โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตหนัก! เด็ก 'วิทย์–ฟู้ดไซน์' ลดฮวบ 'ราชภัฏ' หนักสุดจ่อปิดสาขา

Khaosod

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 06.56 น.
วิกฤตหนัก!เด็ก 'วิทย์–ฟู้ดไซน์' ลดฮวบ 'ราชภัฎ' หนักสุดจ่อปิดสาขา

วิกฤตหนัก!เด็ก 'วิทย์–ฟู้ดไซน์' ลดฮวบ 'ราชภัฏ' หนักสุดจ่อปิดสาขา มหาวิทยาลัยห่วงขาดทุน อว.ไม่อยากให้ปิด เตรียมสนับสนุนให้เด็กหันมาเรียนสาขาเหล่านี้มากขึ้น

วันที่ 19 พ.ย.2568 นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เชิญอาจารย์ผู้สอนสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและอาหาร ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ มาหารือ เพื่อวางแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เด็กในใจเรียนในสาขาเหล่านี้มากขึ้น

เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่า จำนวนเด็กที่เรียนในสาขาเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มที่จะถูกปิด ซึ่ง อว.เองค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะสาขาเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ มรภ. ถือว่ามีบทบาทสำคัญ ในการผลิตกำลังคนให้สอดรับกับเศรษฐกิจของประเทศ หาก มรภ.บอกว่า ตัวเองเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถผลิตคนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่ได้จริง ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล

“ปัจจุบันพบว่า มีผู้เรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มมรภ. ที่มีปัญหาหนักบางมหาวิทยาลัยถึงขั้นปิดตัว เช่น สาขาฟู้ดไซน์ หรือวิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งอว.ค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะอุตสาหกรรมเกษตร และอาหาร ถือว่า มีความสำคัญต่อประเทศ

ซึ่งมรภ. มีบทบาทสำคัญ ในการผลิตกำลังคนให้สอดรับกับเศรษฐกิจและความต้องการของประเทศ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ยังมีความเข้าใจผิด ว่ามรภ. ควรมุ่งผลิตคนเพื่อเข้าไปช่วยพัฒนาท้องถิ่นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง บทบาทสำคัญของมรภ. ควรผลิตคนให้สอดรับกับเศรษฐกิจของท้องถิ่นด้วย เช่น เกษตรและอาหาร ซึ่งขณะนี้มีผู้เรียนน้อยลง

ดังนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมจึงเชิญอาจารย์ สายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาฟู้ดไซน์ มาพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้เด็กสนใจมาเรียนในสาขาดังกล่าวมากขึ้น จากเดิมที่เด็กจะไปสนใจไปเรียนในสาขาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ ขณะที่สาขาที่มีความจำเป็นกลับมีผู้สนใจเรียนน้อย ทั้งที่เรียนจบแล้วมีงานทำแน่นอน” ปลัดอว.กล่าว

ปลัดอว. กล่าวต่อว่า นโยบายอย่างหนึ่งที่ได้ย้ำไปกับทางมรภ. คือไม่อยากให้ปิด สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อพื้นที่ เช่น สาขาเกษตร และอาหาร ต่อให้ไม่มีคนเรียนก็อย่าเพิ่งปิด โดยปีการศึกษา 2569 อว.จะพยายามสนับสนุนให้เด็กหันมาเรียนสาขาเหล่านี้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะมีการพัฒนาอาจารย์ผู้สอน ทั้งเรื่องการเรียนการสอน เทคโนโลยี การใช้เอไอทางด้านอาหารสมัยใหม่ รวมถึงจะมีการปรับหลักสูตรให้ทันสมัย สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้เด็กมีทัศนคติที่อยากจะเรียนสาขาเหล่านี้ ซึ่งอว.อาจจะปรับวิธีการให้ทุนการศึกษา รวมถึงจะเริ่มทำบูทแคมป์ เรื่องเกษตรและอาหาร ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับอาชีพเกษตรกรรมสมัยใหม่ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือการเป็นนักโภชนาการ เพื่อสร้างแรงจูงใจ

“ปัญหาเด็กเรียนวิทยาศาตร์ เทคโนโลยี โดยเฉพาะ สาขาฟู้ดไซน์ และเกษตรน้อยนั้น มีแทบทุกมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ก็มีผู้เรียนน้อยลง แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ามรภ.ซึ่งพบว่า แทบทุกแห่ง มีเด็กเรียนสาขาเหล่านี้น้อยมาก มหาวิทยาลัย จึงมีนโยบายให้ปิดตัว เพื่อลดต้นทุน

ดังนั้น อว.จึงมีนโยบาย ไปยังที่ประชุมอธิการบดีมรภ. ขอให้คงการเรียนการสอนสาขาเหล่านี้ไว้ก่อน เพราะรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปค่อนข้างมาก ดังนั้นทางแก้จึงต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้เด็กหันมาเรียนสาขาเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น เป็นหน้าที่ที่อว. และมหาวิทยาลัยจะต้องช่วยกันสร้างแรงใจเด็ก ขณะที่ คณะวิทยาศาสตร์ เช่น ฟิสิกข์ เคมี ชีวะ ก็ค่อนข้างน่ากังวล เพราะที่มีเด็กลดลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกัน และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อาจส่งผลเสียต่อประเทศในระยะยาว” นายศุภชัย กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตหนัก! เด็ก 'วิทย์–ฟู้ดไซน์' ลดฮวบ 'ราชภัฏ' หนักสุดจ่อปิดสาขา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...