จีนเรียกร้องหยุดยิงทันที หลังจากสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน
วันนี้(วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักข่าว บลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน ล้มล้างรัฐบาล ท่ามกลางความขัดแย้งที่เสี่ยงลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุดมด้วยทรัพยากรน้ำมัน
ต่อมา จีนก็ได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
“จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าว
จีนเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม เพื่อกลับเข้าสู่การเจรจาและการพูดคุยอีกครั้ง และเพื่อปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การค้าระหว่างจีนกับอิหร่านนั้น จีนคิดเป็นประมาณหนึ่งในสาม ของการค้าของอิหร่าน
แม้จีนจะซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่าน ราว 90% โดยฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่อิหร่านก็ยังถือเป็นพันธมิตรด้านพลังงานที่สามารถทดแทนได้สำหรับจีนในท้ายที่สุด
ถึงกระนั้น น้ำมันดิบประมาณหนึ่งในสามของอุปทานน้ำมันของจีน ยังต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ใกล้อิหร่าน เชื่อมอ่าวเปอร์เซียสู่ทะเลเปิด
หลังเหตุการณ์ทิ้งระเบิดเมื่อวันเสาร์ มีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบนี้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้กระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจกับกรุงเตหะรานมากขึ้น แม้ว่าจะไม่มีพันธมิตรทางทหารอย่างเป็นทางการกับอิหร่าน
สี จิ้นผิง สนับสนุนให้อิหร่าน เข้าร่วมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization) ด้านความมั่นคงในปี 2023 รวมถึงการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือที่จีนใช้เสริมอิทธิพล เพื่อท้าทายอำนาจของสหรัฐฯ บนเวทีโลก
แต่จีน ยังลังเลที่จะส่งอาวุธให้อิหร่าน เนื่องจากกังวลต่อมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
ในความตึงเครียดครั้งล่าสุดในตะวันออกกลาง จีนออกมาประณามการโจมตีอย่างรวดเร็ว และเสนอแผน 4 ข้อเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งอิสราเอล–อิหร่าน แต่หยุดเพียงระดับข้อเสนอทางการทูต โดยไม่ได้ให้การสนับสนุนเชิงวัตถุหรือทางทหาร
โดยสื่อของรัฐบาลจีนแห่งหนึ่ง ยังประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่าน
ขณะที่บทบรรณาธิการของ China Daily ระบุว่า การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล กำลังสร้างความโกลาหล และเปิดทางให้เกิดวงจรการตอบโต้ ซึ่งอาจลุกลามกลืนกินทั้งภูมิภาคได้
พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้สงครามขยายวงกว้าง