Quiet Burnout สู่ Quiet Quitting ปากบอกไม่เป็นไรทั้งที่หมดไฟ สัญญาณเตือนที่องค์กรต้องฟัง
ในชีวิตการทำงานสมัยนี้ แน่นอนว่า ‘ภาวะหมดไฟ’ อาจจะเป็นปัญหาที่ผ่านหูผ่านตาผู้ใหญ่วัยทำงานส่วนใหญ่กันมาบ้าง หรือถึงขั้นที่บางคนอาจจะกำลังประสบอยู่ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ยังมีภาวะหมดไฟอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจับตา นั่นคือ ‘ภาวะหมดไฟแบบเงียบ’ หรือ ‘Quiet Burnout’ นั่นเอง
.
‘ภาวะหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Burnout)’ คืออะไร?
.
จากข้อมูลของการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (International Classification of Diseases: ICD) ที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization ; WHO) เผยว่า ภาวะหมดไฟไม่ใช่โรคทางการแพทย์ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในการทำงานที่ไม่สามารถจัดการได้สำเร็จ
.
และอาการทั่วไปของ Quiet Burnout นั้นคล้ายคลึงกับภาวะหมดไฟแบบปกติ ตรงที่จะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางร่างกาย ตลอดจนสภาพอารมณ์ไม่มั่นคง แต่ Quiet Burnout มักจะถูกสังเกตเห็นได้น้อยกว่า และลุกลามไปอย่างเชื่องช้า จึงมักจะถูกมองข้ามอยู่เสมอ
.
.
ภาวะ Quiet Burnout ที่อาจนำไปสู่ Quiet Quitting
.
นักจิตวิทยาชาวเยอรมันอย่าง ‘บริจิตต์ โบเซนคอฟ (Brigitte Bösenkopf)’ อธิบายว่า ผู้ประสบภาวะ Quiet Burnout นั้น มีแนวโน้มที่จะปกปิดอาการ แล้วพยายามทำตัวปกติ ยิ้มแย้มแจ่มใส รักษาภาพลักษณ์ของการเป็นคนตั้งใจทำงาน ทำงานเก่ง และมีความสุขกับชีวิตเอาไว้ โดยไม่ต้องการยอมรับว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พฤติกรรมปกปิดอาการข้างต้นเป็นกลไกการทำงานของ Quiet Burnout ดังนั้น จึงอาจทำให้ผู้อื่นสังเกตเห็นความผิดปกติค่อนข้างยาก และไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
.
อาการของ Quiet Burnout นั้น นอกเหนือจากความเหนื่อยล้าทางร่างกายและสภาพอารมณ์ไม่มั่นคง เช่น อารมณ์แปรปรวนแล้ว การไวต่อการกระตุ้นทางประสาทสัมผัสก็นับเป็นหนึ่งในอาการของภาวะดังกล่าวด้วย เช่น รู้สึกไม่ดีเมื่อได้ยินเสียงบางเสียง เห็นแสงสว่างจ้าๆ หรือต้องสัมผัสและอยู่ใกล้ชิดผู้อื่น
.
โดยโบเซนคอฟยืนยันว่า ความเครียดสะสมจากปัญหาหรือความขัดแย้งที่ไม่ได้รับการแก้ไขในที่ทำงานนี่เองที่เป็นสาเหตุหลักของ Quiet Burnout เดิมทีผู้ที่มีอาการมักจะเคยเป็นคนที่ต้องคอยช่วยเหลือผู้อื่น จนละเลยความต้องการของตัวเองไปโดยปริยาย ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกเอาเปรียบ จึงเกิดเป็นความเหนื่อยล้าทางจิตใจตามมา
.
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีอาการนี้ยังมีแนวโน้มเข้าใจผิดอีกว่า Quiet Burnout เป็นเพียงอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาบรรเทา อาการก็อาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้
.
ฉะนั้น สำหรับ ‘ดร. คริสติน่า โจชิม (Christina Jochim)’ รองประธานสมาคมจิตบำบัดแห่งเยอรมนีแล้ว ทั้งตัวผู้มีอาการ รวมถึงคนรอบข้างเอง ควรสำรวจ ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนเล็กๆ เหล่านี้ แม้อาจเป็นเรื่องยากก็ตาม เพราะภาวะข้างต้นอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะซึมเศร้า หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
.
ที่สำคัญ ภาวะหมดไฟดังกล่าวยังอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ Quiet Quitting ที่อาจทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากยิ่งกว่าการสังเกตสัญญาณเตือนของ Quiet Burnout ด้วย
.
.
แก้ไขปัญหา Quiet Burnout = ยับยั้งปัญหา Quiet Quitting
.
Quiet Quitting ไม่ได้หมายถึงการลาออกจากงานไปอย่างเงียบๆ ทว่าหมายถึง การยังทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ แต่ไม่มีความกระตือรือร้น หรือความต้องการอยากทุ่มเทให้กับงานนั้นอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งผู้เขียนหนังสือ ‘Burnout: The Secret to Unlocking the Stress Cycle’ อย่าง ‘เอมิเลีย นาโกสกี้ (Amelia Nagoski)’ ได้ให้ข้อมูลว่า Quiet Quitting คือวิธีที่หลายคนใช้ฟื้นตัวเองจากภาวะหมดไฟ แม้จะไม่ส่งผลดีต่อความก้าวหน้าขององค์กรก็ตาม
.
ด้วยเหตุนี้ จากข้อมูลของ ‘Horton International’ บริษัทจัดหางานระดับโลก จึงอธิบายว่า หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานควรสังเกตสัญญาณเตือนถึงภาวะ Quiet Burnout ของพนักงานแต่ละคนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการสังเกตการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของพนักงาน เช่น มีอารมณ์แปรปรวนหรือไม่ ไปจนถึงหมั่นเช็กประสิทธิภาพการทำงาน
.
หากพบว่ามีพนักงานคนใดคนหนึ่งแสดงสัญญาณเตือนของ Quiet Burnout ออกมา ให้หาโอกาสรับฟังและพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เช่น ถามว่ารู้สึกอย่างไร อยากทำอะไร เป็นต้น เพราะการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาอาจช่วยสะกิดเตือนให้เห็นว่า ตนเองกำลังละเลยหรือมองข้ามพนักงานคนไหนไปหรือเปล่า เมื่อพูดคุยจนพบต้นตอปัญหาแล้ว การช่วยคิดหาทางออก สนับสนุน ตลอดจนให้คำแนะนำด้วยความใส่ใจ ไม่ทิ้งปัญหาของอีกฝ่ายไว้ด้านหลัง ก็จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา Quiet Burnout และยับยั้งการเกิดปัญหา Quiet Quitting ที่กระทบต่อองค์กรตามมาได้
.
.
Quiet Burnout คือภาวะหมดไฟที่โดยส่วนมากมักเกิดขึ้นจากปัญหาในที่ทำงาน ที่อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นอย่าง Quiet Quitting ฉะนั้น เจ้านายและพนักงานทุกคนควรหมั่นสังเกตกันและกันเสมอๆ ซึ่งหากสังเกตเจอ ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สร้างการเปลี่ยนแปลง ขจัดความขัดแย้งที่เรื้อรัง และปรับปรุงสภาพการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในที่ทำงานของพนักงาน ให้อยู่ทำงานร่วมกันได้ในระยะยาวต่อไป
.
.
อ้างอิง
- Quiet burnout: How to recognise it and what to do about it : Elena Hartmann, The Star - https://bit.ly/4fQyorL
- Quiet Quitting : Horton International - https://bit.ly/3Vd8iqz
.
.
#trend
#psychology
#worklife
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast