โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฮกเกอร์ใช้มัลแวร์เข้ายึดครองเครื่อง Android ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการควบคุมผ่าน Telegram

Thaiware

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • Sarun_ss777
แฮกเกอร์จะหลอกเหยื่อให้เข้าเว็บปลอมผ่านทางโฆษณา เพื่อดาวน์โหลดแอปแฝงมัลแวร์ Backdoorg เข้ายึดบัญชี และระบบ

การเข้าฝังมัลแวร์เพื่อควบคุมโทรศัพท์มือถือของเหยื่อนั้น เรียกได้ว่าในปัจจุบันแฮกเกอร์ได้มีการงัดสารพัดกลยุทธ์และเครื่องมืออันหลากหลายขึ้นมาใช้งาน โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android มักจะมีข่าวมากเป็นพิเศษ และข่าวนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือ Android ได้กลับมาตกเป็นเหยื่ออีกครั้งหนึ่ง

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบการแพร่กระจายของมัลแวร์ประเภทเปิดประตูหลังของระบบ หรือ Backdoor ที่มีชื่อว่า Android.Backdoor.Baohuo.1.origin ซึ่งมัลแวร์ดังกล่าวนั้นได้ฝังตัวอยู่ภายในแอปพลิเคชันส่งข้อความ Telegram X ที่ถูกแฮกเกอร์ดัดแปลงแฝงมัลแวร์เอาไว้ ผ่านทางแคมเปญโฆษณาปลอมเพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ (Malvertising) แบบ โฆษณาภายในแอปพลิเคชัน (In-App Advertising) และ แอปสโตร์แบบ 3rd Party ซึ่งทั้งในโฆษณาและแอปสโตร์นั้นก็จะเป็นการแอบอ้างว่าเป็นการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับการสื่อสาร หรือ แอปพลิเคชันสำหรับการหาคู่ออนไลน์ (Dating App) โดยปัจจุบันมีรายงานว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วมากกว่า 58,000 เครื่อง ครอบคลุมอุปกรณ์ Android หลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต, กล่องโทรทัศน์ และอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะมากกว่า 3,000 โมเดล

แคมเปญในการแพร่กระจายมัลแวร์ดังกล่าวนั้นเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) โดยแคมเปญดังกล่าวนั้นในแรกเริ่มจะมุ่งเน้นการโจมตีผู้ที่ใช้งานอุปกรณ์ Android ในประเทศบราซิล และอินโดนีเซีย ด้วยการใช้แม่แบบ (Template) ภาษาโปรตุเกส และภาษาอินโดนีเซียน ซึ่งการปรากฏตัวของโฆษณาสำหรับแพร่กระจายมัลแวร์นั้นจะปรากฏเป็นโฆษณาแบบ In-App บนแอปทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับมัลแวร์ดังกล่าว ซึ่งถ้าเหยื่อทำการกดบนโฆษณา ตัวโฆษณาก็จะพาไปยังเว็บหลอกลวงที่มีการสร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียน ที่มีทั้งรีวิว แบนเนอร์โฆษณาว่า “Free Video Chats” และคำโปรยล่อใจว่าถ้าดาวน์โหลดแล้วจะมีโอกาสได้หาคู่เดทมากขึ้น

แฮกเกอร์ใช้มัลแวร์เข้ายึดครองเครื่อง Android ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการควบคุมผ่าน Telegram

ภาพจาก : https://cybersecuritynews.com/hackers-weaponizing-telegram-messenger/

ซึ่งถ้าเหยื่อหลงเชื่อกดดาวน์โหลดก็จะนำไปสู่การดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Telegram X ในรูปแบบไฟล์ติดตั้งบนอุปกรณ์ Android แบบ APK ที่ดูเหมือนจะเป็นแอปพลิเคชันธรรมดาที่ไม่มีอะไร แต่แท้จริงแล้วมีมัลแวร์ตัวดังกล่าวแอบซ่อนไว้อยู่ โดยนอกจาก การใช้งานเว็บไซต์ปลอมมาล่อลวงเหยื่อให้ดาวน์โหลดแล้ว ยังมีการใช้งานแอปสโตร์แบบ 3rd Party เช่น APKPure, ApkSum และ AndroidP พร้อมทั้งตีเนียนใช้ชื่อบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีอยู่จริง แต่มีการใช้งานลายเซ็นดิจิทัลที่ต่างกัน เรียกได้ว่าเป็นการแอบอ้างตนอย่างแนบเนียนเลยทีเดียว

นอกจากความเนียนในการแพร่กระจายมัลแวร์แล้ว ตัวมัลแวร์ก็ยังมีความสามารถอย่างมากมายในการจัดการกับเครื่องของเหยื่อ ซึ่งทางทีมวิจัยจาก Dr.Web บริษัทผู้พัฒนาแอนตี้ไวรัส ได้เผยว่า ตัวมัลแวร์ดังกล่าวมีความสามารถในการขโมยข้อมูลอ่อนไหวหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น รหัสผ่าน (Password), ข้อมูลสำหรับใช้ในการล็อกอิน และ ประวัติการแชทอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้น ตัวมัลแวร์ยังมีความสามารถแอบซ่อนตัวบนบัญชีที่มันแฮกได้สำเร็จ ด้วยการแอบซ่อนเครื่องของแฮกเกอร์ที่ใช้งานเชื่อมต่อกับบัญชีดังกล่าวอยู่จากรายชื่อเครื่องที่กำลังใช้งานบัญชีอยู่ (Active Session List) ทำให้เหยื่อไม่รู้ตัวว่าถูกแฮกแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ตัวมัลแวร์ยังมีความสามารถในการใช้งานบัญชี Telegram ของเหยื่อในการสร้างหรือลบห้อง (Channel) เอง, เข้าร่วมแชทอื่น ๆ แทนเหยื่อ และใช้งานบัญชีที่ถูกแฮกมาเพื่อเพิ่มสมาชิกช่องของแฮกเกอร์ให้ดูมีผู้เข้าร่วมเยอะมากจนเกินจริง

ทางทีมวิจัยยังพบสิ่งที่แปลกไปจากมัลแวร์ Android ตัวอื่นนั่นคือ ตัวมัลแวร์นี้มีการใช้งานฐานข้อมูลของ Redis สำหรับในการสั่งการควบคุมมัลแวร์ (C2 หรือ Command and Control) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของมัลแวร์บน Android เลยทีเดียว ซึ่งตามปกติแล้วตัวมัลแวร์จะใช้งานเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่เป็น C2 แต่การหันมาใช้ฐานข้อมูล Redis นี้จะช่วยลดความจำเป็นในการพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำหน้าที่ในการควบคุมมัลแวร์ในรูปแบบ C2 ลง ซึ่งตัวมัลแวร์หลังจากที่ถูกติดตั้งลงสู่เครื่องของเหยื่อแล้ว ก็จะทำการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ C2 เพื่อขอการตั้งค่า (Configuration) ที่ครอบคลุมถึงรหัสสำหรับการติดต่อกับฐานข้อมูล Redis เพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถติดต่อเพื่อส่งคำสั่งให้มัลแวร์จากระยะไกลได้

นอกจากนั้นทางทีมวิจัยยังพบว่า ตัวมัลแวร์มีการใช้งานฟังก์ชันของแอปพลิเคชันส่งข้อความ (Messenger) อย่างมากมายในการทำงานโดยแนบเนียนจนจับไม่ได้ ซึ่งการปฏิบัติการของมัลแวร์นั้นจะไม่มีการเข้าไปยุ่งกับฟีเจอร์แกนกลางของแอป (App Core Features) ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนั้น แฮกเกอร์จะใช้งาน Messenger ในรูปแบบ Mirror ที่ถูกเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อแยกส่วนการรับผิดชอบตัวโค้ดสำหรับแต่ละงาน (Task) ภายในสถาปัตยกรรม Android โดยตัว Mirrors เหล่านี้จะมีการแสดงข้อความ Phishing ภายในตัวหน้าต่างของมัน ที่เลียนแบบมาจากอินเตอร์เฟสของแอปพลิเคชัน Telegram X อย่างแนบเนียน สำหรับการทำงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการการเชื่อมต่อกับระบบในเชิงลึกนั้น ตัวมัลแวร์จะใช้งานเฟรมเวิร์ก Xposed เพื่อดัดแปลงตัวแอปพลิเคชันได้ตามความเหมาะสม (Dynamic) นำไปสู่การเปิดใช้งานความสามารถเพิ่มเติมบางอย่าง เช่น การซ่อนแชทที่ถูกกำหนดไว้, การแอบซ่อนเครื่องที่ได้รับการเชื่อถือจากตัวแอปพลิเคชัน, และ การลักลอบเข้าขโมย หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลบน Clipboard

และที่มากไปกว่านั้นคือ คำสั่งที่ตัวมัลแวร์ได้รับมาจากเซิร์ฟเวอร์ C2 และ ฐานข้อมูล Redis นั้นจะครอบคลุมการสั่งการในการทำงานที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนการทำงานของฟีเจอร์ข้างต้น เช่น การอัปโหลดข้อมูลข้อความสั้น (SMS หรือ Short Message Service), ข้อมูลผู้ติดต่อ, และข้อมูล Clipboard ในช่วงที่เหยื่อทำการย่อหน้าจอแอปพลิเคชัน และช่วงที่เปิดหน้าจอแอปพลิเคชันกลับมาใหม่ ซึ่งความสามารถในส่วนของการขโมยข้อมูล Clipboard นั้นจะนำไปสู่การขโมยข้อมูลสำคัญมากมายอย่างเช่นรหัสผ่านต่าง ๆ จนนำไปสู่การเข้าควบคุมระบบของเหยื่อ หรือสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างเช่น การขโมยกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีได้

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...