โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ปิดเช้าร่วง 20.07 จุด แรงขาย DELTA กดดัน งบบจ. Q3/68 ต่ำกว่าคาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 06.11 น.

ดัชนี หุ้นไทย ภาคเช้าวันที่ 14 พ.ย.ติดลบหนัก 20.07 จุด (-1.56%) นักวิเคราะห์เผย SET ร่วงแรงจากแรงขายหุ้นใหญ่กดดัน DELTA ถ่วงตลาด กำไรบจ.ส่วนใหญ่ต่ำคาด แนวโน้มบ่ายคาดตลาดแกว่งแดนลบให้แนวรับ 1,260 จุด และแนวต้าน 1,280 จุด

วันที่ 14 พ.ย.2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ปิดภาคเช้าที่ 1,267.37 จุด ลดลง 20.07 จุด (-1.56%) มูลค่าซื้อขาย 16,365.56 ล้านบาท

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ร่วงรับแรงขายหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับลงตามหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ทำให้ DELTA ถ่วงดัชนี

นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ดีดตัวขึ้น หลังนักลงทุนกังวลโอกาสปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีน้อยลง แม้การปิดหน่วยงานกลางของสหรัฐฯจะยุติลงแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ถูกเลื่อนออกมา ทำให้ไม่มีข้อมูลในการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย และเฟดอาจยังไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ยังมีแรงขายในหุ้นที่รายงานผลประกอบการออกมาต่ำคาด ขณะที่แรงขายกลุ่ม Domestic กดดันตลาดจากความกังวลเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งจะกระทบต่อการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งแดนลบต่อไป สัปดาห์หน้าจะมีการรายงานตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 3/68 ซึ่งคาดว่าการเติบโตอาจยังไม่ดีเนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง จึงอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงออกมาก่อนการเปิดเผยตัวเลขดังกล่าว
ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมาปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเบาบาง

นายณัฐพล มองว่าหุ้นไทยถูกดดันจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ทางเทคนิคดัชนีไม่สามารถยืนเหนือ 1,300 จุดได้อย่างมั่นคงเป็น Sentiment ลบ ประกอบกับความเชื่อมั่นในการลงทุนถูกลดทอนหลังหุ้น IPO ที่เข้าตลาดเปิดเทรดวันแรกหลายตัวต่ำจอง

นอกจากนี้ งบบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/68 ไม่ดีเนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามบรรยากาศการลงทุนจะกลับมาฟื้นตัวในเดือนธ.ค. หรือไม่ เนื่องจากมีมาตรการตลาดทุนที่จะเริ่มเข้ามาช่วยหนุนในเดือนธ.ค. อาทิ โครงการ TISA แต่เดือนพ.ย.ยังคาดหวังโอกาสฟื้นตัวยาก

โดยให้กรอบแนวรับ 1,260 จุด และแนวต้าน 1,280 จุด

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

  • ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,280.47 ล้านบาท ปิดที่ 311.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
  • DELTA มูลค่าการซื้อขาย 880.05 ล้านบาท ปิดที่ 207.00 บาท ลดลง 11.00 บาท
  • BDMS มูลค่าการซื้อขาย 804.59 ล้านบาท ปิดที่ 19.70 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  • KBANK มูลค่าการซื้อขาย 762.48 ล้านบาท ปิดที่ 182.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  • SCB มูลค่าการซื้อขาย 549.33 ล้านบาท ปิดที่ 127.50 บาท ลดลง 0.50 บาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...