พยาบาลสาว ชี้ “วิสุทธิ์” ต้องรับผิดชอบ หลังติดคุกแทน พร้อมเปิดหลักฐานการโอนเงิน บอกผู้สมัคร สส.พะเยา เคยรับโอนด้วย
พยาบาลสาว ชี้ “วิสุทธิ์” ต้องรับผิดชอบ หลังติดคุกแทน พร้อมเปิดหลักฐานการโอนเงิน บอกผู้สมัคร สส.พะเยา เคยรับโอนด้วย
วันที่ 9 ม.ค. 2569 จากกรณีเพจ CSI LA เผยคลิปเสียงสนทนาระหว่างพยาบาลสาวและนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งมีการอ้างว่ายอมติดคุกแทนนักการเมือง และถูกทอดทิ้ง และเชื่อมโยงมายังนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งนายวิสุทธิ์ กล่าวยืนยันว่า รู้จักกับสาวคนดังกล่าวจริง แต่สิ่งที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ตนไม่ใช่คนแบบนั้น ตนเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยพูดจาใส่ร้ายหรือไปทำร้ายใคร และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นถ้ามีหลักฐานอะไรก็ให้เปิดเผยออกมานั้น
ล่าสุด น.ส.แอ๊ด พยาบาลสาวที่ปรากฏในคลิปเสียง ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่า การออกมาพูดในครั้งนี้เพราะต้องการบอกสังคมว่า บุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมอย่างไร และยืนยันว่า ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดติดต่อมาเพื่อให้โจมตีหรือดิสเครดิตนายวิสุทธิ์ ซึ่งสามารถไปตรวจสอบได้เลยว่า ตนดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเองโดยการส่งหลักฐานต่างๆไปยังเพจออนไลน์เพื่อขอความช่วยเหลือมานานหลายเดือนแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง จึงทำให้สังคมให้ความสนใจมากขึ้นแค่นั้น
น.ส.แอ๊ด ระบุต่อว่า ตนไม่เคยมองใครที่อำนาจวาสนา และไม่ได้ต้องการผลประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากมีการศึกษา ครอบครัวอบอุ่น และมีชีวิตที่พร้อมอยู่แล้ว ไม่มีใครที่อยากมาประกาศว่าตัวเองเคยติดคุกติดตารางในข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่วันนี้ตนต้องออกมาพูดเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชีวิตตนเดินหน้าต่อไม่ได้ และนายวิสุทธิ์ควรที่จะต้องรับผิดชอบ
ในประเด็นทางคดี น.ส.แอ๊ด เปิดเผยว่า ตนใช้ทนายความคนเดียวกับนายวิสุทธิ์ ซึ่งทนายความเป็นผู้แนะนำให้มีการติดต่อพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยกัน เพราะเชื่อว่านายวิสุทธิ์จะคืนเงินที่ตนเคยโอนไปกลับคืนมาให้ โดยตนยืนยันว่า ไม่เคยเรียกร้องค่าเสียเวลาหรือค่าชดเชยจากการต้องโทษจำคุกเป็นเวลากว่า 4 ปี แต่เรียกร้องเพียงแค่เงินที่ตนเคยโอนให้ไป ซึ่งเห็นว่าเป็นเงินที่ควรได้รับคืน
น.ส.แอ๊ด กล่าวย้ำว่า คดีความทั้งหมดได้สิ้นสุดลงแล้ว และตนเป็นผู้รับผิดชอบความผิดทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว โดยตนมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ได้โอนเงินไปให้กับใครบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถ หลาน ลูกสาว รวมไปถึงผู้สมัคร สส.พะเยา ที่จะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2569 ตนก็เป็นคนโอนเงินให้กับบุคคลดังกล่าวด้วย ซึ่งทำให้มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระบวนการของพวกเขา โดยหลักฐานที่ตนนำมาเปิดเผยในวันนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกจำนวนมากที่ตนได้โอนเงินไปให้บุคคลใกล้ชิดของนายวิสุทธิ์