เจาะตลาดแรงงานไทยปี’69 67% ขาดทักษะ-กลัวตาม AI ไม่ทัน
บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ทำการสำรวจพนักงานและองค์กร 900 แห่งในไทย ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อกังวล มุมมอง และข้อเสนอแนะ ทั้งนายจ้างและพนักงานต่อรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นภาพรวมของตลาดแรงงาน ทักษะที่ต้องการ และแนวโน้มเงินเดือนในปีถัดไป
เร่งพัฒนาทักษะ-สรรหาผู้บริหาร
ภาพรวมตลาดการจ้างงานในไทย ปี 2569 ฝั่งนายจ้าง 33% มีแผนเพิ่มการจ้างงาน 5-10% อีก 40% จะรักษาระดับการจ้างงานเท่าเดิม และ 67% ขององค์กร ระบุว่า “ขาดผู้สมัครที่มีทักษะและประสบการณ์ตรงตามความต้องการ” ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ ในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะแก้ปัญหาและคิดวิเคราะห์ (58%) การสื่อสารและและการทำงานร่วมกัน (57%) และความฉลาดทางอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ และการมีทัศนคติที่ดี (52%)
ส่วนฝั่งพนักงาน 60% กังวลว่า จะไล่ตามความสามารถของ AI ไม่ทัน เนื่องจากขาดการฝึกอบรม และกว่า 60% ระบุว่า ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการหางาน
ปัจจัยที่ผู้สมัครให้ความสำคัญในการเลือกองค์กรคือ ค่าตอบแทนที่ดึงดูด (60%) ความยืดหยุ่นในการทำงาน (44%) และความมั่นคงในอาชีพ (37%)
มุมมองปี 2569 ตลาดแรงงานยังคงเผชิญความท้าทายการสรรหาคนเก่ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการปรับขึ้นเงินเดือนยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดย 97% ขององค์กรมีแผนปรับเพิ่มเงินเดือน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของพนักงานกว่า 93% ที่คาดว่าจะได้รับการขึ้นเงินเดือนเช่นกัน
พร้อมกันนี้ 71% ของพนักงานกำลังมองหาโอกาสใหม่ในตลาดงาน ส่งผลให้การแข่งขัน เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะสูงทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ในปีหน้าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราว่างงานต่ำสุดในโลกอีกด้วย
“ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า ปัจจุบันนายจ้างเลือกสรรบุคลากรเข้มข้นขึ้น และผลักดันการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) ในตลาดแรงงาน แต่ก็กังวลต่อสภาวะตลาดที่ผันผวนและคาดการณ์ได้ยาก หลายองค์กรจึงชะลอการจ้างงาน เมื่อมีความจำเป็นต้องจ้าง กลับมุ่งเน้น “ผู้บริหารระดับสูง” มากกว่าการจ้างผู้บริหารระดับกลาง สะท้อนถึงความต้องการผู้นำที่มีประสบการณ์และปรับตัวได้เร็ว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม และนำพาองค์กรฝ่าความไม่แน่นอนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้
“ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการเติบโตคือความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าเงินบาทที่แข็งตัว ซึ่งกระทบภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว”
ดังนั้น การรีสกิลและการสรรหาที่ให้ความสำคัญกับทักษะ (Skills-based Hiring) คือ กลยุทธ์สำคัญที่จะพลิกโฉมตลาดแรงงานไทย
“ปุณยนุช” ชี้ว่า ผู้สมัครที่มีทักษะพร้อมใช้งานทันที (Ready-to-go Talent) สามารถเรียกค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เนื่องจากองค์กรแข่งขันดึงดูดบุคลากรคุณภาพ ผู้ย้ายงานที่มีทักษะเฉพาะทางจะเป็นที่ต้องการ โดยเริ่มงานได้ทันทีและมีแนวโน้มได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 15-20%
เมื่ออุตสาหกรรมปรับตัวตามเทคโนโลยีและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว พนักงานต้องยกระดับทักษะความสามารถในการแข่งขัน โดย 60% ของพนักงานให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมในองค์กร (On-the-job Training) เพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะและสร้างเส้นทางเติบโตในอาชีพ
บทบาทผู้นำที่โดดเด่น
ความต้องการผู้บริหาร (C-suite) ยังคงอยู่ในระดับสูงในปี 2569 เนื่องจากองค์กรให้ความสำคัญกับผู้นำที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและรับมือกับความท้าทายได้ โดยการพลิกกลยุทธ์ กระตุ้นทีม และยืดหยุ่นสูงท่ามกลางสภาวะที่ไม่แน่นอน
“นัฐติยา ซอล” ผู้อำนวยการ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เสริมว่า การสรรหาผู้นำไทยในปีหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง องค์กรต้องยืดหยุ่นและปรับตัวได้ให้อยู่รอด องค์กรจึงต้องการผู้นำที่แข็งแกร่ง ปรับทิศทางกลยุทธ์ และนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำพาทีมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรได้
ทิศทางนี้มาพร้อมกับความท้าทาย ทั้งจำนวนผู้สมัครที่ยังมีจำกัด ความคาดหวังเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ (53%) ความลังเลของผู้บริหารระดับสูงในการเปลี่ยนงาน (มากกว่า 26%)
นอกจากนี้ การแข่งขันยื่นข้อเสนอเพื่อแย่งตัว (Counteroffers) และการดึงตัวกลับ (Buy-backs) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน (มากกว่า 26%)
หาคนมีศักยภาพ
สภาวะที่ความต้องการบุคลากรทักษะสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผู้สมัครที่มีคุณภาพกลับมีจำกัด การดึงดูดคนที่ใช่ยังคงเป็นความท้าทายในปี 2569 ประเด็นที่องค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การรักษาบุคลากร เมื่อพนักงานส่วนใหญ่ในไทยกำลังมองหาโอกาสงานใหม่ การดึงดูดคนเก่งจึงทวีความรุนแรง ค่าตอบแทนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด โดย 74% ของนายจ้างมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเงินเดือน 2-4% ในปีหน้า
สำหรับพนักงานใหม่ แนวโน้มการปรับเงินเดือนยังมีอยู่ โดย 35% ขององค์กรคาดว่าจะปรับเงินเดือนให้พนักงานใหม่ 1-5% และ 21% วางแผนปรับเพิ่ม 11-15%
ภาวะผู้นำ แบบ Human-centric ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจ เห็นอกเห็นใจ และไว้วางใจ กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร
AI กับอนาคตการสรรหาคน
ปี 2569 AI จะพลิกโฉมการทำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะกระบวนการสรรหาบุคลากร องค์กรขนาดใหญ่เริ่มใช้ AI แล้วตั้งแต่การลงประกาศงาน จัดตารางสัมภาษณ์ ประเมินผู้สมัครแบบเสมือนจริง ซึ่งช่วยให้การสรรหามีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดเวลาในการคัดเลือก ทั้งช่วยคัดกรองผู้สมัครระดับกลางถึงอาวุโสได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะบทบาทผู้สรรหาที่ต้องใช้วิจารณญาณ และทักษะการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมสำหรับองค์กร
บทสรุป 37% ขององค์กรใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างกำลังคน และอีก 30% ใช้เพื่อการทำงานด้านธุรการ บัญชี ไอที และการเงิน
นายจ้างเชื่อว่า ทักษะที่สำคัญสุดในยุค AI คือการวิเคราะห์ข้อมูล (72%) การคิดเชิงวิพากษ์ (52%) และความสามารถในการปรับตัว (34%) มากกว่าครึ่งขององค์กรคาดว่า 25-50% ของแรงงานจะได้รับการ Upskill หรือ Reskill ภายใน 5 ปี
“AI สร้างผลลัพธ์ชัดเจน ช่วยทำงานซ้ำ ๆ แทนมนุษย์ และให้ข้อมูลเชิงลึกได้ คนส่วนหนึ่งเลยกลัวจะตาม AI ไม่ทัน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะตลาดแรงงานไทยปี’69 67% ขาดทักษะ-กลัวตาม AI ไม่ทัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net