Grab จับมือ BYD นำ EV 5 หมื่นคัน เข้าสู่บริการเรียกรถในอาเซียน 6 ประเทศ รวมถึงไทย
Grab จับมือ BYD นำรถยนต์ไฟฟ้า 50,000 คัน เข้าสู่บริการเรียกรถในอาเซียน 6 ประเทศ รวมถึงไทย มุ่งเป้าลดคาร์บอน พร้อมเสนอโครงการซื้อรถราคาถูกให้คนขับ Grab
วันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า แกร็บ โฮลดิงส์ (Grab Holdings) เตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้าของบีวายดี (BYD) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีน จำนวน 50,000 คัน เข้าสู่บริการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
ภายใต้ความร่วมมือใหม่นี้ ทั้งผู้ขับขี่และพันธมิตรด้านยานพาหนะของGrab ซึ่งเป็นบริษัทให้เช่ารถยนต์ที่จัดหารถยนต์ให้แก่ผู้ขับขี่ของGrab จะสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD ได้ในอัตราที่เข้าถึงได้ และยังได้รับประโยชน์จากการรับประกันแบตเตอรี่ที่ขยายเวลาออกไปอีกด้วย
ผู้ขับขี่สามารถเช่ารถยนต์ไฟฟ้าผ่านพันธมิตรยานพาหนะของGrab หรือเลือกเป็นเจ้าของรถเอง ผ่านตัวเลือกสนับสนุนทางการเงิน ภายใต้โครงการการเป็นเจ้าของรถยนต์ของGrab ได้ด้วยเช่นกัน
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุม 6 ประเทศ จากทั้งหมด 8 ประเทศที่ Grabดำเนินงานอยู่ รวมถึง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยรถยนต์ของ BYD รุ่นที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ได้แก่ รถมินิแวน DENZA D9 ขนาด 7 ที่นั่ง รถ SUV รุ่น ATTO3 รถเก๋งรุ่น SEAL และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ รุ่น M6
นายชุก คิม กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกลุ่มของGrab กล่าวว่า ความร่วมมือนี้ช่วยผลักดันการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยลดอุปสรรคทางการเงินที่มักเป็นอุปสรรคขัดขวาง โดยในระยะยาว โครงการนี้จะมอบข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ของเรา ซึ่งอาจรวมถึงการประหยัดไฟฟ้าด้วย
ภายใต้ความร่วมมือนี้ รถยนต์ของ BYD จะติดตั้งแอปพลิเคชันของGrab รวมอยู่ในหน้าจอภายในรถ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดการการจองรถ แผนที่นำทาง และเข้าถึงข้อความแชทได้โดยตรงบนหน้าจอขนาดใหญ่ จึงไม่จำเป็นสมาร์ทโฟนติดขาตั้งในรถอีกต่อไป
นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลเซ็นเซอร์และการวัดระยะไกลของ BYD จะถูกบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์มของGrab เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับรูปแบบและพฤติกรรมการขับขี่ เช่นการใช้ที่ปัดน้ำฝนและความเร็วในการเดินทาง ซึ่งจะช่วยให้Grab สามารถประเมินสภาพอากาศและสภาพการจราจรได้แม่นยำยิ่งขึ้น จากนั้นข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อแนะนำผู้ขับขี่สำหรับพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะมีผู้เรียกใช้บริการเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ บริการเรียกรถโดยสารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังมุ่งความสำคัญไปที่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยGrab ได้ให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนยานพาหนะในสิงคโปร์ ให้เป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583
อ้างอิง : asia.nikkei.com