'จุลพันธ์' เผยรัฐบาลเพื่อไทยดันเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ หยุดสินค้าราคาถูกไร้มาตรฐาน คุ้มครองผู้บริโภคไทย
'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ระบุตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ได้มีการบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่ 1 บาทแรก และยกเลิกการยกเว้นภาษีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ซึ่งเป็นมาตรการการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ (Low-Value Goods) มาตรการนี้เป็นนโยบายตั้งแต่สมัยรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในการขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคระหว่างผู้ขายจากต่างประเทศซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับผู้ขายในประเทศไทยซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จากที่ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเผชิญปัญหาการล้นทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนที่เข้ามาจำหน่ายในไทยผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเรามีการยกเว้นภาษี 1,500 บาทแรก รวมถึงระบบการสุ่มตรวจที่ไม่ครอบคลุม ทำให้สินค้านำเข้าจำนวนไม่น้อยมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
ในวันที่ 2 เม.ย 2567 ท่านเศรษฐา ทวีสิน ได้เน้นย้ำมอบหมายให้กระทรวงการคลังในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง จากนั้น จึงได้มีการเสนอร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการแก้ไขกฎหมายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท โดยในช่วงแรกการจัดเก็บภาษีในส่วนสินค้านำเข้าที่มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท จะให้อำนาจของกรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บเพื่อส่งให้กรมสรรพากร เหมือนกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนสินค้าที่ราคาเกิน 1,500 บาท ส่วนในระยะถัดไปจะมีการแก้ไขประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากรและหารือกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้เป็นผู้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งให้กับกรมสรรพากรโดยตรง
จากนั้นในวันที่ 4 มิ.ย. 2567 ครม. ได้เห็นชอบในหลักการและให้กระทรวงการคลังออกประกาศเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ซึ่งเราได้มีการประกาศทดลองใช้มาตรการนี้ไปแล้วในช่วง 5 กรกฏาคม - 31 ธันวาคม 2567 ในระหว่างรอมาตรการระยะยาว
มาตรการดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ซึ่งจากการประเมินสินค้ามีมูลค่ากว่า 1,500 บาท คิดเป็นมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท และยังช่วยจัดระเบียบและบังคับให้สินค้านำเข้าทุกชิ้นต้องได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐาน มอก. และ อย. ซึ่งจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมทางการค้าให้กับภาคเอกชน ผู้ประกอบการรายย่อย และ SME ไทยที่จะสามารถแข่งขันกับผู้ขายจากต่างประเทศที่นำสินค้าเข้ามาขายในราคาต่ำมากในระยะยาวได้ครับ