โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลากลับมาหย่าพระเอกยุค80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 01.34 น. • NINGNING9
ฉันเกิดใหม่เป็นภรรยาของพระเอกยุค80ที่ไม่ทันเข้าหอ แต่กลับได้ใบหย่าแทน แถมถูกทิ้งตั้งแต่วันแรก หย่าก็หย่าสิฉันไม่สน เพราะเป้าหมายของฉันคือเป็นเศรษฐีนีในยุค80นี้(อ่านฟรีวันละตอนจนจบ)

ข้อมูลเบื้องต้น

***อ่านฟรีวันละตอนจนกว่าจะจบคะ**"

ฉันเกิดใหม่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบชื่อเรื่อง"ชะตารักดอกโบตั๋นยุค80" ที่พระเอกเป็นทหารแต่งงานกับนางร้ายชื่อมู่หนิงหนิง เพราะถูกคุณปู่บังคับ

แต่งงานวันแรกก็เขียนหนังสือหย่าและหนีออกไปทำภาระกิจ พระเอกหายไปเกือบหกเดือนกลับมาพร้อมกับนางเอกของเรื่อง

ส่วนภรรยาที่เขาทิ้งใบหย่าทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาไว้ แต่ว่าเป็นเพราะคือนางร้ายย่อมมีจุดจบไม่ดี

นางร้ายตายอย่างอนานาถ

พระเอกครองคู่อยู่กับนางเอก

จบบริบูรณ์

ฉันมาเกิดใหม่ในร่างนางร้ายแบบงุนงง

ในเมื่อมีหนังสือหย่าในมือแล้ว ฉันจะหย่าและหาสามีที่ดีกว่าพระเอกและจะเป็นเศรษฐีนีในยุค80นี้ให้ได้คอยดู

…………………………

มู่หนิงหนิงจะหาสามีใหม่และเป็นเศรษฐีนีอย่างที่ตั้งใจได้ไหม

ฝากติดตามนิยายย้อนยุคเรื่องแรกด้วยนะค่ะ

รักผู้อ่าน

NINGNING9

พระเอกเฮงซวย

แหวนปริศนาและคำสาปแช่ง

“ไอ้พระเอกเฮงซวย! มีเมียอยู่แล้วแท้ๆ ถึงจะถูกบังคับแต่งงานก็เถอะ แต่ในเมื่อแต่งแล้วก็ต้องดูแลกันบ้างไหมล่ะ?

ถ้าไม่รักก็หย่าไปสิ จะได้ไปครองคู่กับยัยแม่ดอกโบตั๋นขาวของนายให้มันจบๆ ไป!”

ใบหน้าหญิงสาวบึ้งตึง เสียหน้าไม่พอใจกับพระเอกของนนิยายเรื่องนี้ที่ดูเหมือนไม่มีความรับผิดชอบทั้งที่ตัวเอกก็เป็นถึงทหารรับใช้ชาติบ้านเมือง

ด้วยความโมโหซัดเต็มพิกัด ฉันจึงเขวี้ยงหนังสือนิยายในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง

พรึ่บ! เคร้ง!

เสียงวัตถุบางอย่างกระทบพื้นโต๊ะดังแทรกขึ้นมา หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นแหวนทองคำวงเล็กๆ กลิ้งหลุดออกมาจากระหว่างปกนิยายเล่มนั้น

“เอ๋… มาได้ยังไงเนี่ย?”หนิงหนิงมีสีหน้ามึนงง สายตาจับจ้องไปที่หนังสือนิยายเล่มหนาทันที ด้วยความสงสัยเธอจึงเดินไปหยิบขึ้นมาดู

หญิงสาวยกหนังสือขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไปตามปกหนังสือหนาเตอะจนพบรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน แหวนคงหลุดออกมาจากรูนี้อย่างแน่นอน

มิน่าละปกหนิงสือนิยายเล่มนี้ถึงได้หนาผิดปกติ เพราะมีแหวนทองคำนี้ซ่อนอยู่ข้างในนี่เอง แล้วใครเป็นคนใส่ไว้นะ

หนิงหนิงจึงหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาพิจารณา มันเป็นแหวนทองคำบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลาไร้ลวดลาย ทว่ากลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ด้วยความสวยงามและน่าสนใจเธอจึงลองสวมมันเข้าที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของตัวเอง..

“โอ้โห…ใส่ได้พอดีเป๊ะเลยแฮะ โชคดีจริงๆ ถ้าเอาไปขายคงได้หลายตังค์ ช่วงนี้ราคาทองกำลังพุ่งด้วยสิ”

หญิงสาวยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ความหงุดหงิดที่มีต่อพระเอกนิยายเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยความง่วง

“หาววว… ดึกแล้วแฮะ นอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

“จี๊ดดด… ปวดหัวชะมัด!”

หนิงหนิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด ทว่าเมื่อลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานห้องนอนที่คุ้นเคย

แต่เป็นชายหนุ่มในชุดทหารโบราณที่กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา

“นี่คือหนังสือหย่า คุณเซ็นซะ แล้วนี่ก็เงิน… ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่คุณต้องไปใช้ชีวิตที่อื่น”

น้ำเสียงราบเรียบไร้เยื่อใยนั้นทำเอาฉันชะงัก ชายหนุ่มวางซองกระดาษลงตรงหน้า

“ผมหวังว่าเมื่อกลับจากภารกิจครั้งนี้… ผมจะไม่เห็นหน้าคุณอยู่ในบ้านหลังนี้อีก”

ด้วยความมึนงง ฉันจึงไม่ได้ยื่นมือไปรับหนังสือหย่านั้นทันที เขาไม่รอคำตอบ ทำเพียงวางมันทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ใยดี

“อะไรของเขาเนี่ย… คนไม่รู้จักกันแท้ๆ มาสั่งเอาๆ”

ฉันพึมพำกับตัวเอง แต่แล้วอาการปวดหัวรุนแรงก็เข้าจู่โจมอีกครั้ง ความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก ทำให้ฉันตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า…

ฉันหลุดเข้ามาในนิยายเรื่อง ‘ชะตารักดอกโบตั๋นยุค 80’ ที่เพิ่งด่าเปิงไปเมื่อคืน!

และผู้ชายหน้าตายเมื่อกี้ก็คือพระเอกของเรื่อง ส่วนฉัน… ก็คือ ‘มู่หนิงหนิง’ ภรรยาในนามที่มีชื่อเดียวกับฉันเปี๊ยบ!และยังเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้อีกด้วย

นี่ฉันด่าพระเอกไปแค่ชุดเดียว ถึงกับต้องส่งฉันมาเป็นเมียที่เขาไม่รักเลยเหรอ!?

ถ้ารู้อย่างนี้ ฉันด่าพระเอกเรื่องที่นางร้ายรวยสวยเก่งดีกว่า เผื่อจะได้ไปเกิดเป็นคนรวยกับเขาบ้าง!

ฉันบ่นอุบพร้อมกับก้มมองมือตัวเอง ทันใดนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับนิ้วก้อยข้างซ้าย… แหวนทองคำวงนั้นยังคงสวมอยู่ที่เดิม!

“เอ๊ะ! นี่มันแหวนจากนิยายเล่มนั้นนี่” หนิงหนิงมีสีหน้าตื่นตกใจกับสิ่งที่เห็น มันจะเป็นไปได้ไหมว่าเพราะแหวนวงนี้เป็นสาเหตูให้เธออยู่ที่นี่

หญิงสาวลองเอามือลูบแหวนวงนั้นเบาๆ

วูบ!

ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ฉันกลับมายืนอยู่กลางห้องนอนของตัวเองในโลกปัจจุบัน!

“หรือว่าเมื่อกี้ฉันแค่ฝันไป?” ฉันรีบสำรวจไปทั่วชั้นสองของบ้าน ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงไปชั้นล่างซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของครอบครัว สินค้าทุกอย่างบนชั้นวางยังวางเรียงรายอยู่เหมือนเดิม

แต่เมื่อฉันพยายามจะเปิดประตูออกไปข้างนอก กลับพบว่ามันถูกล็อกตาย มองลอดหน้าต่างออกไปก็เห็นเพียงสีขาวโพลนเวิ้งว้าง ไร้ผู้คน ไร้รถรา ไร้ซึ่งสีสันใดๆ ภาพตรงหน้าทำให้หนิงหนิงตกตะลึงเข้าไปอีก มันเกิดขึ้นได้ยังไง เธอเพียงแค่หลับไปแล้วก็มาอยู่ที่นิยาย

และยังมีบ้านของตัวเอง… ในมิติที่ตัดขาดจากโลกภายนอก

“อย่าบอกนะว่ามิตินี้คือบ้านของฉัน?” ฉันจ้องมองแหวนที่นิ้วก้อยอีกครั้ง หัวใจเต้นรัวพลางลองลูบมันดูอีกหน

วูบ!

ภาพตัดกลับมาที่ห้องในบ้านพักของพระเอยุค80 ที่เดิมทันที…

ชัดเจนเลย… เพราะแหวนวงนี้แน่ๆ ที่พาฉันข้ามไปข้ามมา แล้วทีนี้ฉันจะหาทางกลับไปโลกเดิมได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!?

หรือว่าต้องทำให้ชีวิตนางร้ายมู่หนิงหนิงที่เป็นชื่อเดียวกับเธอรอดจึงจะสามารถกลับไปโลกใบเดิม

หรืออีกอย่างคือถ้าเธอตายในโลกนิยายนี้จะกลับไปที่โลกใบเดิมได้

"หรือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง คือถ้าหากว่าในโลกใบเดิมเธอนอนหลับแล้วตายไปแล้วจึงได้โพล่มาที่นี่ ไม่มีโอกาสกลับไปอีกแล้วจะทำยังไงดี

"เฮ้อ….แล้วจะเลือกแบบไหนดี"

…………………..

**หมายเหตุปีที่นางเอกทะลุไปคือปี1984 ที่ประเทศจีนได้เปิดกว้างแล้ว มีการดำเนินงานของเอกชนไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงร้านค้าต่างๆได้เกิดขึ้นแล้วมากมาย ไม่ใช่ปี1980 เพื่อให้เนื้อเรื่องตรงตามที่ผู้เขียนต้องการ**** ขอบคุณคะ***

เศรษฐีนียุค 80 ในมิติซุปเปอร์มาร์เก็ต

ตื่นมาเป็นนางร้ายใจเด็ด

ในศตวรรษที่ 25 ยุคสมัยที่เทคโนโลยีนำหน้าจินตนาการ ‘มู่หนิงหนิง’ หญิงสาววัย 25 ปี คือเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ใจกลางทำเลทอง มรดกเพียงชิ้นเดียวที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน

ในยุคเทคโนโลยี ทำให้ระบบร้านค้าต่างๆต้องปรับตัวเพื่อตอบรับกับสถานการณ์ ซุปเปอร์มาร์เก็ตของเธอก็มีระบบร้านค้าออนไลน์ที่คอยให้บริการเช่นเดียวกัน

ทำให้ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตมีสินค้าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของสดจำนวนเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ต่างๆ รวมไปถึงอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง หรือแม้กระทั่งอาหารสำเร็จรูปที่พรีซดายไว้อย่างเรียบร้อย

ตลอดจนกระทั่งเสื้อผ้า เครื่องนุ่งหุ่ม และเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งไหนที่ภายในห้างสรรพสินค้ามีและสำคัญ ซุปเปอร์มาร์เก็ตของเธอก็มีเช่นกัน

เพราะเธอขายผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ทำให้มีของทุกชนิด และมันขายดีมากกว่าหน้าร้านเสียอีก

อาจเป็นเพราะการตลาดที่ดียิ่ง ทำให้เธอมีสต็อคสินค้าบนชั้นสองเรียงรายเต็มไปหมด

แต่เธอไม่ได้ทำงานเองทั้งหมด เพราะคงจะเหนื่อยมาก เธอจ้างคนมีฝีมือมาจัดการกับระบบร้านค้าออนไลน์ และให้จ้างผู้จัดการร้านไว้ช่วยดูแลอีกที

ทำให้มู่หนิงหนิงมีเวลาว่างเหลือเฟือ

ชีวิตของเธอเรียบง่ายและสุขสบาย เพราะวันๆ มีหน้าที่แค่ตรวจบัญชีและนั่งนับเงินอยู่ในห้องทำงานชั้นสอง

งานอดิเรกเดียวที่เยียวยาจิตใจเธอได้ ไม่ใช่เกมเสมือนจริงหรือการท่องเที่ยวผ่าน VR แต่คือการได้กลิ่นอายของกระดาษจากนิยายเล่มเก่าๆ

ซึ่งที่ตรงข้ามกับซุปเปอร์มาร์เก็ตของเธอคือร้านหนังสือเก่า ที่หญิงสาวใช้บริการเป็นประจำ

แต่นั่นแหละคือจุดเปลี่ยน…

เมื่อนิยายชื่อ ‘ชะตารักดอกโบตั๋นยุค 80’ ที่เธอเพิ่งซื้อมา กลายเป็นประตูมิติที่ดูดเธอจากห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำ มาโผล่กลางบ้านไม้เก่าคร่ำครึในยุคที่ความสะดวกสบายเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน!

“ให้ตายเถอะ… ฉันมาอยู่ในร่างของ มู่หนิงหนิง นางร้ายชื่อเดียวกับตัวเองคนนี้จริงๆ เหรอเนี่ย!”

หญิงสาวพึมพำขณะมองใบหน้าตนเองในกระจกบานเล็ก เธอทบทวนเนื้อเรื่องในหัวอย่างรวดเร็ว นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี1984 ที่เริ่มมีการเปิดการค้าเสรีแล้ว และวันนี้คือวันแต่งงานของเธอกับ ‘หยางไป่หลง’ ทหารหนุ่มอนาคตไกลที่เป็นพระเอกของเรื่อง

และตามพล็อตเดิม เขาจะยื่นหนังสือหย่าให้เธอตั้งแต่วันแรกเพื่อไปทำภารกิจลับ ก่อนจะตกหน้าผาจนความจำเสื่อม

แล้วไปพบรักกับ ‘จางมู่ตาล’(ดอกโบตั๋น) นางเอกผู้อ่อนหวานที่จะพาเขากลับมาเหยียบย่ำหัวใจเมียแต่งอย่างเธอในอีกหกเดือนข้างหน้า

ในนิยาย มู่หนิงหนิงคนเดิมไม่ยอมหย่า รั้งเขาไว้ด้วยความแค้น ทำทุกวิธีเพื่อจะให้พระเอกมาเป็นของตนเอง

ไม่ว่าจะวางยาปลุกกำหนัด ไปโวยวายที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่งเรื่องร้องเรียน

จนสุดท้ายจ้างอัธพาลเพื่อไปรุมมขื่นจางมู่ตาลนางเอกของเรื่อง แต่ถูกหยางไป่หลงช่วยได้ทัน และทำให้นางร้ายมู่หนิงหนิงต้องเข้าคุกและต้องตายอย่างอนาถในคุก

“ในเมื่อผู้ชายไม่รัก ก็ต้องหย่าดีกว่าไปนอนตายในคุกละนะ!”

หนิงหนิงแค่นยิ้ม เธอหยิบหนังสือหย่าที่วางทิ้งไว้ขึ้นมาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเล เธอตัดสินใจแล้วว่าหกเดือนหลังจากนี้ เมื่อเขากลับมาพร้อมเมียใหม่ เธอจะยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้เขาแล้วเดินจากไปอย่างเฉิดฉาย

“จะกลัวอะไรล่ะ ในเมื่อฉันมีมิติซุปเปอร์มาร์เก็ตติดตัวมาด้วย!” เธอนึกถึงโกดังสินค้ามหาศาลในศตวรรษที่ 25 ของเธอ

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ของพวกนั้นมีค่ามากกว่าทองเสียอีก เธอจะเป็นเศรษฐีนียุค 80 ให้ดู!

ส่วนผู้ชาย… ถ้าไม่มีดีก็แค่หาใหม่ หล่อๆ ล่ำๆ กว่าหยางไป่หลงมีตั้งเยอะแยะ!

มู่หนิงหนิงเริ่มสำรวจสมบัติที่ได้รับมา เธอเปิดถุงเงินที่พระเอกทิ้งไว้ให้ ภายในมีธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนสิบใบ พร้อมกับห้าสิบหยวนและสิบหยวนอีกรวมเป็นเงินจำนวน 1,300 หยวน

พร้อมคูปองสินค้าอีกจำนวนหลายใบ ถึงแม้ในยุคนี้เปิดให้มีการค้าเสรีแล้ว แต่ของบางอย่างยังต้องใช้คูปอง ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ยังคงต้องแสดงคูปองสินค้าจึงจะสามารถซื้อได้

“ถือว่าหยางไป่หลงพระเอกของเรื่องยังใจป้ำอยู่บ้าง เงินเดือนทหารแค่ 40 หยวน แต่กล้าทิ้งเงินไว้ให้เยอะขนาดนี้ คงกะว่าให้ฉันใช้จนตายเลยล่ะมั้ง”

เธอเก็บเงินเข้ามิติส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าใบเล็กที่อยู่ข้างเตียง

ภายในมีชุดผู้ชาย และชุดของผู้หญิงคงเป็นของเจ้าของร่างเดิม มีทั้งหมดหกชุด จัดการเก็บเสื้อผ้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดใส่กระเป๋าที่เก็บมาจากใต้ตู้เสื้อผ้าอีกที

เตรียมตัวหนีออกจากบ้านหลังนี้ไปสร้างชีวิตใหม่ทันที

กึก!

ทว่า… เมื่อเธอเปิดประตูห้องนอนหวังจะก้าวเดินสู่ความอิสระ ฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดกะทันหัน

“พี่สะใภ้… ท่านจะไปไหนหรือคะ/ครับ?” เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน

เบื้องหน้าของเธอคือชายชราผมขาวโพลนที่พยุงร่างกายอันซูบผอม และเด็กแฝดชายหญิงหน้าตามอมแมมอีกสองคน ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาใสซื่อแกมหวาดกลัว

มู่หนิงหนิงเบิกตากว้าง… ฉิบหายแล้ว! เธอลืมไปเสียสนิทว่าหยางไป่หลงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

เขายังมีคุณปู่ที่ล้มป่วยและน้องฝาแฝดอีกสองคนที่ต้องดูแล และตามเนื้อเรื่อง… ทันทีที่พระเอกหายสาบสูญไป ทุกคนในบ้านนี้จะถูกนางร้ายทอดทิ้งให้อดตายอย่างทารุณ!

“เอ่อ… คือปู่กับเด็กๆ…” มู่หนิงหนิงมองกระเป๋าเสื้อผ้าในมือสลับกับสายตาเว้าวอนของเด็กน้อย

แผนการหนีไปเป็นเศรษฐีนีคนเดียว… ดูท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วสิ!

………………..

เลี้ยงน้องสามีและมุ่งสู่เศรษฐีนีในอานคต

ครอบครัวที่ถูกละเลย

หนิงหนิงทอดสายตามองไปยังคุณปู่และเด็กแฝดชายหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกในอก

คุณปู่ ‘หยางฟูไห่’ มีรูปร่างผอมเกร็ง ผิวซีดเซียว ผมบนศีรษะขาวโพลนไปทั้งหมด ท่านมักจะมีอาการไอโขลกไอชิอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนเด็กชายตัวน้อย ‘หยางฟู่หลง’ ในวัยเจ็ดขวบนั้น แม้จะมีท่าทางเรียบร้อยและร่างกายผอมบาง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย ผิดกับคนน้องอย่าง ‘หยางฟู่หลิน’

ที่มีใบหน้าเรียวเล็กและดวงตาแจ่มใสที่ดูซื่อตรง และน่ารัก จนมู่หนิงหนิงอยากที่จะหยิกแก้มนุ่มนิ่มนี้วันละร้อยครั้ง

คงเป็นเพราะบ้านหลังนี้ไม่มีคนดูแล ทุกคนถึงได้ดูผอมแห้งและแคระแกร็นกว่าอายุที่ควรจะเป็นเช่นนี้

เด็กทั้งสองใช้ดวงตากลมใสกระจ่างมองมาที่มู่หนิงหนิง ทำให้เธอที่ตั้งใจจะจากไปในตอนแรกไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำพูดรุนแรงออกมา

"หนิงหนิง… อย่าไปสนใจไอ้หลานเลวคนนั้นเลย เมื่อมันกลับมาปู่จะจัดการให้เอง แล้วเจ้าก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ปู่ยอมรับหนิงหนิงเป็นหลานสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น!" คุณปู่พูดด้วยสีหน้าตั้งใจที่จะเข้าข้างหลานสะใภ้อย่างเต็มที่

คุณปู่คงได้ยินตอนที่หยางไป่หลงไล่เธอพร้อมกับทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้ แต่ท่านคงห้ามหลานชายไม่ทัน เพราะฝ่ายนั้นมาไวไปไวเพื่อรีบไปทำภารกิจทันที

"แต่ว่า…" มู่หนิงหนิงมีสีหน้าลำบากใจ

อันที่จริงหากเธอออกจากบ้านหลังนี้ไปก็ไม่ได้เดือดร้อนเลยสักนิด แผนการเป็นเศรษฐีนีก็อยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ

แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนของคุณปู่และเด็กน้อยทั้งสองคนที่ขาดคนดูแล เธอก็รู้สึกสงสารจับใจ

ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องรับภาระเลี้ยงดูคนแก่หนึ่งคนกับเด็กอีกสองคน แผนการรวยทางลัดอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าเดิม…

"พี่สะใภ้… อย่าไปเลยนะคะ" หยางฟู่หลินเข้ามาเกาะแขนมู่หนิงหนิงไว้แนบเน่น ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

"ใช่ครับพี่สะใภ้ อย่าไปเลยนะครับ" หยางฟู่หลง (แฝดพี่) ช่วยขอร้องอีกแรง

เด็กทั้งสองเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่อายุห้าขวบ พ่อของพวกเขาเป็นทหารและเสียชีวิตในหน้าที่ ส่วนแม่ก็ตรอมใจตายตามไปในหนึ่งปีให้หลัง พวกเขาแทบไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเลย

จนกระทั่งคุณปู่บอกว่าพี่ชายคนโตแต่งงานแล้ว พี่สะใภ้คนนี้ก็คือพี่สาว… และจะเป็นเหมือน ‘แม่’ ของพวกเขา

เด็กทั้งสองจึงยึดมั่นว่ามู่หนิงหนิงคือคนในครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่นางก้าวเข้ามา

เมื่อมองสายตาใสบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ และความหวังของคุณปู่ หญิงสาวจึงตัดสินใจในที่สุด

เอาเถอะ… รอจนกว่าพระเอกของเรื่องอย่างหยางไป่หลงจะพานางเอก 'ดอกโบตั๋น' กลับมาในอีกหกเดือนข้างหน้า

ถึงตอนนั้นค่อยหย่าแล้วจากไปก็ยังไม่สาย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเด็ก ๆ และคุณปู่คงมีนางเอกคอยดูแลแล้ว

"ก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้… ไม่ว่าหนูจะทำอะไร คุณปู่ต้องไม่ห้ามหนูนะคะ"

มู่หนิงหนิงบอกไว้ก่อน เพราะเส้นทางสู่การเป็นเศรษฐีของเธอจะถูกขัดขวางไม่ได้เด็ดขาด!

"ได้ ๆ! ขอเพียงหลานอยู่ที่นี่ ทุกอย่างหลานตัดสินใจได้เลย!" คุณปู่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี

"ไชโย! พี่สะใภ้ไม่ไปไหนแล้ว!"

เด็กทั้งสองร้องอุทานด้วยความดีใจ

"เช่นนั้นวันนี้เพื่อเป็นการฉลอง พี่สะใภ้จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทานดีไหมคะ?"

มู่หนิงหนิงเห็นสภาพผอมแห้งของทั้งสามคนแล้วจึงเสนอขึ้น

"ขอบคุณครับ/ค่ะพี่สะใภ้!"

เด็กน้อยทั้งสองยิ้มแก้มปริ พวกเขารู้สึกเหมือนมีแม่จริง ๆ อย่างที่คุณปู่บอกไม่มีผิด

"หลานสะดวกหรือเปล่า? ปู่มีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อย หลานเอาไว้ใช้นะ" คุณปู่ยื่นเงินส่งให้

"ไม่ต้องค่ะคุณปู่ หยางไป่หลงให้ไว้เยอะมากแล้ว มีใช้ได้ทั้งปีเลย" มู่หนิงหนิงดันมือคุณปู่กลับไปเพื่อให้ท่านเก็บไว้เอง

"ถ้าไม่พอก็บอกปู่ได้นะ"

"ได้ค่ะ… ถ้าไม่พอหนูไม่เกรงใจคุณปู่แน่นอน" หญิงสาวยิ้มรับเพื่อให้คนแก่สบายใจ แต่เธอตั้งใจแล้วจะไม่ยุ่งกับเงินของคุณปู่โดยเด็กขาด

มู่หนิงหนิงขอตัวนำกระเป๋าไปเก็บ โดยมีหยางฟู่หลินเดินตามต้อย ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป

"พี่สะใภ้ หนูไปช่วยนะคะ"

"ได้จ๊ะ"

มู่หนิงหนิงมองใบหน้าเหมือนลูกหมากลัวถูกทิ้งของเด็กหญิงแล้วก็ใจอ่อน ยอมให้เข้ามาในห้องด้วย ส่วนแฝดพี่อย่างฟู่หลงก็ช่วยพยุงคุณปู่ไปพักผ่อน

"พี่สะใภ้จะทำอะไรทานคะ?" เด็กน้อยเอ่ยถามถึง 'ของอร่อย' ที่พี่สะใภ้สัญญาไว้

"ฟู่หลินอยากทานอะไรล่ะ พี่สะใภ้จะทำให้"มู่หนิงหนิงถามเด็กหญิงตัวน้อยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน

"อยากกิน… สามชั้นตุ๋นได้ไหมคะ? เมื่อปีใหม่บ้านของจงไห่ถังได้กินด้วย" ฟู่หลินเล่าถึงสิ่งที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเคยอวดไว้

เด็กน้อยไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อชั้นดีแบบนั้นเลย เพราะพี่ชายคนโตมักจะยุ่งจนไม่มีเวลา

ทุกปีพวกเขาจึงได้ทานเพียงผัดผักกับซาลาเปาไส้ผัก อย่างดีที่สุดก็แค่ซาลาเปาไส้หมูที่ซื้อหามาจากตลาดเท่านั้น

"ได้สิ วันนี้พี่สะใภ้จะทำสามชั้นตุ๋นให้ฟู่หลินทานเยอะ ๆ เลยดีไหม"

"ดีมากเลยค่ะ! พี่สะใภ้ใจดีที่สุดในโลกเลย!"

ฟู่หลินโผเข้ากอดมู่หนิงหนิงด้วยความดีใจ หญิงสาวลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความรัก

แต่ทว่า… สัมผัสที่มือกลับทำให้เธอชะงัก ผมของฟู่หลินเหนียวเหนอะหนะจนน่าตกใจ นี่ไม่ได้สระผมมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย!

"ฟู่หลิน… หนูไม่ได้สระผมมากี่วันแล้วจ๊ะ?"

เด็กน้อยทำหน้าฉงน พยายามนึก "ขอโทษค่ะพี่สะใภ้ หนูยังนับเลขไม่เป็นเลยไม่รู้ว่ากี่วันแล้ว แต่นานมากแล้วค่ะ"

"หา? ฟู่หลินยังไม่ได้เรียนหนังสือเหรอจ๊ะ?"

"พี่ใหญ่บอกว่าจะพาไปฝากเรียน แต่ไม่ว่างสักที… สงสัยพี่ใหญ่จะลืมไปแล้วค่ะ" ฟู่หลินก้มหน้าเศร้า เธออยากเรียนหนังสือแต่ก็ไม่อยากกวนใจพี่ชาย

"แล้วฟู่หลงล่ะ?" อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนกัน

"ก็ยังไม่ได้เรียนเหมือนกันค่ะ"

จะบ้าตาย! มู่หนิงหนิงสบถในใจ พระเอกเรื่องนี้สนใจแต่แม่นางเอกดอกโบตั๋นจนมืดหน้ามัวตา ไม่สนใจปู่กับน้องตัวเองเลยหรือไงกัน!

"ถ้าอย่างนั้น วันนี้พี่สะใภ้จะอาบน้ำให้ฟู่หลินกับฟู่หลงก่อน แล้วเราค่อยไปสหกรณ์เพื่อซื้อของมาทำอาหารกัน ดีไหม?"

ส่วนเรื่องเรียนฉันจะสอนให้เองก่อนที่จะไปเรียน เพราะไม่อย่างนั้นเด็กทั้งสองคนคงจะตามเพื่อนไม่ทัน และคงจะถูกล้ออย่างแน่นอน

"ดีค่ะ! เดี๋ยวหนูไปเรียกฟู่หลงให้นะคะ!"

ฟู่หลินรีบวิ่งออกไปตามแฝดพี่ทันที ทิ้งให้มู่หนิงหนิงถอนหายใจกับภารกิจ "ดูแลครอบครัวของสามีในนาม" ที่ดูจะหนักหนากว่าที่คิด

แต่เอาเถอะ… ในเมื่อตัดสินใจอยู่ต่อแล้ว เธอก็จะเปลี่ยนเด็กพุงโรหัวโตพวกนี้ให้กลายเป็นเด็กที่สมบูรณ์ที่สุด!

ทั้งต้องเลี้ยงน้องสามี และมุ่งสู่เศรษฐีนีในอนาคตเธอจะต้องทำมันให้ได้

……………………..

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...