โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ต่อมทอนซิลอักเสบ ห้ามดื่มน้ำเย็น จริงหรือไม่

สวพ.FM91

อัพเดต 16 พ.ย. 2564 เวลา 22.24 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2564 เวลา 22.24 น.

หลายๆท่านคงเคยได้ยินกันมาว่า ถ้ามีอาการเจ็บคอ จนต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบ แล้วกินน้ำเย็นจะทำให้มีอาการเจ็บคอมากขึ้น ความจริงจะเป็นเช่นไร เรามีคำตอบทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นภาวะอักเสบของต่อมทอนซิล อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย จะมีอาการไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ กลืนอาหารลำบากเพราะเจ็บคอมาก  โดยทั่วไปแล้วการรักษาภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ มักจะใช้ยาบรรเทาอาการเจ็บคอ ยาลดน้ำมูก หรือลดไข้ ให้ยาฆ่าเชื้อ(ถ้าจำเป็น) โดยอาจใช้เวลารักษาประมาณ 2 สัปดาห์อาการถึงจะดีขึ้น

ตัวอย่างยาที่ใช้รักษา

1. ยาลดน้ำมูก คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine)

2. ยาลดไข้ พาราเซตามอล (Paracetamol), ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen)

นอกจากนี้ หากมีอาการอื่น ๆ แนะนำให้ไปพบแพทย์ และการใช้ยารักษาจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกร ห้ามซื้อยามากินเอง เพราะอาจทำให้แพ้ยา หรือเกิดอันตรายจากการใช้ยาได้

การปฏิบัติตัวก็เป็นสิ่งสำคัญโดยแนะนำให้ ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องมากๆ วันละ 8 แก้วขึ้นไป เพื่อทำให้มีความชุ่มคอ ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้มที่ไม่ร้อนจนเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ด หรือรสจัด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ใช้เสียงให้น้อยลง พักผ่อนให้เพียงพอ

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า การดื่มน้ำเย็นจะทำให้อาการเจ็บคอแย่ลง ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงแล้วการดื่มน้ำเย็น หรืออาหารแช่เย็น เช่น ไอศกรีมจะช่วยลดอาการปวด  ลดอาการบวม จากการอักเสบของต่อมทอนซิลได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเป็นหวัดและเจ็บคอจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่ต่อมทอนซิลอักเสบ แนะนำให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิปกติจะดีที่สุด

ดังนั้นก่อนจะเชื่อ หรือแชร์ข้อมูลใด ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เราเชื่อในสิ่งที่ผิด ๆ จนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...