โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Nvidia ชี้ดีมานด์ AI พุ่งทะยาน สมรภูมิคอมพิวติ้งเดือดทั่วโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 08.35 น.

เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nvidia ชี้ โลกกำลังเข้าสู่การแย่งชิงทรัพยากรในการประมวลผลด้าน AI หลังดีมานด์พุ่งทะยานติดจรวด โดยฉายภาพสถานการณ์ในปัจจุบันว่าเป็น “การแข่งขันที่เข้มข้น” เพื่อก้าวไปสู่พรมแดนถัดไปของเทคโนโลยี”

6 ม.ค. 2569- ในการถ่ายทอดสดงานอีเวนต์ของ Nvidia เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ณ เมืองลาสเวกัสเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nvidia ได้ขึ้นเวทีกล่าวถึง พัฒนาการหลากหลายด้านของบริษัท ก่อนก้าวเข้าสู่ปี 2026 โดยชี้ให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

เจนเซน หวง ได้พูดถึงสมรภูมิการแข่งขันครั้งใหญ่เพื่อแย่งชิงพลังประมวลผลด้าน AI ซึ่งอาจนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ทรัพยากรคอมพิวเตอร์จะเหลือมากน้อยเพียงใด เพราะตอนนี้ทุกคนลงมาแข่งขันในสนาม AI นี้แล้ว เพื่อพาตัวเองก้าวไปสู่พรมแดนถัดไปของเทคโนโลยี ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนล้วนแข่งขันกันเพื่อเป็นรายแรกที่ก้าวไปถึงระดับนี้ให้ได้

เจนเซน หวงกล่าวว่า “ปริมาณการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับ AI กำลังพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล ความต้องการใช้ GPU ของ Nvidia ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน สาเหตุที่พุ่งขึ้นก็เพราะว่าโมเดล AI มีขนาดใหญ่ขึ้นในอัตรา 10 เท่า หรือเพิ่มขึ้นหนึ่งลำดับขั้นในทุก ๆ ปี ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามก้าวไปสู่ระดับถัดไป และก็มีใครบางคนที่ไปถึงระดับนั้นได้จริง ๆ ทั้งหมดจึงกลายเป็นปัญหาของพลังการประมวลผล ยิ่งประมวลผลได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสไปถึงพรมแดนถัดไปของเทคโนโลยีได้เร็วเท่านั้น”

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ จากคำกล่าวของซีอีโอ Nvidia คือ การเติบโตและการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วได้ส่งผลให้บริษัทขุดบิตคอยน์จำนวนมาก เลือกที่จะปรับทิศทางธุรกิจเข้าสู่ภาค AI ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน การเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความยากในการขุดบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน AI ก็เปิดโอกาสให้นักขุดสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอาจสร้างรายได้ที่มากกว่านอกเหนือจากการขุดบิตคอยน์

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ เจนเซน หวงยังได้พูดถึงชิปรุ่นถัดไปของ Nvidia อย่าง Rubin และ Vera โดยระบุว่าขณะนี้ชิปดังกล่าวอยู่ในขั้นตอน “การผลิตเต็มรูปแบบ” และทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ การทำงานร่วมกันของชิป Rubin และ Vera ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ทำงานประสานกัน จะสามารถมอบประสิทธิภาพด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ที่สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 5 เท่า

อ้างอิง : cointelegraph.com, youtube.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...