โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตร.ทางหลวงสกัดรถบัส ซุกแรงงานเมียนมา อาศัยช่วงปีใหม่ ตบตาตำรวจ

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 1 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.) ได้จับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี นายบี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ในข้อหา “ร่วมกันซ่อนเร้น หรือช่วยให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” ขณะลักลอบนำแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 6 ราย โดยจับกุมตัวผู้ต้องทั้งหมดได้บนรถทัวร์ ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย กม.700-701 ใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง

สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณจุดดังกล่าว พบรถโดยสารประจำทางเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขับผ่านมาลักษณะต้องสงสัย จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ พบนายเอ (นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่ โดยมีนายบี (นามสมมุติ) เป็นผู้ช่วย และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) เป็นบัสโฮสเตส ภายในรถเต็มไปด้วยผู้โดยสารจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจคัดแยก ก่อนพบภายในรถมีบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน 12 คน นั่งปะปนกับผู้โดยสารโดยไม่มีตั๋วโดยสารเหมือนกับผู้โดยสารคนอื่น เมื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทาง หรือ ใบอนุญาตเข้าเมือง ก็สามารถนำออกมาแสดงได้เพียง 6 ราย ส่วนที่เหลืออีก 6 ราย นั้นไม่มีเอกสารมาใดๆ มาแสดงได้ จึงทำการจับกุม

นายเอ (นามสมมุติ) คนขับรถ ให้การว่า ก่อนหน้ามีนายหน้าชาวไทยคนหนึ่งว่าจ้างให้ตนจอดรถ แวะรับแรงงานชาวเมียนมา ทั้ง 12 คน ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับนายหน้าอีกคนที่ย่านนวนคร อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ค่าจ้างคนละ 2,500 บาท

ส่วนผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้ง 6 ราย รับสารภาพว่า ได้เข้ามาในประเทศไทย จากทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยต่อกับนายหน้าคนไทย ที่พาลงมาทำงานในกรุงเทพได้ กระทั่งมาถูกจับดังกล่าว จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...