โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ รับ ศก.ไทยมีปัญหาหลายด้าน ขอเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 พ.ย. 2567 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2567 เวลา 05.14 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กระทรวงการคลัง 4 พ.ย.- นายกรัฐมนตรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ยอมรับเศรษฐกิจไทยมีปัญหารุมเร้าหลายด้าน ขอเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน ชี้เครื่องมือสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจขอทุกระทรวงผลักดันงบลงทุนกว่า 9.6 แสนล้านบาท ลงสู่ระบบเศรษฐกิจไทย หวังสร้างรายได้ให้ประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2567 ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายรูปร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมรับมอบของที่ระลึกจาก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2567 โดยกล่าวก่อนเริ่มการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้ ได้พบปะกับหัวหน้าส่วนราชการเป็นครั้งที่ 2 แต่บางคนซึ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ ถือเป็นการพบเจอครั้งแรก จึงรู้สึกดีใจที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ขอขอบคุณปลัดกระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ และถือเป็นโอกาสแรกที่ได้มาที่นี่ ซึ่งตึกสวยงามและน่าทำงาน หวังว่า ทุกคนจะมีการทำงานที่สดชื่นและสดใสต่อไป พร้อมที่จะพัฒนาประเทศร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังถือเป็นเสาหลักด้านการคลังของประเทศ เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้ยั่งยืนต่อไป ซึ่งในช่วงท้ายจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหารือมาตรการด้านเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานและมีความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของโลก ดังนั้นจึงต้องแก้ไขปัญหาที่สะสม พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า และสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น โดยเครื่องมือสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการใช้จ่ายของภาครัฐโดยเฉพาะงบลงทุนที่มีมูลค่าถึง 9.6 แสนล้านบาท คิดเป็นมูลค่ามากกว่าร้อยละ 5 ของจีดีพีประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอให้ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละกระทรวงร่วมกันผลักเม็ดเงินการลงทุน ลงในระบบเศรษฐกิจเพื่อสร้างจีดีพีให้ประเทศและสร้างรายได้ให้กับประชาชน .-316 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...