โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อาณาจักรกองทุนไทย” ปี24 AUM ทะยานแตะ 9.6 ลลบ. เพิ่มขึ้น +10.49%... “บลจ.เกียรตินาคิน” โตสุด +49.45% “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -32.25% “บลจ.ไทยพาณิชย์” ส่วนแบ่งมากสุด 20.17% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่อง “อาณาจักรกองทุน” ในปี2024 ที่ผ่านมากันบ้าง ซึ่งพบว่ายังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซา
โดยทั้ง 3 ธุรกิจ กองทุนรวม, กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” (บลจ.) ที่เป็นสมาชิก “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) 26 บลจ. ในปี2024 ที่ผ่านมานั้น มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งสิ้น 9.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.49% จากสิ้นปีก่อน
ซึ่งมีขนาดประมาณ 54% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของธุรกิจกองทุนที่กำลังเติบโตขึ้นตามลำดับ ในฐานะของนักลงทุนสถาบันของประเทศ
ทั้ง “26 บลจ.” มีการเติบโตเป็นยังไงบ้างในปี2024 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

"กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ปี24 AUM 1.5 ลลบ. โต + 6.41%…“บลจ.แอสเซท พลัส” โตสุด +98.63%, “บลจ.อเบอร์ดีน” ร่วงสุด -76.38% ส่วน “บลจ.ทิสโก้” ส่วนแบ่งมากสุด 18.98%

ใน “อาณาจักรกองทุน” นั้น ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่ กองทุนรวม (MF), กองทุนส่วนบุคคล (PF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ซึ่งบลจ.ทั้ง 27 แห่ง ที่เป็นสมาชิกของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) นั้น ก็มีทั้งที่ทำธุรกิจครบทุกกลุ่ม หรืออาจเลือกทำเพียงบางกลุ่ม แล้วแต่ละโมเดลของบลจ.นั้นๆ เป็นสำคัญ
ภาพรวมของ “ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ในปี24 ที่ผ่านมา ก็โตขึ้นมี AUM ทั้งสิ้น 1,513,173.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% โดยบลจ.ส่วนใหญ่ 82% มีการเติบโตเพิ่มขึ้น มีเพียง 3 แห่งที่โตลดลง ได้แก่ 1) “บลจ.อเบอร์ดีน” ลดลง -76.38%, 2) “บลจ.วรรณ” -21.03% และ “บลจ.เคดับบลิวไอ” -0.80%
ส่วน 5 บลจ.ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโตสุดในปี24 ประกอบด้วย 1) “บลจ.แอสเซท พลัส” +98.63%, 2) “บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” +36.81%, 3) “บลจ.ยูโอบี” +22.55%, 4) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” +12.26% และ 5) “บลจ.อีสท์สปริง” +10.16% ตามลำดับ
“สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากสุด มีส่วนแบ่งรวมกัน 68.02% นำมาโดย 1) “บลจ.ทิสโก้” มีส่วนแบ่ง 18.98%, 2) “บลจ.กสิกรไทย” 16.27%, 3) “บลจ.ไทยพาณิชย์” 14.08%, 4) “บลจ.กรุงไทย” 11.36% และ 5) “บลจ.เอ็มเอฟซี” 7.32% ตามลำดับ”

"กองทุนส่วนบุคคล" ปี24 โตแผ่ว AUM 2.2 ลลบ. โต +2.21%…“บลจ.อเบอร์ดีน” โตสุด +167.37%, “บลจ.ยูโอบี” ร่วงสุด -22.20% ส่วน “บลจ.เอไอเอ” ส่วนแบ่งการสุด 37.41%

ทางกลุ่ม “กองทุนส่วนบุคคล” นั้น ในปี24 โตแผ่วลงมาเล็กน้อย AUM อยู่ที่ 2,218,101.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.21% จากสิ้นปีก่อน โดยมีบลจ.เติบโตเพิ่มขึ้น 52% เท่านั้น อีกกว่า 48% โตลดลง
“โดยในปีนี้ ‘บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์’ ได้ปรับโมเดลธุรกิจ 'บลจ.' ใหม่ โดยโอนย้ายทรัพย์สิน 'กองทุนส่วนบุคคล' ไปให้ ‘บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์’ บริหารแทน ถือเป็นการปิดฉากธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล ที่ทำผ่าน 'บลจ.' ในกลุ่มธุรกิจนี้ไปเรียบร้อย”
สำหรับ 5 บลจ.ที่ลดลงมากสุด นำมาโดย 1)“บลจ.ยูโอบี” -22.20%, 2) “บลจ.บัวหลวง” -17.92%, 3) “บลจ.ทิสโก้” -17.82%, 4) “บลจ.ทาลิส” -17.60% และ 5) “บลจ.กรุงไทย” -15.29%
ส่วน 5 บลจ. ที่กองทุนส่วนบุคคลโตสุดนั้น ประกอบด้วย 1) “บลจ.อเบอร์ดีน” +167.37%, 2) “บลจ.พรินซิเพิล” +24.39%, 3) “บลจ.เคดับบลิวไอ” +18.92%, 4) “บลจ.เอไอเอ” +13.75% และ 5) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” +13.72% ตามลำดับ
“สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนส่วนบุคคลมากสุด มีส่วนแบ่งรวมกัน 81.84% นำมาโดย 1) “บลจ.เอไอเอ” มีส่วนแบ่ง 37.41%, 2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” 29.20%, 3) “บลจ.กสิกรไทย” 7.78%, 4) “บลจ.กรุงศรี” 5.04% และ 5) “บลจ.กรุงไทย” 2.41% ตามลำดับ”

"อาณาจักรกองทุน" ปี24 โตสวนศก.ซบ AUM 9.6 ลลบ. เพิ่มขึ้น +10.49%…“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” โตสุด +49.45% ส่วน “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -32.25%

ทั้งนี้หากมองในภาพรวมทั้ง 3 ธุรกิจ พบว่าในปี2024 ที่ผ่านมา “อาณาจักรกองทุน” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งสิ้น 9,597,476.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +10.49% จากสิ้นปีก่อน โดยมี 10 บลจ. คิดเป็น 42% จากทั้งหมด ที่โตชนะอุตสาหกรรม ส่วน 14 บลจ. ที่เหลือ คิดเป็น 58% โตแพ้อุตสาหกรรม ในจำนวนนี้ มี 6 บลจ. ที่โตลดลง

สำหรับ 7บลจ. ที่โตมากสุด โตรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +22.54% นำมาโดยอันดับ1) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” +49.45%, 2) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” +26.79%, 3) “บลจ.เอ็มเอฟซี” +20.13%
4) “บลจ.กรุงไทย” +16.78%, 5) “บลจ.ซาวาคามิ” +15.81%, 6) “บลจ.เอไอเอ” +14.78% และ 7) “บลจ.อีสท์สปริง” +14.04% ตามลำดับ
“การเติบโตยังอยู่ในกลุ่มบลจ.ทุกขนาด โดยเฉพาะไซส์เล็ก-กลาง ส่วนบลจ.เอ็มเอฟซีและบลจ.กรุงไทย ได้รับอานิสงส์จาก ‘กองทุนวายุภักษ์1’ หนุนให้โตโดดเด่นในปีนี้”

6 บลจ. “สะดุด” โตลดลงเฉลี่ย -15.40% “ฟิลลิป” ร่วงหนักสุด -32.25%…ส่วน “บลจ.ไทยพาณิชย์” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 20.17%

ส่วน 6 บลจ. ที่มีการเติบโตลดลงนั้น ประกอบด้วย 1) “บลจ.ฟิลลิป” -32.25%, 2) “บลจ.แอสเซท พลัส” -21.21%, 3) “บลจ.อเบอร์ดีน” -17.25%, 4) “บลจ.ทาลิส” -11.39%, 5) “บลจ.เอ็กซ์สปริง” -6.05% และ 6) “บลจ.วรรณ” -4.24% ตามลำดับ

สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดนั้น มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึง 66.35% นำมาโดย

  • “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 1,935,346.74 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 20.17%

  • “บลจ.กสิกรไทย” มี AUM 1,715,067.63 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 17.87%

  • “บลจ.กรุงไทย” มี AUM 951,829.56ล้านบาท ส่วนแบ่ง9.92%

  • “บลจ.เอไอเอ” มี AUM 900,045.37ล้านบาท มีส่วนแบ่ง9.38%

  • “บลจ.บัวหลวง” มี AUM 865,897.39 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 9.02%

“ทั้งนี้ พบว่า ‘บลจ.บัวหลวง” อันดับร่วงลงมาจาก ‘อันดับ3’ ในปี23 หล่นมา 2 อันดับอยู่ ‘อันดับ5’ ในปี24 โดนอันดับ4 และ5 ในอดีตแซงขึ้นหน้าไปเรียบร้อย”
สำหรับ “อาณาจักรกองทุนไทย” นับวันยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น โตต่อเนื่องทุกปี (ยกเว้นช่วง Covid-19) จนปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 54% ของ GDP ไปแล้ว และยังเป็นตลาดที่มีผู้เล่นที่มองเห็นโอกาสและพร้อมจะกระโดดเข้ามาช่วงชิงเค้กก้อนนี้ไม่เคยขาดสาย ซึ่งก้าวมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...