“พรรคส้ม” สุ่มเสี่ยงส่อ โดนยุบ เหตุรับสารภาพ ข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะขัด รธน. ม. 32 พ่วง กฎหมาย PDPA
“พรรคส้ม” สุ่มเสี่ยงส่อ โดนยุบ เหตุรับสารภาพ ข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ขัด รธน.ม. 32 พ่วง กฎหมาย PDPA จับตา กกต. ใช้พรรคการเมือง ม.92(4) เช็กบิล
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีเเถลงการณ์พรรคประชาชน เมื่อวันที่12 มีนาคม ที่ผ่านมา กรณีเรียนแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต แนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะข้อมูลสมาชิกพรรคที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจำนวนมากรั่วไหล เเละพรรคอ้างว่าถูกเจาะระบบข้อมูลจากเเฮกเกอร์ตั้งเเต่วันที่28ก.พ.-10มี.ค. โดยพรรคประชาชนมีสมาชิกพรรคมากกว่าหนึ่งเเสนคน ซึ่งพรรคเเนะนำสมาชิกพรรคให้ไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจ ,ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ,ไปเเจ้งเปลี่ยนข้อมูล และเปลี่ยนรหัสผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่สมาชิกพรรคได้เชื่อมต่อไว้เเละใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตนนั้น
กรณีนี้พรรคประชาชนยอมรับว่า มีความประมาทเลินเล่อร้ายแรงว่า การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคในระบบคอมพิวเตอร์ของพรรคบกพร่องจริง เพราะการป้องกันการเจาะข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 3 รับรองสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา32 ระบุว่า มาบุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ‘ ดังนั้นกรณีนี้ถึงว่า พรรคประชาชนยอมรับเเล้วว่า เป็นการกระทำการ มาประมาทเลินเล่อร้ายแรง ’ ที่อาจขัด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมายPDPA)หลายมาตราเพราะพรรคประชาชนคือนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA วางหลักไว้ว่า เจ้าของข้อมูล คือประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค เป็นบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูล มีสิทธิขอเข้าถึง ลบ ทำลาย หรือถอนความยินยอมได้เเละข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ, ศาสนา, ความคิดเห็นทางการเมือง, ข้อมูลสุขภาพ /ชีวภาพ, ประวัติอาชญากรรม ต้องได้รับความคุ้มครองเข้มงวด ส่วนพรรคประชาชนนั้น สถานะเบื้องต้นคือ องค์กร ,นิติบุคคล, บุคคลที่ตัดสินใจเก็บ หรือ ใช้ข้อมูล ที่ต้องรักษาความปลอดภัยและแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนเสมอ จึงเป็นข้อสังเกตุของหลายฝ่ายว่า กรณีความลับของสมาชิกพรรคประชาชนรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายPDPAหลายมาตรา ที่ทีกำหนดโทษ ทั้งจำเเละปรับ ที่อาจต้อง
ชดใช้เงินให้สมาชิกพรรคที่ถูกเจาะข้อมูลไปเเล้วด้วยหากมีการฟ้องร้องต่อศาลขึ้นมา ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อาจพิจารณาความประมาทเลินเล่อนี้ โดยอาจใช้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา92(4) ที่ระบุว่า “มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด ” บังคับใช้ประกอบพิจารณาในกรณีนี้ร่วมด้วย