โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดเหตุผลศาลรับฟ้อง 'โรม' อภิปรายหมิ่น 'เบน สมิธ' นัดพร้อม 23 ก.พ.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความผู้รับมอบอำนาจของของ "เบน สมิธ" นักธุรกิจชื่อดังสัญชาติแอฟริกาใต้-กัมพูชา เผยแพร่คลิปผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลอาญา มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่ "เบน สมิธ" ยื่นฟ้องกล่าวหานายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ฐานหมิ่นประมาท จากการอภิปรายในสภาฯ โดยอ้างชื่อ "เบน สมิธ" พัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์

นายวิฑูรย์ ระบุว่า สิ่งที่นายรังสิมันต์ อภิปรายในสภาว่า เบน สมิธ เป็นสแกมเมอร์ระดับแมมมอธนั้น เป็นการใส่ร้าย เบน สมิธ ในฐานะทนายที่ทำคดีนี้ แจ้งมาว่าศาลอาญา รับคดีนี้ไว้พิจารณาแล้ว เท่ากับว่าคดีนี้มีมูลว่านายรังสิมันต์ หมิ่นประมาทจริง ใส่ร้ายจริง

"ขอฝากนักการเมืองทุกพรรค จะหาเสียงก็หาเสียงไป แต่อย่าเอาคุณเบน สมิธ เป็นเครี่องมือทางการเมืองเพื่อโจมตีพรรค หรือบุคคลใดก็ตามแต่ เพราะเสียหายจริง และคุณเบนสมิธ ดำเนินคดีจริง ๆ" นายวิฑูรย์ ระบุ

ที่มา ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน

มีรายงานเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่ศาลประทับรับฟ้อง เนื่องจากศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาตามข้อความในเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.11 และวัตถุพยานหมาย วจ.1 ซึ่งเป็นการอภิปรายการโพสต์ข้อความภาพถ่ายและคลิปวิดีโอลงในแอปพลิเคชัน Facebook บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อความภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของจำเลย

เมื่อบุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามได้เห็นข้อความแล้วอาจทำให้บุคคลทั่วไปหรือบุคคลที่สามเข้าใจว่าโจทก์มีพฤติกรรมเป็นบุคคลหรือผู้ที่มีบทบาทหน้าที่ในกลุ่มคนที่ใช้อุบายหลอกลวงผู้อื่นเพื่อได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในทางที่ไม่ชอบมีพฤติกรรมโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานฟอกเงินและเป็นการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายกฎหมาย

คำกล่าวอภิปราย และการกระทำของจำเลยตามฟ้องมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณาในประการที่ทำให้โจทก์นั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง แม้จำเลยกล่าวและโพสต์ข้อความภาพถ่าย และคลิปวิดีโอในขณะที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็น สส.แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และการกล่าวด้วยถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญา ละเมิดสิทธิในทางแพ่งของบุคคลอื่น โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกย่อม มิใช่สมาชิกแห่งรัฐสภานั้น ไม่มีมีโอกาสชี้แจงอภิปรายโต้แย้งจำเลย จึงได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 124

ส่วนการที่จำเลยแถลงอีกว่าการกระทำของจำเลยได้รับการยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษจากความผิดหรือยกเว้นโทษตาม บทกฎหมายมาตราดังกล่าวจะต้องเป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความโดยสุจริตแต่การอภิปรายของจำเลยเป็นการกล่าวในที่ประชุมรัฐสภาในวาระการแสดงนโยบายของรัฐบาล

แม้จำเลยในฐานะ สส.จะมีสิทธิ์อภิปรายซักถามแนวทางการดำเนินการตามนโยบายและเนื้อหาเกี่ยวข้องกับนโยบายนั้นแต่เมื่อการกระทำของจำเลยมีลักษณะเป็นการใส่ความโจทก์โดยที่ยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดและไม่ได้ไม่ได้รับการพิสูจน์ความผิดในขณะนั้นว่า โจทก์เป็นตัวการร่วมการกระทำความผิดเป็นสกรัมเมอร์ ร่วมกันฟอกเงินและประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ในชั้นนี้เห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ให้ประทับรับฟ้องพิจารณา

โดยศาลนัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายวันที่ 23 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...