สาวแลมโบกินี่ เดือด ! เจอตำรวจไล่จอดกลางทางด่วน เจ้าตัวอ้าง แบบนี้อันตราย
เจ้าของรถแลมโบกินี่ โพสต์เดือด ตำรวจทางหลวงขับรถไล่ตาม เรียกตรวจกลางดึก ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด?
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา มีคลิปที่ทำเอาชาวเน็ตถกเถียงกันทั่วโซเชียล เมื่อไฮโซสาวเจ้าของรถหรู “แลมโบกินี่” โพสต์คลิป ขณะที่ตนเองกำลังถูกตำรวจทางหลวง ให้จอดเพื่อตรวจสอบรถ โดยในคลิประบุว่า “ตำรวจ ต้องการอะไร ขับรถตาม ตอนตีหนึ่งครึ่ง ทั้งๆๆ ที่ไม่ได้ทำผิดอะไร โบกให้จอด ถ้าจะทำแบบนี้ ไม่ควรทำ เสียเวลา ประชาชน อย่าใช้ตำแหน่ง ทำอะไรที่เกินเส้นกัน………ทางใครทางมัน….คุณจะขับรถตามให้จอดทุกคันไปเลยซิ……ที่นี่เมืองไทย….มันควรพัฒนา….ศักยภาพ…..ความสบายใจประชาชนมากกว่านี้….”
ซึ่งหลังจากคลิปนั้นเผยแพร่ออกไป เธอก็ได้มาอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่า ในวันที่ 7 พ.ย. 68 เธอได้ขับรถไปกับกลุ่มแลมโบกินี่เพื่อไปฉลองวันเกิดที่พัทยา ซึ่งในตอนเช้ามีตำรวจขับรถไล่ตามและเรียกตรวจมาครั้งหนึ่งแล้ว โทษฐานที่ไม่ติดป้านทะเบียนรถ ซึ่งในตอนนั้นได้จ่ายค่าปรับไปเรียบร้อย แต่พอช่วงกลางดึก เมื่อกลับจากพัทยา เธอกลับโดนรถตำรวจขับไล่ตามและเรียกตรวจอีกครั้ง ซึ่งเธอมองว่า การที่ตำรวจขับรถไล่ตามแบบนี้ มันอันตราย แถมยังเป็นช่วงเวลากลางดึก ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากตำรวจแต่งกายแค่ครึ่งท่อน พร้อมขอเปิดกระจก ตรวจกระเป๋าของเธอ
เหตุการณ์นี้ ทำให้เธอมองว่าการกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสม หากเอมีความผิดจริง ก็ไม่ควรขับรถไล่ตามประกบพื่อตรวจแบบนี้ ใบสั่งปรับสามารถส่งไปที่บ้านได้ และให้ประชาชนจ่ายตากที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องเรียกตรวจกลางทาง
ซึ่งหลังคลิปนี้ถุกเผยแพร่ไป ก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นหลายมุม
ตำรวจทางหลวง ได้ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นทันที โดยระบุว่า
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. บริเวณ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.100 (มุ่งหน้าชลบุรี) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้พบรถยนต์ยี่ห้อลัมโบร์กีนี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ เมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่า รถคันดังกล่าวไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการออกใบสั่งในข้อหา “ใช้รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน” ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากนั้นผู้ขับขี่ได้ชำระค่าปรับผ่านระบบสแกน QR Code ที่ปรากฎในใบสั่ง ซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
ต่อมา วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 01.30 น. บริเวณทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.45 (มุ่งหน้า กทม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอีกนายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในผลัดกลางคืน ได้พบรถยนต์คันเดียวกันที่ยังไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวเคยถูกออกใบสั่งมาก่อนแล้วหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบภายหลังพบว่า รถคันดังกล่าวได้ถูกออกใบสั่งไปก่อนหน้านี้แล้ว ในข้อหาไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเพิ่มเติม และได้เชิญให้ผู้ขับขี่เดินทางต่อได้ตามปกติ ซึ่งในขณะนั้นผู้ขับขี่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพวิดีโอ จนปรากฏเป็นคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในเวลาต่อมา
การที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจในลักษณะนี้ ถือเป็นเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ในช่วงเวลากลางคืน รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมักถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายหรือก่ออาชญากรรม การเรียกตรวจดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสามารถกระทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึง การจัดส่งใบสั่งถึงบ้านของผู้กระทำความผิด นั้น การส่งใบสั่งทางไปรษณีย์สามารถดำเนินการได้เฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจน เช่น ภาพจากกล้องตรวจจับความเร็ว หรือการจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนปรากฏชัดเจน แต่ในกรณี “รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน” เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทราบหมายเลขทะเบียนได้ จึงไม่สามารถดำเนินการออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์และส่งถึงบ้านได้ตามขั้นตอนดังกล่าว
กองบังคับการตำรวจทางหลวง ขอเรียนให้ประชาชนเข้าใจว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และกฎระเบียบของบ้านเมือง
หลังการชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ทุกคนคิดว่าตำรวจทำแบบนี้ สมควรหรือถูกต้องแล้วหรือไม่ ใครถูก ใครผิดกันแน่?