โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูปรีชา ลั่นผลกรรมเริ่มทำงาน แฉพฤติกรรมที่ไม่มีทนายคนไหนทำ จ่อนำ ‘โอเลี้ยง’ ไปฝากทนายตั้ม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 11.18 น.

ครูปรีชา ลั่นผลกรรมเริ่มทำงาน แฉพฤติกรรมที่ไม่มีทนายคนไหนทำ จ่อนำ ‘โอเลี้ยง’ ไปฝากทนายตั้ม

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมด้วยภรรยา ถูกออกหมายจับ ในข้อหาฉ้อโกง, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด ฐานฟอกเงิน และนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และถูกควบคุมตัวมายังกองปราบปราม

ผู้สื่อข่าว มีโอกาสพูดคุยกับนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา คู่กรณีในคดีหวย 30 ล้าน ที่เผชิญหน้ากับทนายตั้มมาเป็นเวลานานกว่า 7 ปี

ครูปรีชากล่าวว่า หลังจากเห็นข่าวก็อยากจะเดินทางไปที่กองปราบปรามด้วยตัวเอง อยากจะบอกว่าทนายตั้ม โดนเหมือนกับที่ตนเคยโดนเมื่อช่วงคดีหวย 30 ล้าน ซึ่งคดีที่ทนายตั้มโดน แม้จนถึงตอนนี้ คดีจะยังไม่สิ้นสุด แต่ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีประจักษ์พยานหลักฐานต่างๆ ชัดเจน จนนำมาสู่การออกหมายจับดังกล่าว

ครูปรีชากล่าวต่อว่า เท่าที่ได้ติดตามข่าวของทนายตั้มมาในช่วง 1-2 วันนี้ สังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าทนายตั้มมีสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด แตกต่างไปจากปกติ ที่เป็นคนชอบให้สัมภาษณ์ชอบออกสื่อ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นผลของการกระทำ ไปทำอะไรไว้ก็ต้องได้ผลของการกระทำแบบนั้น

พร้อมกันนี้ก็อยากจะฝากไปถึงทนายตั้มว่า ที่ผ่านมาเคยทำกับครูปรีชาเอาไว้เยอะ ทุกวันนี้ก็โดนกับตัวเองบ้าง ยกตัวอย่างเช่น คดีหวย 30 ล้าน ที่ทนายตั้มไปยื่นฟ้องพยานฝั่งของครูปรีชา จำนวน 10 ปากเรียกเงินคนละ 1 ล้านบาท ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่มีทนายที่ไหนเขาทำกัน เพราะพยานถือเป็นผู้บริสุทธิ์ การที่ทนายตั้มให้ลุงจรูญยื่นฟ้องพยานพร้อมเรียกเงิน 10 ล้าน แถมยังมีพฤติกรรมไปข่มขู่พยาน

“โดยบอกว่าหากทนายฝั่งครูปรีชาคนไหนไม่อยากเสียเงิน 1 ล้านก็ให้มากราบขอโทษลุงจรูญ แล้วจะถอนฟ้องให้ ทำให้มีพยานฝั่งของครูปรีชาหลายคน ต้องยอมไปกล่าวคำขอโทษลุงจรูญต่อหน้าสื่อ ทั้งที่พยานเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรผิด และให้การไปตามความเป็นจริงที่พบเห็นมา

แต่ที่ต้องยอมขอโทษก็เพราะไม่อยากเดือดร้อนต้องไปต่อสู้คดีในชั้นศาล พฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และส่งผลมาถึงวันนี้ของทนายตั้ม ที่ตนเชื่อว่าเป็นผลกรรมที่ทำมาตลอด” นายปรีชากล่าว

ด้านนางปนัญชญา สุขพูล หรือเจ๊เกียว 1 ใน 3 แม่ค้าลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นพยานในคดีหวย 30 ล้านฝั่งครูปรีชา กล่าวว่า หลังจากได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ถามว่า ตนดีใจหรือไม่ที่ทนายตั้มถูกจับ ก็คงต้องบอกว่าไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร เพราะไม่ได้เป็นคนชอบซ้ำเติมใคร

แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาของทนายตั้ม ทำให้สังคมได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วทนายตั้มเป็นคนอย่างไร และตอนนี้ทนายตั้มก็ได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว เหมือนกับที่ตนเคยบอกว่า เวลาจะทำให้ได้รู้ว่าใครเป็นอย่างไร

เจ๊เกียว ยังพูดถึงเรื่องที่ทนายตั้มและลุงจรูญ ยื่นฟ้องพยานฝั่งครูปรีชาจำนวน 10 ปาก ในข้อหาร่วมกันให้การเท็จ พร้อมเรียกเงินคนละ 1 ล้านบาท ซึ่งเจ๊เกียวมองว่า ทุกคนที่มาให้การเป็นพยาน ล้วนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกมาเป็นพยานทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับคดี

ดังนั้น การที่พยาน ต้องมาถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกเงินถึง 1 ล้านบาท ย่อมทำให้พยานแต่ละคนเกิดความเครียดและความกังวล ว่าจะต้องเสียเงินประกันตัว ต้องเสียเงินจ้างทนายความว่าความสู้คดี ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

เมื่อถูกทนายตั้ม พูดข่มขู่บอกว่าหากใครไม่อยากถูกฟ้องก็ให้ไปขอโทษลุงจรูญ จึงทำให้มีพยานบางส่วน ยินยอมไปกล่าวคำขอโทษลุงจรูญทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ก็มีพยานอีกหลายคนที่ยังเดินหน้าสู้คดีไปตามความเป็นจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากทนายตั้มและภรรยาถูกจับกุมได้ที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ จะนำโอเลี้ยงมาเยี่ยมทนายตั้มที่กองปราบปราม ในวันพรุ่งนี้เช้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครูปรีชา ลั่นผลกรรมเริ่มทำงาน แฉพฤติกรรมที่ไม่มีทนายคนไหนทำ จ่อนำ ‘โอเลี้ยง’ ไปฝากทนายตั้ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...