Sam Kerr และ Kristie Mewis เมื่อการตั้งครรภ์ของคู่รักหญิง-หญิง ยังต้องเผชิญทัศนคติเหยียดเพศจากแฟนบอล
“เจ้าหนูเคอร์ร-เมวิสกำลังจะมาในปี 2025 จ้า!”
ซาแมนธา เคอร์ร (Samantha Kerr) สไตรเกอร์จากทีมเชลซีและฟุตบอลหญิงทีมชาติออสเตรเลีย ประกาศข่าวดีว่าเธอกับ คริสตี เมวิส (Kristie Mewis) กองกลางทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ดและฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา กำลังจะมีลูกคนแรกด้วยกัน หลังจากทั้งคู่ประกาศว่าคบหากันในปี 2021 และหมั้นกันในปี 2023
แน่นอนว่าข่าวการตั้งครรภ์เป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าก็น่าเศร้า ที่ท่ามกลางคอมเมนต์อันอบอุ่นจากเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลและแฟนบอลอีกหลายคนนั้น พวกเธอก็ยังต้องเผชิญกับคอมเมนต์ใจดำมากมาย เช่น “นี่เลือกว่าใครจะเป็นคนอุ้มท้องด้วยวิธีไหนล่ะ ยิงจุดโทษเหรอ” หรือ “รับไม่ได้สุดๆ” ไปจนเสนอให้ทั้งสองเลิกเล่นกีฬาไปเลย (!!) ฯลฯ ตลอดจนการแสดงความเห็นที่เข้าข่ายเหยียดเพศอย่างไม่อาจปฏิเสธ
และนั่นก็ทำหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ที่ผ่านมา นักฟุตบอลชายบางคนทำร้ายร่างกายคนรักซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรมด้วยซ้ำ แต่ไอ้แฟนบอลเหล่านี้ไม่ออกมาพูดอะไรสักแอะ แต่พอมีคู่รักเกย์ที่ตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายและไม่ได้ทำร้ายใครเลย กลับเสนอหน้ามาแสดงความคิดเห็นสกปรกๆ มากมาย ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ทุเรศสุดๆ ไปเลย”
เคอร์รเป็นนักฟุตบอลหญิงที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก เธอเติบโตมาจากการเล่นกีฬาสัญชาติออสเตรเลียอย่าง ‘รูลส์ ฟุตบอล’ (rules football) หรือกีฬายอดนิยมที่อธิบายคร่าวๆ คล้ายกับรักบี้ผสมฟุตบอล และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในกีฬาสนามที่โหดที่สุด ซึ่งในเมืองฟรีแมนเทิลที่เธอเติบโตนั้นไม่มีทีมรูลส์ฟุตบอลสำหรับเด็กผู้หญิง เคอร์รจึงต้องร่วมเล่นในทีมของเด็กผู้ชายตั้งแต่ 5-6 ขวบ และไม่ปริปากบอกใครว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงอยู่หลายปี
“ฉันรู้ว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในทีม แต่มันไม่ได้สร้างความกังวลอะไรให้ฉันเลย” เธอเขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของเธออย่าง My Journey to the World Cup (2023) “ฉันอยากเก็บเรื่องที่ว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิงไว้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมทีมปฏิบัติต่อฉันต่างออกไปแค่เพราะว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิงน่ะ” และเรื่องที่ชวนให้เธอชื่นใจมากที่สุดคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง เพื่อนร่วมทีมของเธอก็ตระหนักได้ว่าจริงๆ แล้วเธอไม่ใช่เด็กผู้ชาย “แล้วพวกเด็กๆ ผู้ชายก็เดินมาบอกว่า ‘ใครจะไปสนล่ะ! เธอเล่นกีฬาเก่งจะตายไป’”
ทว่า เมื่อเธอโตขึ้น เรื่องของความแข็งแรงทางกายภาพก็ค่อยๆ กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่ว่าเคอร์รและเพื่อนๆ ร่วมทีมจะพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่าไร ก็ไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องมวลกล้ามเนื้อทางธรรมชาติได้ “ฉันเล่นกีฬาได้ดี และแม้จะรักการเล่นรูลส์ ฟุตบอลแค่ไหน ความแตกต่างด้านกายภาพระหว่างเหล่าเด็กผู้ชายกับฉันมันก็เป็นสิ่งที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เกมเริ่มรุนแรงขึ้น มีอยู่วันหนึ่งที่ฉันกลับบ้านพร้อมตาเขียวปั้ดข้างหนึ่ง ปากก็แตก เป็นตอนนั้นแหละที่พ่อกับพี่ชายบอกว่า ‘พอแล้ว เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก’”โดยธรรมชาติแล้วรูลส์ ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายปะทะหนักหน่วงรุนแรง ผู้เล่นมีหน้าที่พาลูกฟุตบอลไปให้ถึงเส้นชัยโดยที่ทีมตรงข้ามจะกระโจนเข้ามาลาก, แท็กเกิลหรือพุ่งเข้าใส่เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวทุกวิถีทาง (เป็นปกติที่จะเห็นนักกีฬาอาชีพให้สัมภาษณ์หลังจบเกมในสภาพสะบักสะบอมสุดขีดเสมอ) “ตอนอยู่ในสนาม ฉันน่วมเอามากๆ และกลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด พ่อกับโค้ชถึงขั้นต้องจับฉันนั่งลง แล้วอธิบายว่าหากปล่อยให้ฉันลงแข่งต่อไป มันจะเป็นอันตรายใหญ่แน่ๆ” และทางอกที่ทั้งสองมอบให้เคอร์คือการเสนอให้เธอลองไปเล่นฟุตบอลดู เพราะเวลานั้น ออสเตรเลียมีทีมฟุตบอลหญิงสำหรับเด็กแล้ว และนั่นเองคือจุดเปลี่ยนชีวิตของเคอร์ร เมื่อเธอเปลี่ยนมาเล่นฟุตบอลในวัย 12 และสร้างผลงานได้โดดเด่นเสียจนถูกนิยามว่า พรสวรรค์ของเธอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้พบได้โดยง่าย และในอีกสามปีต่อมา เธอก็ได้เข้าเล่นใน W-League อันเป็นลีกฟุตบอลหญิงของออสเตรเลีย ไม่นานหลังจากนั้น ชื่อของเธอก็ติดอยู่ในชุดทีมชาติ ถือเป็นกำลังหลักที่ทีมฟุตบอลหญิงออสเตรเลียจะขาดไปไม่ได้ในหลายๆ สนาม
เคอร์รยังเป็นหนึ่งในนักกีฬาฟุตบอลหญิงชุดแรกที่ได้ปรากฏตัวในเกม FIFA 16 ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2015 ทั้งยังเซ็นสัญญากับแบรนด์ใหญ่อย่าง Nike รวมทั้งเล่นโฆษณาชุด Dream Crazier ของแบรนด์ กับท่ากระโดดตีลังกลับหลังอันแสนไอคอนิกของเคอร์ร โดยธีมสำคัญของโฆษณาชุดนี้คือการพูดถึงความทะเยอทะยานของนักกีฬาหญิงที่ทำลายกำแพงความเชื่อและกำแพงเรื่องเพศด้วยผลงานที่ประจักษ์แก่สายตา
ต้นปี 2022 เธอขึ้นอันดับหนึ่งในฐานะนักฟุตบอลออสเตรเลียที่ทำประตูได้มากที่สุดในนามทีมชาติ หลังำไปได้ห้าแต้มจากการแข่งกับทีมชาติหญิงอินโดนีเซียในเอเชียนคัพ ทำให้สถิติทำประตูของเธออยู่ที่ 54 ประตู แซงหน้า ทิม คาฮิลล์ (Tim Cahill) ฟอร์เวิร์ดในตำนานชาวออสซี่ที่ทำไว้ 50 ประตูและถือเป็นสถิติที่อยู่มายาวนานหลายปี ทว่า หลายคนก็ไม่ได้แสดงความยินดีกับเธอนัก
ในสารคดี Matildas: The World at Our Feet (2023) เคอร์รชี้ให้เห็นว่าแม้แต่สื่อใหญ่ๆ ก็อคติต่อการทำประตูของนักกีฬาหญิง โดยเธอพาดหัวของสื่อ The Daily Telegraph ที่ระบุว่า สถิติของเธอนั้นยัง ‘ไม่เท่า’ กับความยิ่งใหญ่ที่คาฮิลล์เคยทำไว้ และเป็นสถิติที่ไม่ควรถูกนำมาเทียบเคียงกัน และหากทีมฟุตบอลหญิงอยากเฉลิมฉลองสถิติใหม่ในครั้งนี้ ก็ควรแยกต่างหากเป็น ‘สถิติใหม่ที่ทีมผู้หญิงทำ’ จะดีกว่า
“ลองจินตนาการว่าเด็กผู้หญิงสักคนมาอ่านบทความนั้นสิ” เคอร์รบอก “ไม่อยากเชื่อจริงๆ นะว่าในวันนี้ ยุคสมัยนี้แล้ว ยังมีคนมาเขียนบทความอะไรแบบนี้อยู่อีก แถมเด็กผู้หญิงก็ต้องมาอ่านเจอบทความนี้ เพื่อจะพบว่า The Daily Telegraph เพิ่งตีพิมพ์บทความเหยียดเพศในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวฉันเลยนะ แต่แค่อยากให้ลองนึกว่าเด็กผู้หญิงสักคนโตมากับการอ่านบทความนี้ แล้วเธอคงคิดว่า ‘ไม่ว่าจะพยายามอย่างหนักแค่ไหน ก็คงไม่มีทางถูกมองว่าเท่าเทียม (กับสิ่งที่ผู้ชายทำ) อยู่ดีแหละ’ แบบนั้นน่ะ”
ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เคอร์รและเพื่อนร่วมทีมชาติสร้างมาเป็นเวลาหลายปีนั้นออกดอกออกผลงอกงามกว่าที่เธอคิดไว้ “ตอนแรกฉันไม่คิดว่าการลงเล่นทีมชาติมันจะสร้างแรงกระเพื่อมอะไรขนาดนั้น” เธอว่า “แต่ยิ่งลงเล่นบ่อยเข้า ก็พบว่ามันมีเรื่องพิเศษมากมายเกิดขึ้น”
“อย่างตอนนี้ เวลาเห็นเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายสวมเสื้อฟุตบอลหญิงทีมชาติที่มีชื่อพวกเราคนใดคนหนึ่งอยู่บนนั้น ฉันยังอยากหยิกตัวเองอยู่เรื่อยๆ เลย” เคอร์รบอก “มันเหมือนฝันเป็นจริงในที่สุดน่ะ ที่ได้เป็นภาพแทนของประเทศและได้สวมเสื้อเจ๋งๆ แบบนี้ลงแข่ง”
อย่างไรก็ดี เรื่องที่น่าผิดหวังอย่างที่สุดคือไม่ว่าเคอร์รหรือนักกีฬาหญิงคนใดจะทำสถิติหรือประสบความสำเร็จมากขนาดไหน ดูเหมือนว่าโลกกีฬาหลายประเภทยังพร้อมจะมองข้ามและหันมาโจมตีชีวิตส่วนตัวของพวกเธอแทน ดังที่เห็นจากโพสต์ประกาศตั้งครรภ์ที่เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับเคอร์รและคนรัก แต่กลับกลายเป็นว่ามีหลายคนเข้าไปแสดงความเห็นเหยียดเพศหรือพูดจาเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของพวกเธอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรอื่นนอกไปเสียจากภาพสะท้อนความดำมืดและใจแคบของวงการฟุตบอล ที่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการปรับเปลี่ยน แก้ไขทัศนคติของแฟนกีฬาหลายๆ คนที่เห็นได้ชัดว่าหมุนตามโลกไม่ทันอีกต่อไปแล้ว
อ้างอิง
https://www.theguardian.com/sport/2020/sep/19/matildas-captain-sam-kerr-interview
https://www.borgenmagazine.com/fighting-for-gender-equality/
https://www.marieclaire.com.au/latest-news/samantha-kerr-gender-secret-young-player/
รูป Gaffer
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Sam Kerr และ Kristie Mewis เมื่อการตั้งครรภ์ของคู่รักหญิง-หญิง ยังต้องเผชิญทัศนคติเหยียดเพศจากแฟนบอล
- A Safe Journey with Her งานปั่นจักรยานโดย UN WOMEN เพื่อส่งต่อพลังหญิงในวันต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีสากล
- เกือบครึ่งของคนที่ถูกคนรักทำร้าย เลือกเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะ “กลัวถูกตัดสินว่าโง่ ที่ยังทนอยู่”
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com