โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เซ็นทรัลฯ ทุ่ม 800 ล้านบาทจัด “คริสต์มาส” ธีม “ดิสนีย์”กระตุ้นจับจ่าย-ท่องเที่ยวโค้งสุดท้าย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 04.16 น.

CPN ผนึก ดิสนีย์-ททท. อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 800 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “The Magical Stars” เนรมิตศูนย์การค้าทั่วประเทศเป็น 4 อาณาจักรดิสนีย์ กระตุ้นการจับจ่ายและภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ชิงทราฟฟิกโค้งสุดท้ายเพิ่ม25–30% ดันเศรษฐกิจไทยผ่าน Festival Economy ล็อกเป้านทท.คุณภาพมาเลเซีย, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตะวันออกกลาง และยุโรป

21 พฤศจิกายน 2568-ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด CPN เปิดเผยว่า เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ในการจัดแคมเปญส่งท้ายปี “The Magical Stars” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังทางธุรกิจกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด ยุทธศาสตร์หลักของการลงทุนครั้งนี้คือการใช้ "พลังของเทศกาล" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (Q4) ภายใต้แนวคิด Festival Economy

แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างแรงกระตุ้นต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ การจัดงานในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ถือเป็นกิจกรรมหลักในช่วงที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงสุดของปี

โดยบริษัทประเมินว่า การจัดงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องตลอดปี เช่น ตรุษจีน สงกรานต์ และการจัดเคานต์ดาวน์ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภูมิภาค CPN คาดการณ์ว่าการจัดแคมเปญนี้จะส่งผลให้ ปริมาณทราฟฟิก (Traffic) หรือจำนวนผู้เข้าใช้บริการในศูนย์การค้าทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นกว่า 25–30% ตลอดระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 11 มกราคม 2569

CPN ได้วางกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดึงดูดทั้งตลาดในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ศูนย์การค้า 12 แห่ง ที่ถูกจัดเป็น Tourist Malls เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการดึงดูดการจับจ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การดำเนินงานด้านการตลาดได้มุ่งเป้าไปยังกลุ่มตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง (High Potential) และกลุ่มตลาดระยะสั้น (Short-haul) ได้แก่ มาเลเซีย, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และกลุ่มตลาดยุโรปที่นิยมเดินทางมายังเมืองท่องเที่ยวชายทะเลในช่วงปลายปี เช่น พัทยา สมุย ภูเก็ต และกระบี่

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการรับรู้และกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว CPN ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการเงินและผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย การเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการบัตรเครดิตและระบบชำระเงิน ได้แก่ JCB, MasterCard, UOB, UnionPay, Alipay+, Alipay, WeChat Pay และ Touch ‘n Go มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน

นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เช่น Klook และผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telco) เช่น True & Dtac และ AIS เพื่อสร้างความร่วมมือในการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นยอดขายของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงก่อนการเดินทางมายังประเทศไทย

แคมเปญ “The Magical Stars” ถูกออกแบบให้ใช้กลยุทธ์การตกแต่งและกิจกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละสาขา เพื่อให้เกิดการสร้าง "เส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่" และจูงใจให้เกิดการเดินทางข้ามพื้นที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระจายเม็ดเงินไปยังเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยแบ่งการจัดแสดงหลักออกเป็น 4 ธีมที่สำคัญได้แก่ ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ และ “มิคกี้และมินนี่” สูง 3 เมตร ในชุดผ้าไทย, Disney The Magical Stars 2026 at centralwOrld, Magic Town ธีมมิคกี้ เมาส์ และ Magic Castle ธีมปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์

ทั้งนี้เซ็นทรัลเวิลด์ถูกวางให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและเป็นหัวหอกในการสร้างกระแส งานจัดแสดงนี้ถูกระบุว่าเป็นงานที่รวบรวมคาแรกเตอร์ดิสนีย์ยอดนิยมจากทั่วโลกนอกอาณาจักรดิสนีย์ที่ ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย บนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 3,500 ตารางเมตร การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 7 โซนหลัก เช่น Mickey & Friends, Toy Story, Zootopia, Frozen และการจำลองปราสาท Disney Princess

การจัดงานนี้ยังรวมถึงการฉลองครบรอบ 20 ปีของ Hong Kong Disneyland Resort โดยมีการจัดแสดง Mickey Mouse Inflatable สูง 5 เมตร พร้อมการร่วมมือกับ 20 แบรนด์ชั้นนำ เพื่อออกคอลเลกชันสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ รายงานระบุว่า ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงเทศกาลแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนต่อวัน

เพื่อสร้างความครอบคลุมและกระตุ้นการเดินทางในทุกภูมิภาค กิจกรรมได้ถูกขยายผลไปยังศูนย์การค้าในพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันคือ

  • Magic Town (Mickey & Friends): จัดขึ้นใน 24 สาขาทั่วประเทศ โดยเน้นการตกแต่งด้วยคาแรกเตอร์ Mickey & Friends เช่น Mickey & Minnie Giant Inflatable และ Giant Plush Dolls เพื่อสร้าง Photo Landmark ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ พระราม 2, ลาดพร้าว, เชียงใหม่, ขอนแก่น และหาดใหญ่
  • Magic Castle (Disney Princess): จัดแสดงปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์ที่จำลองขึ้นสูงกว่า 8 เมตร ใน 17 สาขา การออกแบบในลักษณะ Immersive ที่สามารถเข้าไปสัมผัสภายในได้จริง มีเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ระดับโลกให้แก่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่ส่วนกลาง

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า แคมเปญนี้ได้ใช้พลังของเทศกาลเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ของ ททท. ซึ่งเป็นการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมผ้าไทยและงานศิลปาชีพ โดยมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค ผ่านการจัดแสดงหลัก 2 ส่วน:

  • ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ไทย “The Magical Thai Pride”: จัดแสดงใน 9 สาขา โดยรังสรรค์จากฝีมือชุมชนทั่วประเทศ เช่น

  • เซ็นทรัล หาดใหญ่: จัดแสดง บาติกคริสต์มาส เพื่อตอกย้ำความเป็นสงขลาในฐานะเมืองสร้างสรรค์โลกโดย UNESCO ปี 2025

    • เซ็นทรัล เชียงราย: จัดแสดง หมอกพันวา ซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชนเผ่าบนพื้นที่สูง
  • มิคกี้ เมาส์และมินนี่ เมาส์ ในชุดผ้าไทย: จัดแสดงขนาดสูง 3 เมตร ใน 8 สาขา โดยใช้ลายผ้าเฉพาะถิ่นจากจังหวัดต่างๆ เช่น ผ้าซิ่นตีนจกจากเชียงใหม่, ไหมโคราชลายแมวสีสวาท, และลายผ้าดอกเกลือจากมหาชัย การจัดแสดงนี้มีเป้าหมายในการยกระดับภาพลักษณ์ของผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล ททท. เชื่อมั่นว่าการผนวกพลังของงานเทศกาล (Event) และวัฒนธรรมท้องถิ่น (Culture) จะช่วยสร้าง "Magnet" หรือจุดดึงดูด และสร้าง "Reason to Visit" หรือเหตุผลในการเดินทางที่โดดเด่นให้กับประเทศไทยได้

บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จํากัด แสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยนำ "จิตวิญญาณแห่งจินตนาการ" ของดิสนีย์มาสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่แข็งแกร่งในตลาดไทย โดยเฉพาะการสร้างช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุ การผนวกความสามารถในการสร้างสรรค์ของดิสนีย์เข้ากับศักยภาพของ CPN ในการสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ (Creating Experiences) จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของทั้งสององค์กรในภูมิภาคนี้

การลงทุนครั้งใหญ่ของ CPN ในแคมเปญ “The Magical Stars” จึงเป็นกลไกทางธุรกิจที่สำคัญในการชิงส่วนแบ่งการตลาดและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) กว่าร้อยละ 25-30 และการกระจายตัวของกิจกรรมไปยังศูนย์การค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการบริหารยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นทั้งผลตอบแทนเชิงธุรกิจและการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับภูมิภาคไปพร้อมกัน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...