โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อโมริมชี้เปลี่ยนการเล่นของแมนยู เพราะนักเตะเจ็บเยอะ ไม่เกี่ยวกับสื่อ-แฟบอลกดดัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 00.58 น.
Reuters

อโมริมชี้เปลี่ยนการเล่นของแมนยู เพราะนักเตะเจ็บเยอะ ไม่เกี่ยวกับสื่อ-แฟบอลกดดัน

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ตอนที่มาทำงานกับแมนยูใหม่ๆ เมื่อซีซั่นก่อน ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมที่จะเล่นได้ดีในระบบกองหลัง 3 คนของเขาเลย แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการต่างๆ เราพยายามที่จะสร้างจุดเด่นของเรา แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เราไม่มีนักเตะมากพอ ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งก็เปลี่ยนมาเล่นในระบบกองหลัง 4 คนแล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยน ไม่ได้มาจากแรงกดดันจากสื่อ หรือแฟนบอล

อโมริมกล่าวอีกว่า เมื่อสื่อเน้นไปที่เรื่องเปลี่ยนแผนการเล่นอยู่ตลอด ที่ไม่ยอมเปลี่ยน เพราะไม่อยากให้เข้าใจว่าเปลี่ยนแผนเพราะแรงกดดันจากสื่อ ถ้าทำแบบนั้นมันคงเป็นจุดจบของโค้ชแล้ว ตอนนี้เรากำลังเล่นได้ดีในระบบของเรา เราจะกลายเป็นทีมที่ดีกว่านี้ เพราะเมื่อผู้เล่นทุกคนกลับมาพร้อมหน้า เราจะไม่ได้เล่นด้วยกองหลัง 3 คนตลอดเวลา

ส่วนบรูโน่ แฟร์นันเดส กัปตันทีมที่บาดเจ็บไปก่อนหน้านี้นั้น อโมริมกล่าวว่า บรูโน่ต้องการกลับมาซ้อมแล้ว แต่เข้าจะไม่สามารถลงเล่นในเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตันได้ เขาเป็นผู้นำ และเมื่อเขาไมได้เล่น เขาก็จะพูดอะไรไม่ได้ ที่ผ่านมาเข้าพูดอยู่ตลอด เพราะมีหน้าที่เป็นกัปตันทีม บางครั้งบรูโน่ก็มีเรื่องแน่ๆ บ้าง การโบกไม้โบกมือของเขา แต่เขาก็มีเรื่องดีมากมาย ที่คนอื่นๆ อาจจะไม่ได้เห็น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อโมริมชี้เปลี่ยนการเล่นของแมนยู เพราะนักเตะเจ็บเยอะ ไม่เกี่ยวกับสื่อ-แฟบอลกดดัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...