โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัปเดตกฎหมาย "เมาแล้วขับ" 2568 โทษหนักขึ้น ปรับสูงสุดเท่าไหร่ ที่นี่มีคำตอบ!

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
อัปเดตกฎหมาย

อัปเดตกฎหมาย "เมาแล้วขับ" 2568 โทษหนักขึ้น ปรับสูงสุดเท่าไหร่ ที่นี่มีคำตอบ!

ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นประจำทุกปีมักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างรณรงค์ "เมาไม่ขับ" เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน

จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566 – 4 มกราคม 2567 เกิดอุบัติเหตุสะสม 2,288 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,307 ราย เสียชีวิต 284 ราย

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องปราบผู้ใช้รถใช้ถนนให้ร่วมกัน กฎหมายเมาแล้วขับ ได้มีการยกระดับอัปเกรดให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

“เมาแล้วขับ” ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่เกินกฎหมายกำหนด
ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่นับว่าผิดกฎหมาย มีดังนี้

1. ผู้ที่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

- กรณีผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- ผู้ไม่มีใบขับขี่
- ผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่
- ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) ถือเป็น “ผู้เมาสุรา”

2. ผู้ที่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

- กรณีผู้ขับขี่ที่เป็นบุคคลทั่วไป

วิธีทดสอบระดับแอลกอฮอล์

หากวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจไม่ได้ ให้วัดจากร่างกายแทน โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ขับขี่

1. วัดปริมาณแอลกอฮอล์จาก “ลมหายใจ” ด้วยเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์โดยการเป่า

2. วัดปริมาณแอลกอฮอล์จากร่างกาย สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่

- “ตรวจวัดจากปัสสาวะ” เก็บตัวอย่างส่งโรงพยาบาล หรือสถานที่ที่กำหนด เพื่อให้ห้องปฏิบัติการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์

- “ตรวจวัดจากเลือด” ส่งตัวผู้ขับขี่ไปโรงพยาบาลใกล้ที่สุด เพื่อเก็บตัวอย่างเลือด ด้วยวิธีทางการแพทย์

เปิดบทลงโทษ “เมาแล้วขับ” เข้มงวดมากขึ้น
หลังทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด แล้วพบว่ามีความผิด ผู้ที่เมาแล้วขับและหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งไปยังพนักงานสอบสวนโดยเร็ว และจะต้องไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพื่อดำเนินคดี

กรณีปฏิเสธไม่เป่า

- ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ที่สั่งทดสอบ ปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท
- ฝ่าฝืนไม่เป่า สันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องกักตัวผู้ขับขี่ที่เชื่อว่า “เมาแล้วขับ” เพื่อทดสอบในระยะเวลาที่จำเป็น และให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

กรณีทำผิดครั้งแรก

- รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กรณีทำผิดซ้ำอีก

- ทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับจากครั้งแรก (อยู่ในช่วงคาดโทษ) เพิ่มโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 5,000 – 100,000 บาท และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ

- รับโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส

- รับโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท และถูกระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี
กรณีเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

- รับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที

ความรับผิดชอบทางประกันภัย
ในส่วนของประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ยังคงคุ้มครองแม้ผู้ขับขี่จะเมาแล้วขับ ขณะที่ประกันภัยภาคสมัครใจ จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการเมาแล้วขับ

ทั้งนี้ กฎหมาย มีไว้เพื่อควบคุมและป้องกันปราบปรามเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ‘จิตสำนึก’ และ ‘ความรับผิดชอบ’ ของผู้ขับขี่ทุกคน หากต้องดื่มก็ควรมีสติ และเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือให้คนอื่นขับรถแทน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...