โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ขุนนาง” ตำแหน่งในราชสำนักสยาม ทำไมต้องเน้นที่ “ชาติตระกูล” ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 10.48 น.
คณะราชทูตสยามที่เดินทางไปเจริญทางพระราชไมตรี สมัยรัชกาลที่ ๔ พุทธศักราช ๒๔๐๔ จากกรมศิลปากร

ขุนนาง ตำแหน่งในราชสำนักสยาม “ชาติตระกูล” ต้องมาก่อน

ในปัจจุบันการจะได้เข้าสู่การเป็น “ข้าราชการ” ทำได้ด้วยการสอบจากทั่วประเทศ จึงทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาได้เข้ามาทำงานในหน่วยงานรัฐบาลมากขึ้น ทว่า ในอดีตการจะได้เป็นขุนนาง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นระบบการเปลี่ยนผ่านภายในตระกูล ด้วยการฝากฝังลูกของตนเองถวายตัวเป็นมหาดเล็กเข้าไปทำงานในวัง

ขุนนางในยุคสมัยนั้นจึงเต็มไปด้วยลูกขุนนางเก่าแก่มากมาย หากบรรพบุรุษเคยได้เป็นตำแหน่งไหน ส่วนใหญ่แล้วลูกหลานก็จะได้ครอบครองตำแหน่งต่อมา

แล้วเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น?

เรื่องนี้งานวิจัย“การเสื่อมอำนาจทางการเมืองของขุนนางในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2416-2435) : ศึกษากรณีขุนนางตระกูลบุนนาค”ของชลธิดา บุนนาค ได้วิเคราะห์ไว้ ซึ่งจะขอนำมาสรุปให้อ่านแบบคร่าว ๆ ดังนี้

ปกติแล้ว ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา การจะเป็นขุนนางได้ บรรดาบิดาที่ทำงานในราชสำนักก็จะฝากฝังลูกของตนเองให้เป็นมหาดเล็ก จากนั้นเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทอดพระเนตรเห็นคุณงามความดีที่กระทำแด่พระองค์และบ้านเมืองก็จะทรงให้มีตำแหน่งในงานราชการ แล้วค่อย ๆ เลื่อนยศไปเรื่อย ๆ บางคนถึงกับได้สืบราชการต่อจากตระกูลบิดาตนเอง

ดังปรากฏในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ว่า

“…เมื่อขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ดีมีบุตรต้องถวายตัวพระเจ้าแผ่นดินเปนมหาดเล็กรับราชการเปนการใช้สอยเล็กน้อยใกล้เคียงพระเจ้าแผ่นดินมีเบี้ยหวัดบ้างนิดหน่อย

เมื่อได้รับราชการอยู่ใกล้พระเจ้าแผ่นดินดังนั้นก็ได้ยินได้ฟังราชการ ขุนนางเจ้าพนักงานนำมากราบทูลและพระเจ้าแผ่นดินรับสั่งเปนการเรียนราชการอยู่เสมอ

เมื่อเจ้าแผ่นดินเห็นว่า ผู้นั้นคุ้นเคยในราชการบ้างแล้วก็ใช้ให้ไปตรวจการต่าง ๆ นำความมากราบทูล…จนเจ้าแผ่นดินเห็นว่าผู้นั้นสมควรจะมีตำแหน่งราชการก็ค่อยเลื่อยยศขึ้นไปทีละน้อย ๆ ตามลำดับ…

เพราะธรรมเนียมเปนดังนี้ ถ้าขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยมีบุตรดีที่ได้ทดลองแล้ว พระเจ้าแผ่นดินเห็นสมควรที่จะได้รับราชการสืบตระกูลบิดาได้ก็ให้เลื่อนยศให้สืบตระกูลบิดาไปบ้าง…”

การที่มีตระกูลจากบิดาที่คุ้นชินในราชสำนักสยามแล้ว จึงเป็นการง่ายขึ้นที่บรรดาลูกหลานจะได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของข้าราชการมากกว่าคนทั่วไป

ยิ่งไปกว่านั้น การที่คนทั่วไปจะเข้าเกณฑ์ผู้ผ่านคัดเลือกก็เป็นเรื่องยาก จะเห็นว่า ขุนนางจะต้องผ่านข้อกำหนดหลายข้อ อย่างที่ระบุไว้ในพระราชกำหนดเก่า จ.ศ. 1102 ก็บอกไว้ว่า คุณสมบัติของผู้จะถวายตัวเป็นขุนนางต้องมีวุฒิ 4 ประการ คือ

1. ชาติตระกูล

2. อายุ

3. ความรู้ความสามารถ

4. สติปัญญา

ทั้งยังต้องมีอธิบดี 4 ประการ คือ

1. ความเพียรในราชการ

2. ความกล้าหาญในการสงคราม

3. ความฉลาด

4. ความสามารถในการหาสิ่งของที่พระมหากษัตริย์ต้องพระราชประสงค์มาถวาย

คนที่มาจากตระกูลขุนนางเดิมย่อมได้เปรียบ เพราะในวุฒิทั้ง 4 ประการ ข้อแรกก็มีเรื่องชาติตระกูลแล้ว

ส่วนเรื่องความรู้ความสามารถและสติปัญญา เรื่องนี้พวกเขาก็เรียนรู้จักบรรพบุรุษของตน ซึ่งเดิมความรู้ความสามารถดังกล่าวก็จะได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น สมัยก่อนไม่มีโรงเรียนสอน คนจะสอนกันเฉพาะคนที่อยู่ในสายเลือดสายตระกูลเดียวกันเท่านั้น เพื่อไม่ให้ความรู้วิชาของตระกูลตนเองเล็ดลอดออกไป ซึ่งเรื่องนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงกล่าวว่า

“…ในสมัยโบราณนั้นยังไม่มีโรงเรียนซึ่งใครสมัครเรียนวิชาอย่างไรจะอาจเรียนได้ตามชอบใจ บุคคลทั้งหลายได้อาศัยวิชาการต่าง ๆ ในสกุลของตนเองเป็นประมาณเป็นต้นว่า บุคคลซึ่งเกิดในตระกูลผู้ปกครอง เช่น ราชสกุลก็ดี สกุล เสนาบดีและเจ้าบ้าน การเมืองก็ดี ย่อมได้โอกาสศึกษาวิธีการปกครองมากกว่าบุคคลจำพวกที่เกิดในสกุลทำสวนทำนา… ผู้เป็นชั้นนายจึงมักอยู่ในสกุลซึ่งได้คุ้นเคยแก่ราชการที่ทำสืบมา…”

ทั้งนี้ยังมีเหตุผลปรากฏอยู่ใน “พระราชกำหนดเก่า”อีกว่า เหตุที่ต้องมีการเลือกสรรบุคคลที่จะเข้าเป็นขุนนาง โดยเน้นที่ชาติตระกูลเป็นสำคัญ เนื่องจาก “พระราชสถานนั้นกอปรด้วยเครื่องประดับประดาอลังการทั้งปวง เปนที่ห้ามแหนบุคคลจะได้เหนเปนอันยาก อนึ่งพระสุรเสียงแลองค์พระมหากระษัตร (สะกดตามต้นฉบับ-ผู้เขียน)เจ้านั้น ยากที่บุคคลที่จะได้ยินได้เหน”

นี่จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่า ทำไมคนที่จะได้เป็นขุนนางถึงมาจากผู้ที่มีตระกูลดีหรือบรรพบุรุษเป็นขุนนาง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/snamcn/Cholticha_Bunnag/Cholticha_Bunnag_fulltext.pdf

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ขุนนาง” ตำแหน่งในราชสำนักสยาม ทำไมต้องเน้นที่ “ชาติตระกูล” ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...