกิจในไทยเป็นผู้จำหน่ายสีแบรนด์ “Dulux” รายใหญ่ในไทยอันดับ 2 รายได้ 2024 ราว 5 พันลบ. (Market shareราว 15%) และกำไร 2024 -242 ลบ. (5 ปีที่ผ่านมาอยู่ระหว่างขาดทุน -293 ลบ. ถึงกำไร 856ลบ.) เรามองผลกระทบต่อธุรกิจสีในไทยยังเป็นกลาง ไม่ว่านโยบายของ Akzo Nobel ว่าจะยังดำเนินธุรกิจปกติหรือหาผู้ซื้อใหม่ เชื่อว่าการแข่งขันยังคงเดิม ขณะที่เรามองโอกาสที่ TOA จะซื้อยังมีข้อจำกัดเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านการผูกขาดที่ปัจจุบัน TOA มี Market share ราว 50% แล้วรวมถึงด้าน Valuation ที่ TOA ซื้อขายระดับต่ำ PER 9x ขณะที่หุ้นสีในต่างประเทศซื้อขายเฉลี่ย20x
ความเห็นและคำแนะนำ
มอง “Positive” ต่อแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเติบโต จากต้นทุนยังเป็นทิศทางลง โดยกำไรปกติปี 2025F ที่เป็นจุดสูงสุด 2.7 พันลบ. (+17% y-y) ยังมี Upside risk 8-10% จากอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด และระยะสั้น คาด 4Q25F ยังมีกำไรเติบโตเด่น y-y, ทรงตัว q-q
แนะนำ Buy จาก TP26F 19.8 บาท อิง PER 14.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย 5 ปี – 1SD) เป็นบริษัทที่เป็นผู้นำโดยมี Market share ราว 50% ในไทย, ไม่มีสินค้าจีนแข่ง และฐานะการเงินเป็น Net cash โดยหุ้นซื้อขาย PER25F ที่ 9 เท่า (-1.5SD)