ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัน JUMP+ เพิ่มมาร์เก็ตแคป 4 แสนล้าน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลายๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น
โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้ จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด การเพิ่มสภาพคล่อง การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน และฟื้นฟูความเชื่อมั่น ตามกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” หรือ ประตูสู่โอกาสลงทุนที่กว้างขึ้น รุกเพิ่มประสิทธิภาพตลาดทุนไทย ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก
1) รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น โดยจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อ ดึงดูด Fund Flow อาทิ ในปีนี้น่าจะเห็นความชัดเจนในการเพิ่มสินค้าใหม่ อย่าง Bond Connect Platform // Crypto ETF และ Crypto Futures // พร้อมขยาย DR จากปัจจุบัน 233 หลักทรัพย์เพิ่มเติม และ Leveraged & Inverse ETFs เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ และขยายฐานกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ และอาจเพิ่มการซื้อขายเกี่ยวกับทองคำเข้ามาในตลาด TFEX
รวมทั้งยกระดับบริษัทจดทะเบียน ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ทั้งนี้ การทบทวนเกณฑ์ต่างๆจะทำให้ดุดันขึ้น คาดแล้วเสร็จใน 6 เดือนแรกปีนี้ ซึ่งรวมถึงเรื่องธรรมมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน
และจะเดินหน้าโครงการ JUMP+ เพื่อ ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy // บริษัทต่างชาติ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เพิ่มทางเลือกการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมโครงการแล้ว 110 บริษัท คาดมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ มาร์เก็ตแคปราว 4 แสนล้านบาท น่าจะเริ่มให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ และจะไม่ปิดกั้นธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
2) ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึงซัพพลายเชนของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร เตรียมการการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ นำ AI มาพัฒนาข้อมูลเช่น จัดทำบทวิเคราะห์บจ.ขนาดเล็ก เป็นต้น
และ 3) เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยกระดับการบริการ มาใช้ระบบดิจทัลออนไลน์ และจะจัดทำแอปพลิเคชันใหม่ เพื่ออำนวยความความสะดวกกับผู้ลงทุน
ทั้งนี้ การออกไปโรดโชว์น่าจะเริ่่มที่สิงคโปร์และฮ่องกงแต่ต้องรอหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ส่วนการสกัดเงินทุนเทาเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น ปัจจุบันตลาดมีการตรวจสอบเบื้องต้นอยูแล้ว ผ่านการ KYC และธนาคาร ซึ่งตลาดเองก็อยู่ปลายน้ำในของการตรวจสอบ ซึ่งตลาดพร้อมดำเนินการ ตามนโนบายรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
"ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งหวังว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3ด้าน จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าสู่ตลาดทุน และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างทั่วถึงสำหรับทุกคน" นายอัสสเดช กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง