“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” อัปเดตอาการป่วยวิกฤต แชร์ประสบการณ์หลังรักษาตัวนาน ถึงขั้นต้องถอนตัวออกจากซีรี่ส์ ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็น
“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” อัปเดตอาการป่วยวิกฤต แชร์ประสบการณ์หลังรักษาตัวนาน ถึงขั้นต้องถอนตัวออกจากซีรี่ส์ ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็น
ส่งกำลังใจให้รัวๆ เมื่อ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ได้ออกมาเล่าแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการที่รักษาตัวเองนาน จากอาการป่วยวิกฤต หลังต้องแอดมิทแบบเร่งด่วนจากอาการไข้ หนาวสั่น เหงื่อออก ก่อนตรวจเจอโรคไวรัสตับอักเสบอี จนต้องพักงานและถอนตัวออกจากซีรี่ส์
ในช่วงสัปดาห์แรกที่เข้ารักษาตัว “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ต้องผ่านการเจาะเลือดหลายครั้ง และรับการรักษาด้วยยาหลายชนิด รวมถึงการใช้เข็มขนาดใหญ่เพื่อฉีดสี ซึ่งทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เธอยังต้องรับยาระงับปวดและยาแก้ปวดอาเจียนทุก 4 ชั่วโมง โดยไม่สามารถทานอาหารได้เพราะอาการอาเจียนตลอดเวลา ค่าตับของเธอในช่วงนี้สูงมากถึง 1,300-1,400 ซึ่งเป็นค่าที่วิกฤตมาก เพราะโดยปกติค่าตับในคนทั่วไปจะไม่เกินหลักสิบ แม้ว่าจะโชคดีที่เธอยังไม่มีอาการตาเหลืองหรือตัวเหลือง แต่การฟื้นตัวกลับยากลำบาก ในสัปดาห์ที่สอง หลังจากการตรวจเลือดและวินิจฉัยอย่างละเอียด แพทย์พบว่าเธอเป็นโรค ไวรัสตับอักเสบอี ซึ่งโชคดีว่าเป็นประเภทที่สามารถหายเองได้ แต่จะต้องใช้เวลารักษานานถึง 3 เดือน สาเหตุของโรคนี้มาจากการกินอาหารไม่สะอาด และเธอเองก็เคยเสี่ยงเป็นโรค SLE (โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง) ซึ่งอาจมีผลให้ภูมิร่างกายตกและเกิดโรคตับอักเสบนี้ได้
แพทย์ระบุว่าโรคนี้สามารถหายได้เอง แต่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวอย่างน้อย 3 เดือน ทำให้ต้าเหนิงต้องถอนตัวจากงานซีรีส์และพักงานยาว 2-3 เดือน เพื่อโฟกัสการรักษาตับก่อน รวมถึงซีสต์ที่พบเพิ่มแต่ยังผ่าไม่ได้ และ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ยังฝากเตือนทุกคนว่า “ถ้ารู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ รีบไปตรวจเลย อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง” แต่ถึงอย่างไร “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ก็เก่งมากๆ ที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ คงต้องระวังสุขภาพมากขึ้นกันทุกคน อย่าคิดแค่ว่าดูแลตัวเองดีแล้วจะไม่เป็นอะไร