โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัชกาลที่ 4 ทรง “เอาใจใส่” ธรรมยุตนิกาย จนเกิดพระราชนิยมใหม่? ในหมู่เจ้านาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 พ.ย. 2564 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 10.39 น.
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร

ระหว่างการผนวช 27 พรรษา รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนา “ธรรมยุตินิกาย” เมื่อพระองค์เสวยราชสมบัติธรรมยุตินิกายก็เฟื่องฟู และเป็นที่ศรัทธาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์

รัชกาลที่ 4 ทรงกําหนดให้เจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงผนวชเฉพาะธรรมยุติกนิกาย และทรงกําหนดความแตกต่างของ ตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” ที่มาจากสามัญชนและเจ้านาย ถ้าเป็นเจ้านายจะเรียกว่า “สมเด็จพระมหาสมณะ(เจ้า)” ทรงเศวตฉัตร 5 ชั้น ถ้าเป็นสามัญชนเรียกว่า “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช” ทรงเศวตฉตร 3 ชั้น

พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกที่ทรงสถาการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระมหาสมณะ(เจ้า)” ก็คือ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส โดยรัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส” โดยระหว่าง พ.ศ. 2394-2471 มีเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงได้รับการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระสังฆราช” ดังนี้

1. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี) วัดพระเชตุพนฯ ดำรงพระยศ พ.ศ. 2394-2396 ในรัชกาลที่ 4

2. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์) วัดบวรนิเวศวิหาร ดำรงพระยศ พ.ศ. 2434-2435 ในรัชกาลที่ 4

3. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษย์นาคมานพ) วัดบวรนิเวศวรวิหาร ดำรงพระยศ พ.ศ. 2453-2464 ในรัชกาลที่ 6

4. สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธ ดำรงพระยศ พ.ศ. 2464-2480 ในรัชกาล 6-7

ใน “พุทธศาสนวงศ์” ของสมเด็จพระญาณสังวร ตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงเตรียมมอบหมายตําแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตสืบทอดมาไม่ขาดสาย เมื่อพระองค์ ครองราชย์ก็ทรงมอบหมายตําแหน่งเจ้าคณะให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ [ทรงเป็น 1ใน 10 พระเถระผู้เป็นต้นวงศ์ธรรมยุต]

เมื่อสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์สิ้นพระชนม์ ก็ทรงมอบหมายตําแหน่งนี้แก่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสิ้นพระชนม์ ก็มอบหมายให้ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวง ชินวรสิริวัฒน์ ๆ ก็มอบหมายให้ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เป็นทอดๆ มา นอกจากนี้เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกายก็ได้ขึ้นดํารงตําแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” อีกทอดหนึ่ง

นอกจากนี้ “พระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส” ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงพระนิพนธ์ เกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 ที่เคยทรงชักชวนให้พระองค์ผนวชตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อช่วยราชการบ้านเมือง ความว่า “….ทรงเกลี้ยกล่อมให้เราสมัครบวช เรากราบทูลตามความ เห็นเกรงว่าจะเป็นการทิ้งราชการ พระราชทานกระแสพระดํารัสอธิบายว่า ถ้าเราบวชจักได้ราชการเพียงไรไม่เป็นอันทั้ง พระราชทานปฏิญญาว่าบวช ได้ 3 พรรษาแล้วจักทรงตั้งเป็นต่างกรม…” 

ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสเองก็ตรัสชวน รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเป็นเจ้าฟ้ากรมประชาธิปกให้ผนวชตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยจากทรงเป็นพระอนุชาองค์เล็กสุด คงไม่มีโอกาสได้ขึ้นครองราชสมบัติ  ทั้งตรัสว่าจะทรงยกย่องให้เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า แต่เจ้าฟ้าประชาธิปกทรงลาผนวชเพื่อเสกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรําไพพรรณีเสียก่อน

การที่สมเด็จพระสังฆราชในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองล้วนเป็นเจ้านายในธรรมยุติกนิกาย จึงเกิดเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งในกลุ่มเจ้านายที่มักนิยมให้พระอนุชาพระองค์เล็กผู้ยังไม่มีสิทธิ์ในราชสมบัติออกผนวช เพื่อ “เอาดีทางพระ” เนื่องจากการทรงผนวชอาจสามารถเลื่อนฐานะขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาปริณายก

 

ข้อมูลจาก

คนึงนิตย์ จันทบุตร. การเคลื่อนไหวของยุวสงฆ์ไทยรุ่นแรก พ.ศ. 2477-2484, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ , พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน 2528

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...