โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัด 7 กองทุนเด่น มีติดพอร์ตไว้ช่วงต้นปี

Share2Trade

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 04.50 น. • Share2Trade

หลังจากพ้นช่วงปลายปีที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะโหมเงินเข้าลงทุนในกองทุนประหยัดภาษี ช่วงต้นปีก็เป็นจุดสำคัญที่จะจัดธีมหรือพอร์ตการลงทุนในปีนี้ด้วยเช่นกัน โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำ 7 กองทุนประจำเดือนมกราคม

คัด-7 WS-(เว็บ)_1.jpg

เริ่มกันที่ KKP GNPกองทุนหลัก Capital Group New Perspective Fundโดยนโยบายการลงทุน กระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยเน้นไปที่การวิเคราะห์แบบ Bottom-up ผ่านผู้จัดการกองทุน 10 คน เพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาผู้จัดการกองทุนเพียงไม่กี่คน

โดยตราสารทุนสำหรับปี 2569จากเศรษฐกิจโลกที่จะเติบโตต่อได้ จากแรงผลักดัน ต่างๆ ได้แก่ 1.การลงทุนใน AI, 2.การย้ายฐานการผลิต, 3.มีนโยบายการคลังและการเงิน ที่คอยสนับสนุน และ4.ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง จึงแนะนำทยอยลงทุนเมื่อตลาดหุ้นโลกย่อตัวลง (ยิ่งลง ยิ่งได้ discount)

K-GDBONDUHมี PIMCO GIS Income Fundเป็นกองทุนหลัก โดยนโยบายการลงทุนจะกระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว โดยมีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด

ในปี 2569จะยังเป็นปีของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายหลังจากการประชุม FOMC ล่าสุด เฟดมีการปรับประมาณการเงินเฟ้อลง พร้อมมองว่าเงินเฟ้อที่เกี่ยวกับภาษีนำเข้าน่าจะค่อยๆ ลดลงหลังจากไตรมาส1/69 ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงยังแนะนำกระจายความเสี่ยงไปยังตราสารหนี้ในยามที่ 10Y UST อยู่ในกรอบ 4.00-4.20%

KKP TECH-UHซึ่งกองทุนหลัก คือiShares Expanded Tech ETF (IGM)ที่นโยบายการลงทุนจะเน้นลงทุนในกลุ่ม Technology, Communication Services และ Consumer Discretionary ประกอบด้วยหุ้น 280 ตัว โดยไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

สำหรับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยมองว่าวัฎจักรของเซมิคอนดักเตอร์รอบนี้จะยาวนานกว่ารอบก่อนๆ จากกำลังซื้อที่เปลี่ยนจากรายย่อย (Consumer) ในรอบก่อนๆ เป็น เทคฯ ใหญ่ (Hyperscalers) และรัฐบาล (Sovereign) ขณะที่ Supply ยังติดคอขวดอยู่หลายขั้นตอนทั้งการผลิตชิปในส่วนการประกอบ (packaging) และ memory shortage ซึ่งเป็นการยืดเวลาของวัฎจักรที่มักจบลงด้วยการ oversupply อีกทั้งผลประกอบการหุ้นในกลุ่มทำได้ดีกว่าคาดมาก แนะนำลงทุนเมื่อ IGM (ETF) ย่อตัวลงโดยเฉพาะจากความกังวลด้านมหภาค

ASP NGFที่มีกองทุนหลักEric Sturdza – Nippon Growth Fundซึ่งนโยบายการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นแบบ High conviction 34 บริษัท ด้วยวิธีการ Bottom-up โดยเน้นลงทุนในกลุ่ม Conglomerate ด้านการค้า และธนาคารใหญ่

สำหรับหุ้นญี่ปุ่น จากธีมระยะยาว “Deflation to Inflation; De-rating to Re-rating” ตามวัฏจักรของค่าจ้างและราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน หนุนให้การบริโภคในประเทศจะกลายเป็น growth engine ตัวใหม่ โดยล่าสุดธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จากความมั่นใจในวัฏจักรดังกล่าว แนะนำซื้อเมื่อดัชนี Topix ย่อตัวลง

MINDIA โดยมีกองทุนหลักเป็น Jupiter India Select Fund ซึ่งนโยบายการลงทุนจะลงทุนในหุ้นอินเดีย โดยเน้นลงทุนแบบ Bottom-up ในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในราคาที่เหมาะสม จำนวน 60-80 บริษัท โดยกระจายการลงทุนในหุ้นทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นอินเดียจะ Outperform ในปี 2569จาก GDP อินเดียที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง หนุนโดยดีมานด์ภายในประเทศ ด้าน RBI ปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อ 0.25% สู่ระดับ 5.25% พร้อมปรับประมาณการ GDP ปีงบประมาณ 25/26 ขึ้นจาก 6.8% เป็น 7.3% และปรับเงินเฟ้อลงจาก 2.6% เป็น 2.0% สะท้อนภาวะ Goldilocks แนะนำซื้อเมื่อดัชนี Nifty 50 ย่อตัวลง

SCBKEQTG ซึ่งมี iShares MSCI South Korea ETF (EWY)เป็นกองทุนหลัก โดยนโยบายการลงทุนจะลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ เพื่อสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด MSCI Korea 25/50 โดยกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนใน Memory player อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix รวมกันราว 40%

โดยธีม memory super cycle จากภาวะ memory shortage ที่จะลากยาวเกินปี 2569จากความต้องการใช้ memory ใน AI ที่เร่งตัวขึ้น สะท้อนผ่านผลประกอบการของ Micron ที่ดีกว่าคาดมากอย่าง และส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้เดือน ธ.ค. ที่เติบโต 40%จากช่วงเดียวกันและ 20%จากเดือนก่อนหน้า

DAOL-CHINATECHที่มีกองทุนหลักเป็นHSBC Hang Seng Techโดยนโยบายการลงทุนจะเข้าลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีจีน 30 บริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง

ทั้งนี้ จากความชัดเจนที่ภาครัฐมีการออกมาตรการ Trade-in มูลค่า 62.5 พันล้านหยวน มากระตุ้นการบริโภคในช่วงปีใหม่ และตรุษจีน ประกอบกับการที่ดัชนี Hang Seng Tech ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดรอบล่าสุดราว 15-20% ทำให้มองว่าหุ้นเทคฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น และมีโอกาสรีบาวด์ได้ในระยะสั้น จึงแนะนำทยอยสะสมเมื่อดัชนีซื้อขายในกรอบ 5,400-6,000 จุด โดยกำหนดจุดขายทำกำไรที่ 6,700 จุด และจุดตัดขาดทุนเมื่อหลุด 5,100 จุด

คัด-7-กองทุน_1.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...