โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เจาะตลาดแรงงานไทยปี’69 67% ขาดทักษะ-กลัวตาม AI ไม่ทัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 07.33 น.

บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ทำการสำรวจพนักงานและองค์กร 900 แห่งในไทย ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับข้อกังวล มุมมอง และข้อเสนอแนะ ทั้งนายจ้างและพนักงานต่อรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นภาพรวมของตลาดแรงงาน ทักษะที่ต้องการ และแนวโน้มเงินเดือนในปีถัดไป

เร่งพัฒนาทักษะ-สรรหาผู้บริหาร

ภาพรวมตลาดการจ้างงานในไทย ปี 2569 ฝั่งนายจ้าง 33% มีแผนเพิ่มการจ้างงาน 5-10% อีก 40% จะรักษาระดับการจ้างงานเท่าเดิม และ 67% ขององค์กร ระบุว่า “ขาดผู้สมัครที่มีทักษะและประสบการณ์ตรงตามความต้องการ” ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ ในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะแก้ปัญหาและคิดวิเคราะห์ (58%) การสื่อสารและและการทำงานร่วมกัน (57%) และความฉลาดทางอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ และการมีทัศนคติที่ดี (52%)

ส่วนฝั่งพนักงาน 60% กังวลว่า จะไล่ตามความสามารถของ AI ไม่ทัน เนื่องจากขาดการฝึกอบรม และกว่า 60% ระบุว่า ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการหางาน

ปัจจัยที่ผู้สมัครให้ความสำคัญในการเลือกองค์กรคือ ค่าตอบแทนที่ดึงดูด (60%) ความยืดหยุ่นในการทำงาน (44%) และความมั่นคงในอาชีพ (37%)

มุมมองปี 2569 ตลาดแรงงานยังคงเผชิญความท้าทายการสรรหาคนเก่ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการปรับขึ้นเงินเดือนยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดย 97% ขององค์กรมีแผนปรับเพิ่มเงินเดือน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของพนักงานกว่า 93% ที่คาดว่าจะได้รับการขึ้นเงินเดือนเช่นกัน

พร้อมกันนี้ 71% ของพนักงานกำลังมองหาโอกาสใหม่ในตลาดงาน ส่งผลให้การแข่งขัน เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะสูงทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ในปีหน้าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราว่างงานต่ำสุดในโลกอีกด้วย

“ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า ปัจจุบันนายจ้างเลือกสรรบุคลากรเข้มข้นขึ้น และผลักดันการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) ในตลาดแรงงาน แต่ก็กังวลต่อสภาวะตลาดที่ผันผวนและคาดการณ์ได้ยาก หลายองค์กรจึงชะลอการจ้างงาน เมื่อมีความจำเป็นต้องจ้าง กลับมุ่งเน้น “ผู้บริหารระดับสูง” มากกว่าการจ้างผู้บริหารระดับกลาง สะท้อนถึงความต้องการผู้นำที่มีประสบการณ์และปรับตัวได้เร็ว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม และนำพาองค์กรฝ่าความไม่แน่นอนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้

“ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการเติบโตคือความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าเงินบาทที่แข็งตัว ซึ่งกระทบภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว”

ดังนั้น การรีสกิลและการสรรหาที่ให้ความสำคัญกับทักษะ (Skills-based Hiring) คือ กลยุทธ์สำคัญที่จะพลิกโฉมตลาดแรงงานไทย

“ปุณยนุช” ชี้ว่า ผู้สมัครที่มีทักษะพร้อมใช้งานทันที (Ready-to-go Talent) สามารถเรียกค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เนื่องจากองค์กรแข่งขันดึงดูดบุคลากรคุณภาพ ผู้ย้ายงานที่มีทักษะเฉพาะทางจะเป็นที่ต้องการ โดยเริ่มงานได้ทันทีและมีแนวโน้มได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 15-20%

เมื่ออุตสาหกรรมปรับตัวตามเทคโนโลยีและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว พนักงานต้องยกระดับทักษะความสามารถในการแข่งขัน โดย 60% ของพนักงานให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมในองค์กร (On-the-job Training) เพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะและสร้างเส้นทางเติบโตในอาชีพ

บทบาทผู้นำที่โดดเด่น

ความต้องการผู้บริหาร (C-suite) ยังคงอยู่ในระดับสูงในปี 2569 เนื่องจากองค์กรให้ความสำคัญกับผู้นำที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและรับมือกับความท้าทายได้ โดยการพลิกกลยุทธ์ กระตุ้นทีม และยืดหยุ่นสูงท่ามกลางสภาวะที่ไม่แน่นอน

“นัฐติยา ซอล” ผู้อำนวยการ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เสริมว่า การสรรหาผู้นำไทยในปีหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง องค์กรต้องยืดหยุ่นและปรับตัวได้ให้อยู่รอด องค์กรจึงต้องการผู้นำที่แข็งแกร่ง ปรับทิศทางกลยุทธ์ และนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อนำพาทีมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรได้

ทิศทางนี้มาพร้อมกับความท้าทาย ทั้งจำนวนผู้สมัครที่ยังมีจำกัด ความคาดหวังเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ (53%) ความลังเลของผู้บริหารระดับสูงในการเปลี่ยนงาน (มากกว่า 26%)

นอกจากนี้ การแข่งขันยื่นข้อเสนอเพื่อแย่งตัว (Counteroffers) และการดึงตัวกลับ (Buy-backs) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน (มากกว่า 26%)

หาคนมีศักยภาพ

สภาวะที่ความต้องการบุคลากรทักษะสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผู้สมัครที่มีคุณภาพกลับมีจำกัด การดึงดูดคนที่ใช่ยังคงเป็นความท้าทายในปี 2569 ประเด็นที่องค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การรักษาบุคลากร เมื่อพนักงานส่วนใหญ่ในไทยกำลังมองหาโอกาสงานใหม่ การดึงดูดคนเก่งจึงทวีความรุนแรง ค่าตอบแทนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด โดย 74% ของนายจ้างมีแนวโน้มจะปรับขึ้นเงินเดือน 2-4% ในปีหน้า

สำหรับพนักงานใหม่ แนวโน้มการปรับเงินเดือนยังมีอยู่ โดย 35% ขององค์กรคาดว่าจะปรับเงินเดือนให้พนักงานใหม่ 1-5% และ 21% วางแผนปรับเพิ่ม 11-15%

ภาวะผู้นำ แบบ Human-centric ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจ เห็นอกเห็นใจ และไว้วางใจ กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร

AI กับอนาคตการสรรหาคน

ปี 2569 AI จะพลิกโฉมการทำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะกระบวนการสรรหาบุคลากร องค์กรขนาดใหญ่เริ่มใช้ AI แล้วตั้งแต่การลงประกาศงาน จัดตารางสัมภาษณ์ ประเมินผู้สมัครแบบเสมือนจริง ซึ่งช่วยให้การสรรหามีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดเวลาในการคัดเลือก ทั้งช่วยคัดกรองผู้สมัครระดับกลางถึงอาวุโสได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะบทบาทผู้สรรหาที่ต้องใช้วิจารณญาณ และทักษะการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมสำหรับองค์กร

บทสรุป 37% ขององค์กรใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างกำลังคน และอีก 30% ใช้เพื่อการทำงานด้านธุรการ บัญชี ไอที และการเงิน

นายจ้างเชื่อว่า ทักษะที่สำคัญสุดในยุค AI คือการวิเคราะห์ข้อมูล (72%) การคิดเชิงวิพากษ์ (52%) และความสามารถในการปรับตัว (34%) มากกว่าครึ่งขององค์กรคาดว่า 25-50% ของแรงงานจะได้รับการ Upskill หรือ Reskill ภายใน 5 ปี

“AI สร้างผลลัพธ์ชัดเจน ช่วยทำงานซ้ำ ๆ แทนมนุษย์ และให้ข้อมูลเชิงลึกได้ คนส่วนหนึ่งเลยกลัวจะตาม AI ไม่ทัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะตลาดแรงงานไทยปี’69 67% ขาดทักษะ-กลัวตาม AI ไม่ทัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...