โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'กองทัพ'ชี้ แค่วาทกรรม กัมพูชา กระพือข่าว ส่งกลับ 18 เชลยศึกชัยชนะครั้งใหญ่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2568 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงกรณีการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าไทยถูกกดดันหรือพ่ายแพ้ทางการทูต โดยยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบที่สองฝ่ายตกลงร่วมกันในกลไกอย่างเป็นทางการ และยึดหลักมนุษยธรรมสากล เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน

ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การส่งตัวกลับครั้งนี้ ไม่กระทบสิทธิหรืออธิปไตยของไทย และไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวอ้างหรือข้อเรียกร้องของฝ่ายใด หากแต่เป็นการทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ในกระบวนการลดความตึงเครียด เพื่อให้การยุติการเผชิญหน้าสามารถเดินหน้าได้จริง

ต่อกรณีสื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็น ชัยชนะครั้งใหญ่ นั้น เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นควรมองเป็นผลของความตกลงร่วมกัน และถือเป็น ชัยชนะร่วมมากกว่าการชนะ–แพ้ ไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมที่อาจกระพือความขัดแย้ง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

สำหรับข้อสงสัยว่า การส่งตัวกลับเป็นการแลกเปลี่ยนหรือมีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน ไม่มีเงื่อนไขพิเศษใด ๆ โดยไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันเป็นหลัก

ในช่วงการควบคุมตัว ทหารกัมพูชาทั้งหมดได้รับการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากล คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ส่วนข้อกล่าวหาว่าควบคุมตัวนานเกินไป นั้น การปล่อยตัวไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะเป็นปฏิปักษ์ และทุกขั้นตอนพิจารณาจากสถานการณ์จริงในพื้นที่เป็นสำคัญ

สำหรับประเด็นเขตแดนหรือกระแสข่าวลักษณะ ไทยได้พื้นที่คืน–กัมพูชาเสียพื้นที่ ย้ำว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอยู่ในกระบวนการตามกลไกที่เป็นทางการ ไม่ควรสรุปแบบชนะ–แพ้จากข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ และขอให้ยึดการสื่อสารของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ ไทยยังคงเดินหน้าการทูตผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการรักษาความพร้อมด้านความมั่นคงตามความจำเป็น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ งดเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ ขณะที่ไทยยังยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...