โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เพิ่มสารตั้งต้นเฟนทานิลกว่า 10 ชนิด เข้าบัญชีควบคุมส่งออกไปสหรัฐ-แคนาดา-เม็กซิโก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 09.18 น.

"จีน" เพิ่มสารตั้งต้นเฟนทานิลกว่า 10 ชนิด เข้าบัญชีควบคุมส่งออกไปสหรัฐ-แคนาดา-เม็กซิโก สะท้อนการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ หลังทรัมป์ลดภาษีสินค้าจีนเหลือ 10% มีผลวันนี้

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.37 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเพิ่มสารตั้งต้นผลิตเฟนทานิล (Fentanyl precursors) มากกว่าหนึ่งโหลเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออกไปยังสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทั้งสองประเทศบรรลุเมื่อเดือนที่แล้ว

สำนักข่าว CCTV รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์ของจีนร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลอีก 4 แห่ง ได้ออกข้อบังคับใหม่ให้ต้องขอใบอนุญาตก่อนส่งออกสารเคมี 13 ชนิดไปยังสามประเทศในอเมริกาเหนือ โดยสารเหล่านี้รวมถึงอนุพันธ์ไพเพอริดีน (piperidine derivatives) และกลุ่มสารเคมีที่ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดสังเคราะห์เฟนทานิล

มาตรการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินตามคำมั่นของจีนที่จะปราบปรามการลักลอบส่งออกส่วนผสมของยาเสพติดสังเคราะห์ไปยังสหรัฐ ซึ่งทรัมป์เคยใช้เป็นเหตุผลในการขึ้นภาษีสินค้าจีนเมื่อต้นปีนี้ โดยอัตราภาษีดังกล่าวถูกลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 10% มีผลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศที่ช่วยคลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจ

ทำเนียบขาวระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงการค้าเมื่อเดือนตุลาคม จีนได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการลักลอบขนส่งเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ

ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คาช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) ได้เดินทางเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดและความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้สหรัฐและจีนยังได้ตกลงระงับการเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือระหว่างกันเป็นเวลา 1 ปี และ ชะลอการสอบสวนด้านการเดินเรือ ซึ่งเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...