เปิดนโยบายภาคเกษตร พรรคไหนเข้าตา 12.3 ล้านเสียงพร้อมเทคะแนน
นับถอยหลังสู่ศึกเลือกตั้งใหญ่ ปี 2569 หนึ่งในฐานเสียงใหญ่คือกลุ่มเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 65,932,105 คน ในจำนวนนี้เป็น “เกษตรกรไทย” ที่มีจำนวนมากถึง 12.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 18.66% ของประชากรทั้งประเทศ ที่จะเป็นหนึ่งในตัวชี้ขาด ดังนั้นนโยบายภาคเกษตรของพรรคการเมืองที่ลงชิงชัยสู้ศึกเลือกตั้ง หากโดนใจและทำได้จริง มีโอกาสชนะเลือกตั้งสูง
เริ่มจาก “พรรคประชาชน” ที่ทุกสำนักโพล คาดจะกวาดเสียงได้มากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล มีนโยบายภาคเกษตร ดังนี้
มีเรา มีโฉนด พิสูจน์สิทธิ์จบในรุ่นเราจบทุกปัญหาเรื่องที่ดิน มีเรา มีโฉนด คนอยู่ร่วมกับป่าได้ กระจายความเป็นธรรมด้านการถือครองที่ดิน
- พิสูจน์สิทธิ์ที่ดินจบใน 4 ปี เพิ่มงบ เพิ่มบุคลากร ให้เพียงพอ ไม่ล่าช้า
- แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน ดัน One Map ให้จบ บังคับใช้ได้จริง
- ปรับเอกสารสิทธิ์ทุกประเภทเป็นโฉนดมาตรฐานเดียว (เปลี่ยน ส.ป.ก. และ ที่ดินนิคมฯ เป็นโฉนด)
- จัดระเบียบที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและให้ท้องถิ่นดูแล
- ปลูกไม้ยืนต้น 1 ล้านไร่ เปลี่ยนที่ดินเสื่อมโทรมเป็นป่าเศรษฐกิจ รัฐช่วยปลดหนี้ ให้ทุนดูแล
- เพิ่มป่าอนุรักษ์ ที่คนอยู่ร่วมกับป่าได้
คูปองเพื่อเกษตรกร
- สนับสนุน 250 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" วัสดุทางการเกษตร
- สนับสนุน 500 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" ควบคู่กับ "การใช้ปุ๋ยแม่นยำ"
- สนับสนุน 1,000 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ "ไม่เผา" และ "พักดินเพื่อปลูกพืชปุ๋ยสด”ฃ
- สนับสนุน 2,000 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการ “เปลี่ยนพืช” ให้เหมาะสมกับสภาพดิน (ไม่เกิน 20 ไร่/ราย)
- สนับสนุน 500 บาท/ไร่ สำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวแบบลดโลกร้อน (เช่น เปียกสลับแห้ง)
การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และท่อนพันธุ์
- เมล็ดพันธุ์ข้าว: เพิ่มปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอีก 200,000 ตัน
- ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง: สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังจำนวน 1,100,000 ไร่ เข้าถึงท่อนพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทานโรค
- สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการขอรับรองมาตรฐานGAP/อินทรีย์ 5,000 บาทต่อราย
- สนับสนุนการตรวจรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์รายย่อย รายละ 5,000 บาท จำนวน 100,000 ราย
สนับสนุนคูปองการแปรรูปสินค้าเกษตรจากโรงงาน
- ต้นแบบกลาง คูปองละ 50,000 บาท สำหรับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย
- สนับสนุนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรมืออาชีพ
มาตรการลด/ปลดหนี้สินของเกษตรกร
- การลดและปลดหนี้สินสำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี
- กลุ่มที่ชำระปกติจนครอบคลุมเงินต้นเดิมแล้ว: ปลดหนี้ทันที
- กลุ่มที่ชำระปกติแต่ยังไม่ครอบคลุมเงินต้น: ลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง ปรับตารางชำระใหม่ให้จบภายใน 5 ปี
- การปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสีย ใน 4 รูปแบบ:
- การปรับเปลี่ยนการผลิตพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสม ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย)
- การลงทุนในระบบน้ำในไร่นา (ขุดแหล่งน้ำ/ระบบ IoT/โซลาร์เซลล์) ลดหนี้เดิม 20% (ไม่เกิน 100,000 บาท/ราย)
- การปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจ ลดหนี้ในอัตรา 30,000 บาท/ไร่ สนับสนุนงบดูแล 3,000 บาท/ไร่ในปีแรก และ 1,000 บาท/ไร่/ปี ในปีที่ 2-3
- การเพิ่มแรงจูงใจสำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีต่อเนื่อง โดยเลือกรับสิทธิได้ดังนี้:
-คืนดอกเบี้ย (หรือลดดอกเบี้ย) 10% เพื่อใช้ปรับปรุงการผลิตปีถัดไป
-หักเงินต้น โดยรัฐสมทบการหักเงินต้นเพิ่มเติม
-รับคูปองปรับประสิทธิภาพเพิ่ม (แปรรูป/ปุ๋ยแม่นยำ/ฝึกทักษะ)
-สะสมคะแนนเครดิตดี เพื่อรับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% หากต้องการกู้ขยายกิจการ
“พรรคเพื่อไทย” ชู ‘นโยบายล้างหนี้’ 1 แพ็กเกจ 5 มาตรการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ พักหนี้เกษตรกร : พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง เพราะรัฐจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่พักหนี้แทนเกษตรกร ช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท
ประกันกำไร พืชผลการเกษตร 30% เป้าหมายดันราคา
- ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน
- ข้าวขาว 10,000 บาทต่อตัน
- ข้าวเหนียว 10,000 บาทต่อตัน
- ยางพารา 70 บาทต่อกิโลกรัม
- ข้าวโพด 7.25 บาทต่อกิโลกรัม
- มันสำปะหลัง 3 บาทต่อกิโลกรัม
แจกคูปองซื้อปุ๋ย -เมล็ดพันธุ์
- รัฐแจกคูปองดิจิทัล ซื้อปุ๋ยถูกสูตร ไม่เกิน 250 กก./ราย
- คูปองดิจิทัลซื้อเมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์ คุณภาพไม่เกิน 150 กก./ราย
- ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ดินดี ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด
คืนที่ดินให้ประชาชน
- ส.ป.ก.แบบโฉนดแบบมีเงื่อนไข
- คืนความเป็นธรรม พ.ร.บ.นิรโทษคนโดนป่าทับ
พรรคภูมิใจไทย ชู “เกษตรมั่นคง”
- แนวทางการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยใช้บาร์เตอร์เทรด ข้าว หรือสินค้าเกษตรจากไทยแลกซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ เรือฟรีเกต อาวุธต่าง ๆ แม้กระทั่งเครื่องบินพาณิชย์ เป็นต้น
- แก้ปัญหาสินค้าเกษตร ดังนี้ 1. การเชื่อมการค้าโลก ชูเกษตรมั่นคง ,2.ขายสินค้าภาคเกษตร มีมูลค่าสูง 3.สนับสนุนการผลิต ให้ตรงความต้องการของตลาด 4. จัดโซนการเพาะปลูก ผลิตได้ ขายออก ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 77 จังหวัด 5.เปลี่ยนคู่ค้า เป็นพันธมิตร หรือหุ้นส่วนทางการค้า
พรรคกล้าธรรม ชูนโยบาย เด่น ๆ ด้านเกษตร อาทิ
- จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมาย ผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง
- ทำสงครามสินค้าเถื่อน แก้ปัญหาการลอบนำเข้าสินค้า
- ชู “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” จัดหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร รัฐบาลผลิตปุ๋ยขายราคาถูก
- สร้าง “ธนาคารเกษตรเพื่อประชาชน” ให้เกิดขึ้นได้จริง
- เปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพิ่มเส้นทางไหลของน้ำ จัดทำแผนที่น้ำทุกจังหวัด
- สานต่อโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ประชาธิปัตย์ ชูนโยบายประกันรายได้จ่ายทันที สนับสนุนต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท ประกันรายได้ 10,000 บาท จ่ายทันทีต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท
เก็บเกี่ยว จ่ายที่เหลือ
- ข้าว 5 ชนิด ประกันรายได้ 10,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)
- ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)
- ยางพารา ประกันรายได้ 60 บาท/กิโลกรัม
- มันสำปะหลัง ประกันรายได้ 2.50 บาท/กิโลกรัม (ไม่เกิน 100 ตันต่อราย)
- ปาล์มน้ำมัน ประกันรายได้ 4 บาท/กิโลกรัม
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกันรายได้ 8.50 บาท/กิโลกรัม
- พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน เปลี่ยนเกษตรกรเป็นมนุษย์เงินเดือน ปลูกป่านำมาให้สถาบันการเงินออกพันธบัตรป่าไม้ ระดมทุนมาลงทุนในป่าไม้ยืนต้น เงินจากการขายพันธบัตรนำมาจ้างเกษตรกรเป็นรายเดือน