“ญี่ปุ่น” ส่งสัญญาณแรง พร้อมแทรกแซงตลาดเงิน หาก “เยน” อ่อนค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน
"ญี่ปุ่น" ส่งสัญญาณแรง พร้อมแทรกแซงตลาดเงิน หาก "เยน" อ่อนค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน หลังเงินเยนอ่อนค่าหนักแม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี
วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 14.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีอิสระเต็มที่ในการรับมือกับความผันผวนของค่าเงินเยน หากการเคลื่อนไหวรุนแรงเกินไปและไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นับเป็นคำเตือนที่ชัดเจนและแข็งกร้าวที่สุดจนถึงขณะนี้ เกี่ยวกับความพร้อมของโตเกียวในการเข้าแทรกแซงตลาดเงิน
Satsuki Katayama รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวว่า การอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา ไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานเลย หลังตลาดตอบสนองเชิงลบต่อถ้อยแถลงของคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เมื่อสัปดาห์ก่อน
คาตายามะ กล่าวโดยอ้างอิงข้อตกลงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นและสหรัฐ บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนกันยายนว่า “ฉันไม่เชื่อว่าค่าเงินจะอ่อนลงไปมากขนาดนั้น หากไม่มีแรงเก็งกำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อความเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินไป”
ถ้อยแถลงดังกล่าวสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ที่คาตายามะให้ไว้กับ Bloomberg ก่อนหน้านี้ และช่วยหนุนค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้นมาบริเวณ 156 เยนต่อดอลลาร์ แม้ยังไม่ห่างจากระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือนที่ 157.78 เยน ซึ่งทำไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนกันยายน ญี่ปุ่นและสหรัฐยืนยันหลักการให้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดโดยกลไกตลาด แต่ก็เห็นพ้องว่าการแทรกแซงค่าเงินสามารถทำได้ในกรณีที่เกิดความผันผวนรุนแรงผิดปกติ
ฝ่ายนโยบายญี่ปุ่นจึงยึดกรอบดังกล่าวเป็นเหตุผลรองรับสิทธิในการแทรกแซง เมื่อค่าเงินเบี่ยงเบนจากปัจจัยพื้นฐานและแกว่งตัวรุนแรงเกินควร โดยครั้งล่าสุดที่ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเงินคือ เดือนกรกฎาคม 2567 หลังเงินเยนอ่อนค่าลงแตะ 161.96 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 38 ปี
นักวิเคราะห์มองว่าคำเตือนครั้งนี้ทำให้เส้นแดงของทางการญี่ปุ่นชัดเจนขึ้น ANZ ระบุว่า “หากดอลลาร์แข็งค่าทะลุระดับหลังการแถลงข่าวของ BOJ และขยับขึ้นไปแถว 158 เยนหรือมากกว่านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะเข้าแทรกแซงในบางจุดอย่างแน่นอน”
ทั้งนี้เงินเยนที่อ่อนค่ากลายเป็นโจทย์การเมืองและนโยบายที่อ่อนไหวสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น กระทบเงินเฟ้อ และเพิ่มภาระค่าครองชีพของครัวเรือน
แม้ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 0.75% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี และช่วยลดส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐลงบางส่วน แต่เงินเยนกลับอ่อนค่าลงอีก สาเหตุสำคัญมาจากการที่ตลาดตีความถ้อยแถลงของอูเอดะว่าธนาคารกลางยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่งผลให้แรงหนุนต่อค่าเงินยังไม่ชัดเจน
นักวิเคราะห์ของ ANZ มองว่า ความอ่อนค่าล่าสุดของเงินเยนสะท้อนทั้งนโยบายการคลังเชิงกระตุ้นของรัฐบาลและนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลายอยู่มาก โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เตรียมใช้งบประมาณขยายตัวในปีงบประมาณหน้า ตลาดจึงต้องการเห็น การคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากต้องการให้เงินเยนฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
อ้างอิง : www.reuters.com