เซ็นทรัลฯ ทุ่ม 800 ล้านบาทจัด “คริสต์มาส” ธีม “ดิสนีย์”กระตุ้นจับจ่าย-ท่องเที่ยวโค้งสุดท้าย
CPN ผนึก ดิสนีย์-ททท. อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 800 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “The Magical Stars” เนรมิตศูนย์การค้าทั่วประเทศเป็น 4 อาณาจักรดิสนีย์ กระตุ้นการจับจ่ายและภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ชิงทราฟฟิกโค้งสุดท้ายเพิ่ม25–30% ดันเศรษฐกิจไทยผ่าน Festival Economy ล็อกเป้านทท.คุณภาพมาเลเซีย, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตะวันออกกลาง และยุโรป
21 พฤศจิกายน 2568-ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด CPN เปิดเผยว่า เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ในการจัดแคมเปญส่งท้ายปี “The Magical Stars” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังทางธุรกิจกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด ยุทธศาสตร์หลักของการลงทุนครั้งนี้คือการใช้ "พลังของเทศกาล" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (Q4) ภายใต้แนวคิด Festival Economy
แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างแรงกระตุ้นต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ การจัดงานในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ถือเป็นกิจกรรมหลักในช่วงที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูงสุดของปี
โดยบริษัทประเมินว่า การจัดงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องตลอดปี เช่น ตรุษจีน สงกรานต์ และการจัดเคานต์ดาวน์ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภูมิภาค CPN คาดการณ์ว่าการจัดแคมเปญนี้จะส่งผลให้ ปริมาณทราฟฟิก (Traffic) หรือจำนวนผู้เข้าใช้บริการในศูนย์การค้าทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นกว่า 25–30% ตลอดระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 11 มกราคม 2569
CPN ได้วางกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดึงดูดทั้งตลาดในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ศูนย์การค้า 12 แห่ง ที่ถูกจัดเป็น Tourist Malls เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการดึงดูดการจับจ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การดำเนินงานด้านการตลาดได้มุ่งเป้าไปยังกลุ่มตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง (High Potential) และกลุ่มตลาดระยะสั้น (Short-haul) ได้แก่ มาเลเซีย, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และกลุ่มตลาดยุโรปที่นิยมเดินทางมายังเมืองท่องเที่ยวชายทะเลในช่วงปลายปี เช่น พัทยา สมุย ภูเก็ต และกระบี่
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการรับรู้และกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว CPN ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการเงินและผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย การเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการบัตรเครดิตและระบบชำระเงิน ได้แก่ JCB, MasterCard, UOB, UnionPay, Alipay+, Alipay, WeChat Pay และ Touch ‘n Go มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน
นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เช่น Klook และผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telco) เช่น True & Dtac และ AIS เพื่อสร้างความร่วมมือในการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นยอดขายของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงก่อนการเดินทางมายังประเทศไทย
แคมเปญ “The Magical Stars” ถูกออกแบบให้ใช้กลยุทธ์การตกแต่งและกิจกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละสาขา เพื่อให้เกิดการสร้าง "เส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่" และจูงใจให้เกิดการเดินทางข้ามพื้นที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระจายเม็ดเงินไปยังเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยแบ่งการจัดแสดงหลักออกเป็น 4 ธีมที่สำคัญได้แก่ ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ และ “มิคกี้และมินนี่” สูง 3 เมตร ในชุดผ้าไทย, Disney The Magical Stars 2026 at centralwOrld, Magic Town ธีมมิคกี้ เมาส์ และ Magic Castle ธีมปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์
ทั้งนี้เซ็นทรัลเวิลด์ถูกวางให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและเป็นหัวหอกในการสร้างกระแส งานจัดแสดงนี้ถูกระบุว่าเป็นงานที่รวบรวมคาแรกเตอร์ดิสนีย์ยอดนิยมจากทั่วโลกนอกอาณาจักรดิสนีย์ที่ ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย บนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 3,500 ตารางเมตร การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 7 โซนหลัก เช่น Mickey & Friends, Toy Story, Zootopia, Frozen และการจำลองปราสาท Disney Princess
การจัดงานนี้ยังรวมถึงการฉลองครบรอบ 20 ปีของ Hong Kong Disneyland Resort โดยมีการจัดแสดง Mickey Mouse Inflatable สูง 5 เมตร พร้อมการร่วมมือกับ 20 แบรนด์ชั้นนำ เพื่อออกคอลเลกชันสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ รายงานระบุว่า ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงเทศกาลแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนต่อวัน
เพื่อสร้างความครอบคลุมและกระตุ้นการเดินทางในทุกภูมิภาค กิจกรรมได้ถูกขยายผลไปยังศูนย์การค้าในพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันคือ
- Magic Town (Mickey & Friends): จัดขึ้นใน 24 สาขาทั่วประเทศ โดยเน้นการตกแต่งด้วยคาแรกเตอร์ Mickey & Friends เช่น Mickey & Minnie Giant Inflatable และ Giant Plush Dolls เพื่อสร้าง Photo Landmark ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ พระราม 2, ลาดพร้าว, เชียงใหม่, ขอนแก่น และหาดใหญ่
- Magic Castle (Disney Princess): จัดแสดงปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์ที่จำลองขึ้นสูงกว่า 8 เมตร ใน 17 สาขา การออกแบบในลักษณะ Immersive ที่สามารถเข้าไปสัมผัสภายในได้จริง มีเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ระดับโลกให้แก่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่ส่วนกลาง
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า แคมเปญนี้ได้ใช้พลังของเทศกาลเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ของ ททท. ซึ่งเป็นการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมผ้าไทยและงานศิลปาชีพ โดยมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค ผ่านการจัดแสดงหลัก 2 ส่วน:
ต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ไทย “The Magical Thai Pride”: จัดแสดงใน 9 สาขา โดยรังสรรค์จากฝีมือชุมชนทั่วประเทศ เช่น
เซ็นทรัล หาดใหญ่: จัดแสดง บาติกคริสต์มาส เพื่อตอกย้ำความเป็นสงขลาในฐานะเมืองสร้างสรรค์โลกโดย UNESCO ปี 2025
- เซ็นทรัล เชียงราย: จัดแสดง หมอกพันวา ซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชนเผ่าบนพื้นที่สูง
มิคกี้ เมาส์และมินนี่ เมาส์ ในชุดผ้าไทย: จัดแสดงขนาดสูง 3 เมตร ใน 8 สาขา โดยใช้ลายผ้าเฉพาะถิ่นจากจังหวัดต่างๆ เช่น ผ้าซิ่นตีนจกจากเชียงใหม่, ไหมโคราชลายแมวสีสวาท, และลายผ้าดอกเกลือจากมหาชัย การจัดแสดงนี้มีเป้าหมายในการยกระดับภาพลักษณ์ของผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล ททท. เชื่อมั่นว่าการผนวกพลังของงานเทศกาล (Event) และวัฒนธรรมท้องถิ่น (Culture) จะช่วยสร้าง "Magnet" หรือจุดดึงดูด และสร้าง "Reason to Visit" หรือเหตุผลในการเดินทางที่โดดเด่นให้กับประเทศไทยได้
บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จํากัด แสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยนำ "จิตวิญญาณแห่งจินตนาการ" ของดิสนีย์มาสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่แข็งแกร่งในตลาดไทย โดยเฉพาะการสร้างช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุ การผนวกความสามารถในการสร้างสรรค์ของดิสนีย์เข้ากับศักยภาพของ CPN ในการสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ (Creating Experiences) จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของทั้งสององค์กรในภูมิภาคนี้
การลงทุนครั้งใหญ่ของ CPN ในแคมเปญ “The Magical Stars” จึงเป็นกลไกทางธุรกิจที่สำคัญในการชิงส่วนแบ่งการตลาดและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) กว่าร้อยละ 25-30 และการกระจายตัวของกิจกรรมไปยังศูนย์การค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการบริหารยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นทั้งผลตอบแทนเชิงธุรกิจและการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับภูมิภาคไปพร้อมกัน