โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“คริปโตฯ” สะเทือนทั่วกระดาน ถูกบังคับชำระบัญชีกว่า 1 พันล้านดอลล์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 04.12 น.

กระแสเทขายกดดันสินทรัพย์ดิจิทัลหนัก บิตคอยน์-อีเธอร์รูด 8-10% ขณะที่กลุ่มโทเคนเล็กทรุดเกือบ 70% นับตั้งแต่ต้นปี หลังมีการบังคับชำระบัญชีมาร์จิ้นครั้งใหญ่

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 16.55 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ของสถานะคริปโตฯที่มีการกู้ยืมมาร์จิ้น (leveraged positions) ถูกบังคับชำระบัญชี (liquidated) ในวันจันทร์ หลังราคาเหรียญดิจิทัลร่วงลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง ส่งแรงกดดันรอบใหม่ต่อการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งตลาด

บิตคอยน์ ร่วงลงมากสุดถึง 8% แตะระดับ 83,824 ดอลลาร์ในนิวยอร์ก ส่งผลให้ราคาดิ่งลงเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ขณะที่ อีเธอเรียม ดิ่งลงมากสุด 10% แตะระดับต่ำสุดที่ 2,719 ดอลลาร์ และลดลงราว 36% ตลอดเจ็ดสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับฐานครั้งนี้กระทบหนักยิ่งขึ้นต่อโทเคนขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งมักผันผวนแรงและวิ่ง outperform ในช่วงตลาดขาขึ้น ดัชนี MarketVector ที่ติดตามคริปโตฯในครึ่งล่างของ 100 สินทรัพย์ใหญ่สุด ร่วงลงเกือบ 70% ตั้งแต่ต้นปี

ตลาดคริปโตฯยังอยู่ในภาวะเปราะบางหลังการเทขายต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อสถานะ leveraged มูลค่าราว 19,000 ล้านดอลลาร์ถูกบังคับชำระบัญชี หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำให้ตลาดผันผวนจากการขู่ขึ้นภาษี ตามข้อมูลของ Coinglass เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังบิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 126,251 ดอลลาร์ การบังคับปิดสถานะที่มีเลเวอเรจจำนวนมากในคราวเดียวเช่นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ต.ค. มักถูกเรียกว่า liquidation cascade

นักเทรดใช้ข้อมูลการชำระบัญชีเป็นตัวชี้วัดระดับเลเวอเรจในระบบ เพื่อประเมินความเสี่ยงและดูว่าการชำระบัญชีจำนวนมากได้ล้างการเก็งกำไรส่วนเกินในตลาดหรือยัง แต่ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ครบถ้วน เนื่องจากในอุตสาหกรรมมีการวิจารณ์ว่าบางแพลตฟอร์มให้ข้อมูลไม่ครบ ทำให้ประเมินเลเวอเรจจริงในระบบได้ยาก

ฌอน แมคนัลตี หัวหน้าฝ่ายเทรดอนุพันธ์ APAC ของ FalconX กล่าวว่า “เป็นจุดเริ่มต้นเดือนธันวาคมที่ชัดเจนว่า risk-off …ความกังวลใหญ่ที่สุดคือเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน Bitcoin ETF ที่น้อยมาก และไม่มีแรงซื้อดักรอบย่อ เราคาดว่าแรงกดดันเชิงโครงสร้างจะยังคงต่อเนื่อง และกำลังจับตาระดับ 80,000 ดอลลาร์ว่าเป็นแนวรับสำคัญของบิตคอยน์”

ตลาดคริปโตฯ ยังถูกกดดันจากบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เมื่อหุ้นสหรัฐเปิดสัปดาห์ด้วยท่าทีระมัดระวัง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงและเงินเยนแข็งค่าหลังผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาซูโอะ อุเอดะ ส่งสัญญาณชัดที่สุดว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้

คารีม ดันแดชี เทรดเดอร์ OTC ของ Flowdesk ระบุว่า “เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม นักลงทุนโฟกัสไปที่ทิศทางนโยบายการเงินโลก …เฟดกลับมาคาดว่าจะลดดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังสัปดาห์ก่อนความกังวลทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจไม่ลด อีกทั้ง BOJ เองก็ดูมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นที่ผันผวน”

ขณะเดียวกัน Strategy Inc. ของไมเคิล เซย์เลอร์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่าบริษัทได้กันเงินสำรอง 1.4 พันล้านดอลลาร์ไว้เพื่อจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ยในอนาคต เพื่อบรรเทาความกังวลว่าบริษัทอาจต้องขายบิตคอยน์ ซึ่งถืออยู่ราว 56,000 ล้านดอลลาร์ หากราคาเหรียญยังร่วงต่อ

ค่า mNAV ตัวชี้วัดเปรียบเทียบมูลค่ากิจการกับมูลค่าบิตคอยน์ในครอบครอง อยู่ที่ประมาณ 1.11 ในวันจันทร์ สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนว่าอาจเข้าสู่โซนลบ ซึ่งฟง เหลย เคยระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากเกิดขึ้นบริษัทอาจต้องขายบิตคอยน์บางส่วน หุ้น Strategy ร่วงมากกว่า 10% ในวันจันทร์ และดิ่งลงราว 66% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2567

Strategy ยังได้เพิ่มผลตอบแทนหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual Series A “Stretch” อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็น 10.75% โดยจ่ายปันผลรายเดือน

ด้านกองทุน ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐรับเงินไหลเข้าราว 70 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากไหลออกกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา โดยแรงขายส่วนใหญ่มาจาก iShares Bitcoin Trust ที่นักลงทุนขายต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ ซึ่งนานที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเปิดในปี 2567

สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ569 ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเผยแพร่มีผลต่อการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาตัดสินใจเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่แล้ว โดยระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการผู้ที่สนับสนุนการลดดอกเบี้ย

นอกจากนี้ S&P Global Ratings เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ปรับลดอันดับความเสถียรของ USDT ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงสู่ระดับต่ำสุด พร้อมเตือนว่าการร่วงของบิตคอยน์อาจทำให้สินทรัพย์ค้ำประกันมีไม่พอ ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ก็ออกคำเตือนเมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงสเตเบิลคอยน์ และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐประสานงานกันเข้มงวดขึ้นเพื่อปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ดันแดชีจาก Flowdesk กล่าวว่า ตลาดอาจเริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี

“คำถามสำคัญคือ ข้อมูลเศรษฐกิจจะมาหยุดยั้งความหวังเรื่องการผ่อนคลายทางการเงินปลายปีนี้ได้หรือไม่”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...