“อาณาจักรกองทุนไทย” ปี24 AUM ทะยานแตะ 9.6 ลลบ. เพิ่มขึ้น +10.49%... “บลจ.เกียรตินาคิน” โตสุด +49.45% “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -32.25% “บลจ.ไทยพาณิชย์” ส่วนแบ่งมากสุด 20.17% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่อง “อาณาจักรกองทุน” ในปี2024 ที่ผ่านมากันบ้าง ซึ่งพบว่ายังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซา
โดยทั้ง 3 ธุรกิจ กองทุนรวม, กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” (บลจ.) ที่เป็นสมาชิก “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) 26 บลจ. ในปี2024 ที่ผ่านมานั้น มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งสิ้น 9.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.49% จากสิ้นปีก่อน
ซึ่งมีขนาดประมาณ 54% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของธุรกิจกองทุนที่กำลังเติบโตขึ้นตามลำดับ ในฐานะของนักลงทุนสถาบันของประเทศ
ทั้ง “26 บลจ.” มีการเติบโตเป็นยังไงบ้างในปี2024 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
"กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ปี24 AUM 1.5 ลลบ. โต + 6.41%…“บลจ.แอสเซท พลัส” โตสุด +98.63%, “บลจ.อเบอร์ดีน” ร่วงสุด -76.38% ส่วน “บลจ.ทิสโก้” ส่วนแบ่งมากสุด 18.98%
ใน “อาณาจักรกองทุน” นั้น ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่ กองทุนรวม (MF), กองทุนส่วนบุคคล (PF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ซึ่งบลจ.ทั้ง 27 แห่ง ที่เป็นสมาชิกของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) นั้น ก็มีทั้งที่ทำธุรกิจครบทุกกลุ่ม หรืออาจเลือกทำเพียงบางกลุ่ม แล้วแต่ละโมเดลของบลจ.นั้นๆ เป็นสำคัญ
ภาพรวมของ “ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ในปี24 ที่ผ่านมา ก็โตขึ้นมี AUM ทั้งสิ้น 1,513,173.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% โดยบลจ.ส่วนใหญ่ 82% มีการเติบโตเพิ่มขึ้น มีเพียง 3 แห่งที่โตลดลง ได้แก่ 1) “บลจ.อเบอร์ดีน” ลดลง -76.38%, 2) “บลจ.วรรณ” -21.03% และ “บลจ.เคดับบลิวไอ” -0.80%
ส่วน 5 บลจ.ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโตสุดในปี24 ประกอบด้วย 1) “บลจ.แอสเซท พลัส” +98.63%, 2) “บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” +36.81%, 3) “บลจ.ยูโอบี” +22.55%, 4) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” +12.26% และ 5) “บลจ.อีสท์สปริง” +10.16% ตามลำดับ
“สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากสุด มีส่วนแบ่งรวมกัน 68.02% นำมาโดย 1) “บลจ.ทิสโก้” มีส่วนแบ่ง 18.98%, 2) “บลจ.กสิกรไทย” 16.27%, 3) “บลจ.ไทยพาณิชย์” 14.08%, 4) “บลจ.กรุงไทย” 11.36% และ 5) “บลจ.เอ็มเอฟซี” 7.32% ตามลำดับ”
"กองทุนส่วนบุคคล" ปี24 โตแผ่ว AUM 2.2 ลลบ. โต +2.21%…“บลจ.อเบอร์ดีน” โตสุด +167.37%, “บลจ.ยูโอบี” ร่วงสุด -22.20% ส่วน “บลจ.เอไอเอ” ส่วนแบ่งการสุด 37.41%
ทางกลุ่ม “กองทุนส่วนบุคคล” นั้น ในปี24 โตแผ่วลงมาเล็กน้อย AUM อยู่ที่ 2,218,101.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.21% จากสิ้นปีก่อน โดยมีบลจ.เติบโตเพิ่มขึ้น 52% เท่านั้น อีกกว่า 48% โตลดลง
“โดยในปีนี้ ‘บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์’ ได้ปรับโมเดลธุรกิจ 'บลจ.' ใหม่ โดยโอนย้ายทรัพย์สิน 'กองทุนส่วนบุคคล' ไปให้ ‘บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์’ บริหารแทน ถือเป็นการปิดฉากธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล ที่ทำผ่าน 'บลจ.' ในกลุ่มธุรกิจนี้ไปเรียบร้อย”
สำหรับ 5 บลจ.ที่ลดลงมากสุด นำมาโดย 1)“บลจ.ยูโอบี” -22.20%, 2) “บลจ.บัวหลวง” -17.92%, 3) “บลจ.ทิสโก้” -17.82%, 4) “บลจ.ทาลิส” -17.60% และ 5) “บลจ.กรุงไทย” -15.29%
ส่วน 5 บลจ. ที่กองทุนส่วนบุคคลโตสุดนั้น ประกอบด้วย 1) “บลจ.อเบอร์ดีน” +167.37%, 2) “บลจ.พรินซิเพิล” +24.39%, 3) “บลจ.เคดับบลิวไอ” +18.92%, 4) “บลจ.เอไอเอ” +13.75% และ 5) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” +13.72% ตามลำดับ
“สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนส่วนบุคคลมากสุด มีส่วนแบ่งรวมกัน 81.84% นำมาโดย 1) “บลจ.เอไอเอ” มีส่วนแบ่ง 37.41%, 2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” 29.20%, 3) “บลจ.กสิกรไทย” 7.78%, 4) “บลจ.กรุงศรี” 5.04% และ 5) “บลจ.กรุงไทย” 2.41% ตามลำดับ”
"อาณาจักรกองทุน" ปี24 โตสวนศก.ซบ AUM 9.6 ลลบ. เพิ่มขึ้น +10.49%…“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” โตสุด +49.45% ส่วน “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -32.25%
ทั้งนี้หากมองในภาพรวมทั้ง 3 ธุรกิจ พบว่าในปี2024 ที่ผ่านมา “อาณาจักรกองทุน” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งสิ้น 9,597,476.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +10.49% จากสิ้นปีก่อน โดยมี 10 บลจ. คิดเป็น 42% จากทั้งหมด ที่โตชนะอุตสาหกรรม ส่วน 14 บลจ. ที่เหลือ คิดเป็น 58% โตแพ้อุตสาหกรรม ในจำนวนนี้ มี 6 บลจ. ที่โตลดลง
สำหรับ 7บลจ. ที่โตมากสุด โตรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +22.54% นำมาโดยอันดับ1) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” +49.45%, 2) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” +26.79%, 3) “บลจ.เอ็มเอฟซี” +20.13%
4) “บลจ.กรุงไทย” +16.78%, 5) “บลจ.ซาวาคามิ” +15.81%, 6) “บลจ.เอไอเอ” +14.78% และ 7) “บลจ.อีสท์สปริง” +14.04% ตามลำดับ
“การเติบโตยังอยู่ในกลุ่มบลจ.ทุกขนาด โดยเฉพาะไซส์เล็ก-กลาง ส่วนบลจ.เอ็มเอฟซีและบลจ.กรุงไทย ได้รับอานิสงส์จาก ‘กองทุนวายุภักษ์1’ หนุนให้โตโดดเด่นในปีนี้”
6 บลจ. “สะดุด” โตลดลงเฉลี่ย -15.40% “ฟิลลิป” ร่วงหนักสุด -32.25%…ส่วน “บลจ.ไทยพาณิชย์” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 20.17%
ส่วน 6 บลจ. ที่มีการเติบโตลดลงนั้น ประกอบด้วย 1) “บลจ.ฟิลลิป” -32.25%, 2) “บลจ.แอสเซท พลัส” -21.21%, 3) “บลจ.อเบอร์ดีน” -17.25%, 4) “บลจ.ทาลิส” -11.39%, 5) “บลจ.เอ็กซ์สปริง” -6.05% และ 6) “บลจ.วรรณ” -4.24% ตามลำดับ
สำหรับ 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดนั้น มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึง 66.35% นำมาโดย
“บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 1,935,346.74 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 20.17%
“บลจ.กสิกรไทย” มี AUM 1,715,067.63 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 17.87%
“บลจ.กรุงไทย” มี AUM 951,829.56ล้านบาท ส่วนแบ่ง9.92%
“บลจ.เอไอเอ” มี AUM 900,045.37ล้านบาท มีส่วนแบ่ง9.38%
“บลจ.บัวหลวง” มี AUM 865,897.39 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 9.02%
“ทั้งนี้ พบว่า ‘บลจ.บัวหลวง” อันดับร่วงลงมาจาก ‘อันดับ3’ ในปี23 หล่นมา 2 อันดับอยู่ ‘อันดับ5’ ในปี24 โดนอันดับ4 และ5 ในอดีตแซงขึ้นหน้าไปเรียบร้อย”
สำหรับ “อาณาจักรกองทุนไทย” นับวันยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น โตต่อเนื่องทุกปี (ยกเว้นช่วง Covid-19) จนปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 54% ของ GDP ไปแล้ว และยังเป็นตลาดที่มีผู้เล่นที่มองเห็นโอกาสและพร้อมจะกระโดดเข้ามาช่วงชิงเค้กก้อนนี้ไม่เคยขาดสาย ซึ่งก้าวมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ