โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘มิตซูบิชิ เคมิคอล’ ปักฐานลงทุนไทย โฟกัส 5 อุตฯ มุ่งสินค้ากรีนรับเทรนด์โลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 02.43 น.
โอนีล รีมีเดียส

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

จากความกังวลของคู่ค้าในโซนยุโรป ที่เข้มงวดในตัวของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจำเป็นต้องไร้สารตะกั่ว และการปนเปื้อนจากสารปรอท และสู่ความเป็น “กรีนเคมิคอล” มากขึ้น

นี่จึงเป็นครั้งแรกของ “นายโอนีล รีมีเดียส” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจพอลิเมอร์สมรรถนะสูง ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการลงทุนในประเทศไทยและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 โดยเฉพาะแนวคิด KAITEKI Vision 35 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ด้านการจัดการที่กำหนดเป้าหมายของกลุ่มบริษัทสำหรับปี 2035 การใช้นวัตกรรมที่ถูกคิดขึ้นจากทีมของประเทศญี่ปุ่นและไทย รวมไปถึงการเปิดเผยผลิตภัณฑ์ตัว Top จาก 5 กลุ่มธุรกิจหลักที่มุ่งตอบสนองต่อเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยั่งยืน การสื่อสารโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมยานยนต์

Mobility & Food เทรนด์โลก

ผมเข้ามารับหน้าที่บริหารและดูแล 7 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก มีสิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน รวมแล้วกลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอล มีพนักงาน 4,400 กว่าคนที่ทำงานให้กับเรา เป็นสัดส่วนคนในประเทศกว่า 90% เช่นเดียวกับในประเทศไทย การทำตลาดในแต่ละประเทศ โปรดักต์จะไม่แตกต่างกัน เพราะเรารู้ว่าเมกะเทรนด์คืออะไร เช่นเดียวกับรูปแบบการทำธุรกิจที่เป็น Joint Venture หรือร่วมมือกับบริษัทที่เป็น Local อย่างในประเทศไทย

โดยเราจะโฟกัส 5 กลุ่ม คือ 1.Green Chemical ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.Mobility 3.Telecommunication 4.Food Quality Preservation เกี่ยวกับการเก็บรักษาอาหารให้ได้นานขึ้น 5.เทคโนโลยีเกี่ยบกับการรักษาใหม่ ๆ

สำหรับตลาด Chemical ในประเทศไทย เราเห็น Mobility กับ Food เป็นเทรนด์ เห็นการเจริญเติบโตทางด้านอาหารและการขนส่ง ส่วน Food Packaging และ Food Industry เราเห็นอนาคต มันอาจจะมีความต้องการรักษาอาหารให้นานขึ้น หรือเรื่อง Food Security เพราะฉะนั้น ตลาด 2 ตัวนี้เติบโตได้ในไทย และไทยเองตลาดรถยนต์ก็เป็นตลาดที่ใหญ่เพราะไทยเป็นฐานการผลิต มันคือส่วนที่ทำให้มาส่งเสริมโปรดักต์ Mobility ของเรา บวกกับรัฐบาลเองมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนผู้ประกอบการที่ชัดเจน

ตอนนี้ไทยประกอบรถยนต์เพื่อซัพพอร์ตค่ายรถญี่ปุ่นและจีนมากขึ้น มันจึงเป็นโอกาสบวกกับ Mitsubishi Chemical อย่างเห็นได้ชัด ส่วน Food Packaging ปัจจุบันก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่เรียกว่า High Demand ของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะไทยเป็นครัวของโลก มีการผลิตอาหารได้ค่อนข้างมาก มันก็จะตามมาด้วย Food Packaging จึงสำคัญไม่แพ้กัน

เม็ดพลาสติก มิตซูบิชิ เคมิคอล

ทุ่มงบฯ R&D เพิ่มไลน์การผลิต

เมื่อเทรนด์เป็นแบบนี้ เราเองเตรียมแผนการลงทุนในไทยสำหรับปี 2569 ว่าต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 2 ส่วน ส่วนแรกคือ “โปรดักต์ R&D” ตัวอย่างเช่น ลูกค้ามีการเปลี่ยนผ่านทางด้าน Material มากขึ้น ชิ้นส่วนประกอบในรถยนต์เขาต้องการที่แบบมีน้ำหนักเบาขึ้น อีกส่วนคือการ “เพิ่มกำลังการผลิต” ในประเทศสำหรับโรงงานที่ จ.ชลบุรี อีก 1 ไลน์การผลิตสำหรับตัว Compound หรือที่เรารู้จักคือ “เม็ดพลาสติก” จากเดิมเรามี 3 ไลน์การผลิต

ตรงนี้มันคือ อุตสาหกรรมกลางน้ำ ที่เราต้องเพิ่มกำลังการผลิต Compound เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศ แล้วก็ซัพพอร์ตลูกค้า โดยจะมีการนำนวัตกรรมเข้ามาเสริม มีการลงทุนด้านการทำวิจัย โดยเฉลี่ยจะมีการลงทุนใช้จ่ายด้านการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ประมาณ 3-4% ของรายได้จากการขาย

สำหรับโรงงาน Compound ที่จะเพิ่มไลน์การผลิตนั้น จะทำให้ Capacity เพิ่มขึ้น 20-25% โดยสัดส่วน 70% จะเป็นเม็ดพลาสติกนวัตกรรมขั้นสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีลักษณะพิเศษ คือเบา ทนทาน ลดรอยขีดบนพื้นของโปรดักต์ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมองภาพให้ออกว่าโปรดักต์ที่ขายอยู่ตอนนี้ เราไม่ใช่ผู้ผลิต แต่เราคือผู้ที่อยู่กระบวนการผลิตขั้นกลาง เราคือคนที่ผลิตเม็ดพลาสติกเล็ก ๆ ที่เรียกว่า PVC Compound แล้วเป็นผู้ที่กระจายให้กับผู้ผลิตโปรดักต์อีกทีอย่างพวกกันชนรถยนต์ ฝาขวด สายยาง สายน้ำเกลือทางการแพทย์ ทุกอย่างที่ทำ ต้องตอบโจทย์ลูกค้ากับเทรนด์โลก

ใช้หุ่นยนต์-AI เพิ่มประสิทธิภาพ

เราใช้แนวคิด KAITEKI Vision 35 กับ 5 ด้านธุรกิจหลักของเราที่จะใช้จุดแข็งให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทเฉพาะทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Specialty Company) ส่วนผลการดำเนินงาน งวดปี 2568 ซึ่งเริ่มงวดบัญชีในเดือนเมษายน 2568 และจะปิดงบฯในเดือนมีนาคม 2569 นั้น ในช่วงต้นปีถือว่าความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและเรื่องความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ช่วงปลายปีสถานการณ์ดีขึ้น คาดว่ายอดขายปี 2568 จะเติบโต 3-5% ส่วนปี 2569 คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกัน ซึ่งถือว่าน่าพอใจ ด้วย Strategy ของเรา มีการปรับ Portfolio และปรับ Production ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนความท้าทายที่เจออยู่ มี 2 เรื่อง คือเรื่องของ “ต้นทุน” มีความกดดันจากการแข่งขันด้านราคา ลูกค้าของบริษัทคือ ผู้ผลิตที่เป็นซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถูกแรงกดดัน ทำให้เราต้องลดราคา ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำ คือ ทำให้ราคาเป็นที่น่าสนใจ ความสมดุลระหว่างคุณภาพสินค้ากับต้นทุน ส่วนอีกเรื่องที่เป็นความท้าทาย คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานให้มากขึ้น เพื่อที่จะส่งเสริมกำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพ

การลงทุนนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ AI เข้ามาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต อย่างโรงงานที่ชลบุรี ได้มีการติดตั้ง Automation ในการผลิต แล้วก็ใช้หุ่นยนต์ในการผลิตตัว PET Compound และ PVC Compound เพิ่มทั้งประสิทธิภาพกำลังการผลิต และช่วยลดต้นทุนได้มาก ซึ่งเราได้เพิ่มสัดส่วนตรงนี้ไปประมาณ 20-25% แล้ว

นอกจากนี้ โปรดักต์เราจะคุมเข้มเรื่องสารตะกั่ว สารปรอทมากขึ้น เพราะในยุโรปเขาห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารเหล่านี้ ซึ่งเป็นแผนที่เราจะทำตลาดกรีนในยุโรปมากขึ้น เราจึงใช้เรื่องที่ไทย ญี่ปุ่นพัฒนา PVC ที่ไม่มีสารตะกั่ว ซึ่งเป็นไลน์การผลิตใหม่ที่เรากำลังจะเปิด เพื่อตอบสนองความต้องการ เป็นนวัตกรรมที่โรงงานที่ชลบุรี เพราะประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เราให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงในไทย ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ (Mobility) และบรรจุภัณฑ์อาหาร (Food Packaging) โดยมีการทำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับญี่ปุ่น เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นและรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุน

เป้าหมายของเราจึงเร่งเพิ่มกำลังการผลิตที่ชลบุรี 20-25% สำหรับการผลิตสารประกอบ PVC ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจากสารตะกั่ว แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่เราคาดการณ์ว่าจะสามารถทำกำไรเติบโตได้ถึง 3-5% ในปีนี้ ด้วยกลยุทธ์การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘มิตซูบิชิ เคมิคอล’ ปักฐานลงทุนไทย โฟกัส 5 อุตฯ มุ่งสินค้ากรีนรับเทรนด์โลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...