ทำความรู้จัก ‘โรคแพนิค’ ที่ส่งผลกระทบกับ ชาล็อต ออสติน จนทำให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและเกิดสภาวะ Panic Attack บนเวที
จากกรณีของ ชาล็อต ออสติน ที่เพิ่งเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากคนจำนวนมากพร้อมส่งกำลังใจให้เธอ ในอีกแง่หนึ่ง เรื่องนี้ก็ทำให้คนไทยอีกหลายคนได้เปิดรับเอาเรื่องของ ‘โรคแพนิค’ เข้าไปไว้ในใจ ว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบกับคนที่เป็นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ตั้งแต่ที่เธอเข้าแจ้งความเรื่องที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ซึ่งโรคแพนิคมีส่วนสำคัญที่ทำให้เธอตื่นตระหนกและวิตกกังวลจนตกเป็นเหยื่อ หรือล่าสุดนี้ที่มีแฟนคลับบุกขึ้นไปกอดบนเวทีจนเธอแสดงถึงอาการ Panic Attack ให้เห็นอย่างชัดเจน
พญ.สุพรทิพย์ ขจิตวัฒนกุล จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า โรคแพนิค (Panic Disorder) หรือโรคตื่นตระหนก คือโรควิตกกังวลหรือ Anxiety Disorder ประเภทหนึ่ง เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ (Automatic Nervous System) ที่ทำงานผิดปกติ ซึ่งระบบประสาทนี้เป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลายส่วน จึงทำให้เกิดอาการหลายอย่างร่วมกันเมื่อมีภาวะแพนิค ไม่ว่าจะเป็น ตัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ท้องไส้ปั่นป่วน วิงเวียนศรีษะ มือสั่น เท้าสั่น ตัวชา ควบคุมตัวเองไม่ได้ ฯลฯ
อาการเหล่านี้เรียกว่า Panic Attack ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แบบฉับพลัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีสาเหตุหรือมีเรื่องให้ต้องตกใจ โดยผู้ป่วยจะมีความรู้สึกกลัว ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ไม่กล้าออกไปไหน หมกมุ่นเรื่องสุขภาพ รวมถึงมีอาการทางกายภาพอย่างที่กล่าวไว้ด้านบน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
และสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิด ‘โรคแพนิค’ ก็มีหลากหลายข้อ ตั้งแต่กรรมพันธุ์ ความผิดปกติของฮอร์โมนที่ทำให้สมองเสียสมดุล การทำงานที่ผิดปกติของสมองส่วนอะมิกดาลาที่ทำหน้าที่ควบคุมความกลัว ไปจนถึงความเครียดสะสม การผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นอย่างเช่นการอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานานๆ อยู่กับสถานการณ์ที่เร่งรีบเป็นประจำ เผชิญความกดดันสูง และไม่มีเวลาออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย จนถึงการใช้สารเสพติด
ดังนั้นแล้ว หากพบว่าคุณอาจจะเป็นหรือกำลังเป็นโรคแพนิค หากเป็นไปได้ก็ควรพบแพทย์ เพื่อรับคำปรึกษา หรือรับการรักษาด้วยการกินยา เพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติไป โดยจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคของแต่ละบุคคล การรักษาโรคแพนิค (และบรรเทาภาวะ Panic Attack) ยังสามารถเกิดขึ้นควบคู่กับการฝึกหายใจเพื่อควบคุมสติ และพาตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อมที่มีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคด้วย
อย่างไรก็ตาม ภาวะ Panic Attack ยังอาจเกิดขึ้นจากโรคอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น โรคทางจิตเวชอื่นๆ อย่างเช่นโรคย้ำคิดย้ำทำ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) โรควิตกจากการพรากจาก (Separation Anxiety Disorder) โรคกลัวสังคม (Social Phobia) หรือโรคกลัวเฉพาะอย่าง (Specific Phobia)
ดังนั้น การที่ผู้ป่วยเข้าใจตัวเอง มีและคนรอบข้างที่เข้าใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้มันจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพกายโดยตรง แต่ก็ส่งผลกับชีวิตใครหลายคนอย่างมาก และเมื่อมันเกิดขึ้น การเข้ารับการรักษาก็น่าจะดีที่สุด จากการศึกษาพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ที่เป็นโรคนี้ สามารถหายขาดได้ และวันนี้ก็คงไม่ได้สายเกินไป สำหรับใครที่จะลองปรึกษาแพทย์ดู
อ้างอิง
https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/Uncategorized/PANIC
https://www.praram9.com/panic-disorder/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ทำความรู้จัก ‘โรคแพนิค’ ที่ส่งผลกระทบกับ ชาล็อต ออสติน จนให้ทำตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและเกิดสภาวะ Panic Attack บนเวที
- YONO : You Only Need Once ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตแบบประหยัด เพราะคุณอาจได้ใช้ชีวิตแค่หนึ่งครั้ง แต่ก็อาจยังไม่ได้ตายพรุ่งนี้!
- Slow Burn Dating การเดตแบบค่อยๆ คืบ อาจช่วยยืดระยะความโรแมนติก และสร้าง Emotional Connection ในความสัมพันธ์ได้ดีกว่า
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com