โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เพื่อไทย” จวกรบ.บริหารจัดการ "ซีเกมส์" ล้มเหลว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 08.23 น.

“เพื่อไทย” โต้ “อนุทิน” ขับออก มท.1เหตุจัดการไม่เป็น ล่าช้า ปัดเอี่ยวให้สัญชาติ ตั้งคำถามนายกฯเร่งปราบสแกมเมอร์โปร่งใสหรือไม่ถามฝ่ายค้าน จวกรบ.บริหารจัดการ "ซีเกมส์" ล้มเหลว หลังรื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเดิมเตรียมงานไว้ เชื่อกว่าจะถึงพิธีปิดเจอข้อผิดพลาดอีกเพียบ บี้เร่งแก้ไขแทนการแก้ตัว

วันที่ 4 ธ.ค. 68 พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวการปราบแสกมเมอร์ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายหลังปรากฏภาพถ่ายคู่กับ นายเบน สมิธ ว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้จะเป็นรูปเก่าแต่รูปที่ออกมาก็เห็นได้ชัดว่าอยู่ในหลายที่หลายเวลา เพราะ เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าเจอกัน 5-6 ครั้งแสดงว่าความสัมพันธ์ของคนในรูปนั้นไม่ใช่แค่การเจอกันผ่านๆ ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์นั้นลึกซึ้งแค่ไหน

ส่วนเรื่องต่อมาคือที่ผ่านมาสังคมมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมีคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความโปร่งใสในการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ออกมาจนมีเรื่องออกมาในสื่อ และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับการล่าช้าในการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรัฐบาลหรือไม่และเกี่ยวกับการที่บุคคลในรัฐบาลมีข่าวเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่อย่างกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้เสนอเงิน 40ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าบุคคลนั้นคือใครเพราะตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวโยงกันหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ออกมาเปิดเผยว่าพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องให้สัญชาติไทยใคร แต่เกี่ยวกับข้อเดียวคือเพราะทำงานไม่เป็น ตั้งแต่การตัดงับตัดไฟคอลเซ็นเตอร์ที่ล่าช้า และการทำงานที่ไม่เป็นก็เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนในตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรีกับการบริหารจัดการน้ำซึ่งตอนนี้ประชาชนอีกหลาย 100,000 คน ยังแช่น้ำอยู่สี่เดือนแล้ว รวมถึงความเสียหายที่เป็นวงกว้างในภาคใต้ก็เห็นชัดว่าทำงานไม่เป็น ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในการพิสูจน์ว่าตัวเองทำงานไม่เป็นตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีมา ซึ่งดูจากทั้งการบริหารและการสื่อสารแล้ว You Have No Idea What You’re Doing “ คุณไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่มากกว่า”

สำหรับพรรคเพื่อไทย ข้อมูลเหล่านี้ย้ำว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านต้องใช้กลไกในสภาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและขอย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีดีลใดๆทั้งสิ้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิทธิและหน้าที่ของฝ่ายค้านการตัดสินใจยุบสภาเพื่อหนีการตรวจสอบเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล แต่สุดท้ายก็ตั้งคำถามไปยังพรรคฝ่ายค้านว่าตอนนี้รัฐบาลบริหารจัดการในรูปนี้ความเสียหายยิ่งใหญ่ขนาดนี้เพียงพอกับการอภิปรายไว้วางใจหรือไม่

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเคลียร์ตัวเองใช่หรือไม่กรณีรูปถ่ายของนายเบน สมิธ นอกจากบอกว่ามีความสัมพันธ์กับเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน อีกที่หนึ่ง นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า จากที่ตั้งข้อสังเกตเวลาที่รูปออกมากรณีที่นายอนุทินพูดเองว่าหากเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนจริงๆก็คงจะเจอกันเต็มที่ครั้งถึงสองครั้งแต่อย่างที่เห็นนั้นมีทั้งนั่งกินข้าวหรือไปต่างประเทศด้วยกัน คิดว่าความสัมพันธ์ตรงนี้คงไม่สามารถปฏิเสธได้ง่ายๆว่าเป็นแค่เพื่อนของเพื่อน เพราะหากตั้งข้อสังเกตมันมีความยึดโยงกันหลายอย่างจากการบริหารจัดการเรื่องคอลเซ็นเตอร์ตั้งแต่ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ทุกอย่างดำเนินการล่าช้า

ตนยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลไว้ตรวจสอบรัฐมนตรีที่บริหารพร้อมพร้อมกันแต่ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นต้องมาพิจารณาอีกทีแต่ที่แน่ๆ นายกรัฐมนตรีซึ่งมีความรับผิดชอบสูงสุดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าสาเหตุที่ภาพถูกปล่อยออกมาในช่วงนี้ก็มีการตั้งคำถามว่าอาจจะถูกโยงเป็นเรื่องของการเมืองทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินดรอป ลงนั้นเกี่ยวกันหรือไม่ นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่าจากการ บริหารจัดการน้ำท่วมในภาคใต้ต่อให้ไม่มีภาพนี้ออกมา ภาพลักษณ์ก็ต่ำมาก ไม่คิดว่าจะทำให้แย่ไปมากกว่านี้แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารจัดการก็ไม่เข้าตาประชาชน

ส่วนกรณีการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า ในอีกไม่กี่วันครั้งหน้าจะมีพิธีเปิดซีเกมส์ ที่ประเทศไทยได้เกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง หลังไม่ได้เป็นเจ้าภาพมายาวนานกว่า 18 ปี ซึ่งเท่ากับว่า เยาวชนรุ่นปัจจุบันยังไม่เคยรับชมการแข่งขันซีเกมส์ในประเทศไทย โดยแทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจหลาย ๆ ด้าน การบริหารจัดการของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ได้รับไม้ต่อจากรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งรัฐมนตรีคนปัจจุบันกับลื้อทุกอย่างที่รัฐบาลเพื่อไทยเตรียมการไว้ สำหรับงานนี้ และเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลบางอย่าง

นายพายุ กล่าวอีกว่า จากที่สังคมได้เห็นตามดรามาต่าง ๆ โซเชียลมีเดีย เช่น ไฟสนามที่ไม่พร้อม, ความผิดพลาดระบบตั๋วที่นั่ง, อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน, การว่าจ้างที่ไม่สมราคา และความไม่ชัดเจนในเรื่องของโลโก้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พิสูจน์ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้งานดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่า งานระดับชาติเช่นนี้ จะมีความบกพร่อง หรือการจัดการที่ตกหล่นอยู่บ้าง ก่อนที่จะถึงวันจริง แต่ที่เราได้เห็นไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากความสะเพร่า และการบริหารจัดการของผู้จัด โดยสิ่งเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งสิ้น หากเรานำบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาจัดการตั้งแต่ต้น แต่พวกท่านกลับไม่ทำด้วยเหตุผลบางอย่าง จนงานซีเกมส์ที่ต้องแสดงศักยภาพด้วยทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศไทย เพื่อจะได้เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศชาติ กลายเป็นงานหยาบที่ทำให้เราดูเป็นตัวตลกของภูมิภาค เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไข มากกว่าการแก้ตัว และในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ แม้พวกท่านอาจจะพยายามแก้ตัว ลดทอนความผิดพลาด และมองปัญหาต่าง ๆ เหมือนกับเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องอื่นภายในประเทศของรัฐบาลนี้ แต่ครั้งนี้ชาวโลกจะได้เห็นร่วมกันด้วย และเชื่ออีกว่า กว่าจะถึงพิธีปิดซีเกมส์ เราเห็นความผิดพลาดที่เราเอาใบบัวกี่ใบปิดก็ไม่มิด

นายพายุ ย้ำว่า ซีเกมส์ครั้งนี้คือ ของชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง ถ้าจะแก้ไขก็ต้องทำ ไม่ใช่รอหลังพิธีปิด แล้วรอโทษใคร หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะจากนี้ไปโลกจะจับตามองว่า ไทยจะสามารถพลิกสถานการณ์ หรือจะกลายเป็นตัวเจ้าภาพตัวตลกสายชุ่ยของภูมิภาคจริง ๆ

ส่วนกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อออกแบบโลโก้ Ai พบว่า ลงวันที่ 7 ธันวาคม ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อเช้าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ก็บอกว่า เพิ่งเข้ามาได้แค่ 2 เดือน ต้องมาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานาน นายพายุ กล่าวว่า การที่จะมาโยงว่า อยู่ในสมัยของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ก็ต้องมาดูว่า ใครเป็นคนที่เซ็นตรงนั้น และการจะบอกแค่ช่วงระยะเวลาอย่างเดียวจะเป็นอะไรที่กว้างเกินไป เพราะว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เท่าที่เห็น ไม่ใช่แค่กระดาษใบเดียวที่เซ็นจัดจ้างวันนั้น แต่ต้องดูในภาพใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำงานแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังได้รับเหตุผลว่า เหตุใดถึงเปลี่ยนบุคคลที่รับผิดชอบดูแลมาตั้งแต่ต้น แต่กลับเข้ามาเปลี่ยนช่วงโค้งสุดท้าย

ด้านนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะต่อให้มีการเซ็นจัดซื้อจัดจ้างในช่วงรัฐบาลเดิม แต่พรรคที่กำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในเวลานี้ต้องเป็นคนที่ใส่ใจดูในรายละเอียด เพราะการบริหารจัดการสัญญาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปที่ต้องเข้ามาจัดงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการเตรียมงานซีเกมส์ได้มีการเตรียมมาหลายปี จนเกือบจะพร้อม แต่สุดท้ายคนที่เข้ามาจัดการในตอนนี้คือ คนที่ต้องรับผิดชอบจริง ๆ ที่ล้มเหลวเช่นนี้

เมื่อถามว่า งบฯ เต็มในการจัดแข่งขันซีเกมส์จำนวน 2 พันกว่าล้านบาท แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ คนปัจจุบันบอกว่า เพิ่งได้รับอนุมัติเงินมา 450 ล้านบาท จึงทำให้การจ่ายเงินล่าช้า ทำให้ตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลเดิมว่า ได้มีการอนุมัติงบฯ มาก่อนหรือไม่ นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประจำนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่า มีการเตรียมงบประมาณไว้แล้วอย่างเพียงพอ ซึ่งเดิมทีตั้งใจว่า จะจัดที่สนามหลวงด้วยซ้ำ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงย้ายมาใช้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่ขอยืนยันว่า เรื่องการเตรียมการได้มีการเตรียมมานานแล้ว แต่พอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะไปใส่ใจดูในรายละเอียดว่า สุดท้ายการนำงบประมาณไปใช้ตามแผนเป็นอย่างไร ซึ่งมันล้มเหลวตรงนี้ที่เราทำแผนไว้หมดแล้ว เตรียมงบประมาณไว้หมดแล้ว แต่รัฐบาลปัจจุบันมาบริหารไม่ได้ ซึ่งมีตั้งแต่ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ที่ปัจจุบันก็มีปัญหาอยู่ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีปัญหา แต่ทั้งนี้ก็เข้าใจว่า หน้างานอาจจะมีการทำงานติดขัด เนื่องจากมีการย้ายสถานที่จากจังหวัดสงขลา มาที่กรุงเทพมหานคร และชลบุรี ซึ่งก็เห็นใจรัฐบาล แต่ภาพที่ออกมามันแย่กว่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับการย้ายสถานที่จัดจากจังหวัดสงขลา แต่กลับเป็นภาพที่เกิดขึ้นกับป้ายคบเพลิง ที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับการจัดมหกรรมนานาชาติได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...