“สิมพลีนรก” ขุมที่ 2 แห่งยมโลก แดนลงทัณฑ์ผู้ประพฤติผิดในกาม
ชาวไทยพุทธคงคุ้นกับบทลงโทษผู้ประพฤติผิดในกามหรือการคบชู้ตามคติพุทธศาสนา คือการรับโทษในนรกด้วยการปีนต้นงิ้วที่มีหนามแหลมคม ดินแดนแห่งการลงทัณฑ์กรรมข้างต้นคือ “สิมพลีนรก”
หนังสือ โลกทีปนี ที่ท่านเจ้าคุณพระเทพมุณี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ. 9) อดีตเจ้าอาวาสวัดดอน และเจ้าคณะเขตยานนาวา กรุงเทพฯ รจนาตั้งแต่ยังดำรงสมณศักดิ์ พระศรีวิสุทธิโสภณอธิบายว่า สิมพลีนรกคือนรกขุมที่ 2 (จาก 10 ขุม) ใน “ยมโลก”อยู่ถัดลงไปจากโลหกุมภีนรก นรกขุมนี้เป็นป่าต้นงิ้ว (สิมพลีแปลว่า ไม้งิ้ว) แต่ละต้นมีหนามเหล็กคมเป็นกรดมีเปลวไฟลุกตลอดเวลา ความยาว 16 องคุลี (ราว 13 นิ้ว)
ณ นรกขุมที่ 2 แห่งนี้ นายนิรยบาล (เจ้าพนักงานในนรก) จะคอยขู่ตะคอกสัตว์นรกชาย-หญิง และทิ่มแทงด้วยหอกดาบแหลน เพื่อให้พวกเขาปีนขึ้นไปบนต้นงิ้ว สัตว์นรกทั้งหลายจำต้องปีนฝ่าหนามงิ้วด้วยความหวาดกลัวจนเลือดไหลโชกชะโลมทั่วกาย หากมัวโอ้เอ้ นายนิรยบาลก็จะเอาใบหอกแทงขา ด้ามหอกตีศีรษะอยู่เช่นนั้น
พอป่ายปีนไป หนามงิ้วอันแหลมคมก็จะบาดตามตัว จนเรือนร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เนื้อหนังขาดรุ่งริ่ง ทั้งต้องทนความร้อนจากเปลวไฟบนหนามงิ้วอีก
หากสัตว์นรกตนใดสุดจะทนความเจ็บปวดทรมาน ทำท่าจะลงจากต้นงิ้ว นายนิรยบาลจะเอาหอกกระหน่ำแทงซ้ำ แม้สัตว์นรกจะอ้อนวอนขอพัก ขอความเมตตาเห็นใจ นายนิรยบาลก็ไม่ฟัง กลับตีแทงต่อไปเรื่อย ๆ จนสัตว์นรกต้องจำใจไต่ปีนกลับขึ้นไปบนปลายงิ้วอีก ทั้งที่ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส
โดยทั่วไป สัตว์นรกหญิงจะได้ปีนขึ้นไปก่อน สัตว์นรกชายคู่กรรมจะตามไปทีหลัง เมื่อไปถึงปลายงิ้วแล้วถึงได้กลับลงมาเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว สัตว์นรกชายที่ปีนตามขึ้นไปถึงปลายงิ้วบ้าง ก็ปรากฏว่าสัตว์นรกหญิงลงไปข้างล่างเสียแล้ว ครั้นได้กลับลงไป กลายเป็นสัตว์นรกหญิงที่ป่ายปีนขึ้นมาอีกรอบ หมุนเวียนกันอยู่เช่นนั้น ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันจนสิ้นกรรมที่ทำไว้
เจ้าคุณพระเทพมุณี มีอรรถาธิบายต่อไปว่า “สัตว์นรกบางตนบางพวก ขณะที่กำลังปีนป่ายขึ้นไปบนงิ้วนั้น นอกจากจะถูกนายนิรยบาลคอยทิ่มแทงด้วยหอกด้วยแหลนหลาวแล้ว ก็ยังมีแร้งกานรก ซึ่งมีปากเป็นเหล็กคอยจิกทึ้งอวัยวะน้อยใหญ่กินเป็นภักษาหาร ให้ได้รับทุกขเวทนายิ่งนัก
ครั้นลงมาข้างล่าง ก็ถูกสุนัขนรกตัวมหึมาฝูงใหญ่รุมกันแย่งกันกัดกินเนื้อสัตว์นรกนั้น เป็นการช่วยนายนิรยบาลลงโทษอีกแรงหนึ่ง ต้องได้รับความทุกข์แสนสาหัสอยู่อย่างนี้ นับเดือนปีได้นานหนักหนา”
สัตว์นรกที่มาเกิดในสิมพลีนรก แน่นอนว่าต้องเป็นมนุษย์กลุ่มที่ประพฤติผิดในกาม ผิดศีลธรรมประเวณี หรือการคบชู้ กล่าวคือ ตนมีคู่ครองอยู่แล้ว แต่ยังมักมากในกามคุณ ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่ประมาณตน ไม่เกรงต่อบาปกรรม ประพฤติอสัทธรรมด้วยการคบชู้ เมื่อคนกลุ่มนี้แตกกายทำลายขันธ์ จะต้องเกิดเป็นสัตว์นรกเสวยทุกขเวทนาในนรกจนกว่าจะสิ้นกรรมที่ทำไว้
นี่จึงเป็นรูปแบบการชดใช้กรรมของการประพฤติล่วง “กาเมสุมิจฉาจาร” ที่บรรยายไว้อย่างน่าสะพรึงกลัว เพื่อให้ปุถุชนทั้งหลายเกรงกลัวต่อบาป ประพฤติตนอยู่ในครรลองศีลธรรม และจรรโลงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคมนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- ท่องแดนมหานรก “อเวจี” ภพภูมิแห่งการลงทัณฑ์ผู้ทำกรรมหนัก ตามคติไตรภูมิ
- “มรณาสันนวิถี” นิมิต 3 ประการก่อนตาย สัญญาณบ่งชี้ว่าจะไปนรกหรือสวรรค์
- “สุขาวดี” คืออะไร? ทำอย่างไรจึงจะได้เข้าสู่แดนสวรรค์อันบริสุทธิ์ของชาวพุทธ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สิมพลีนรก” ขุมที่ 2 แห่งยมโลก แดนลงทัณฑ์ผู้ประพฤติผิดในกาม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com