โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกตั้ง 2569 : เจาะยุทธศาสตร์ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน: ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ในเกมอำนาจการเมือง ‘เนวิน ชิดชอบ’

THE STANDARD

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 11.35 น. • thestandard.co
เลือกตั้ง 2569 : เจาะยุทธศาสตร์ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน: ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ในเกมอำนาจการเมือง ‘เนวิน ชิดชอบ’

หลังเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำหน้าฉาก โดย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ และผู้นำหลังฉากอย่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ ผู้มีสถานะเป็นครูใหญ่ของพรรค ชนะเลือกตั้งเป็น อันดับ 1 และได้เก้าอี้ สส. 193 ที่นั่ง ทำให้พรรคถูกขยับสถานะจากพรรคขนาดกลาง สู่พรรคใหญ่ในทันที และสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ เต็มรูปแบบ และคาดว่าอยู่ครบเทอม 4 ปีแน่นอน

รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่https://election2569.thestandard.co/

➤ เว็บไซต์ผลเลือกตั้ง 2569

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 1

อนุทิน ชูนิ้วหมายเลข 1 หลังชนะเลือกตั้งอันดับ 1

ภาพ: ฐานิส สุดโต

แม้ ‘อนุทิน’ จะพูดตลอดว่า ขอรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผลการเลือกตั้งก่อนจึงค่อยคิดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล แต่ทันทีผลการเลือกตั้งออก บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ต่างเดินเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทยไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งอดีตพรรคใหญ่ที่ความนิยมลดถอยลง จนกลายเป็นพรรคขนาดกลางอย่างพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ทำให้ปัจจุบันภูมิใจไทยรวมเสียงได้เกือบ 300 เสียง

กระนั้น ในกระดานการเมืองที่กำลังขยับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ชื่อของ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ในฐานะแกนนำหลักฉาก ถูกจับตามองมากที่สุด แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง แต่บทบาทผู้จัดการรัฐบาล ที่เขาวางสมการทางการเมืองให้รัฐบาลภูมิใจไทยมีเสถียรภาพให้มากที่สุด เนื่องจากเกมการเมืองรอบนี้ไม่ใช่แค่การรวมเสียงตั้งรัฐบาล หากคือการจัดโครงสร้างอำนาจใหม่ในระยะยาวด้วย

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 2

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไหว้ขอบคุณ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย

หลังแถลงพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

สมการการเมืองรัฐบาลสีน้ำเงิน ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้ พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลผนึกกับพรรคเพื่อไทย 74 เสียง เสริมด้วยพรรคขนาดเล็ก 21 เสียง (พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3, เพื่อชาติไทย 2, ไทยสร้างไทย 2 อีก 7 พรรคจิ๋วพรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 288 เสียง

สมการนี้เนวินที่เลือกคุมแกนหลักไว้ในมือ มากกว่าปล่อยให้สมดุลอำนาจไหลไปอยู่ในมือพรรคการเมืองอื่น โดยในภาพรวมภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหาร ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ขณะที่พรรคเพื่อไทยดูแลกระทรวงด้านสังคม (ดูแลคน คุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางสังคม) ส่วนพรรคจิ๋วขนาดเล็กถูกจัดวางให้เป็นแนวกันชนทางการเมือง เพื่อค้ำเสถียรภาพรัฐบาล

การออกแบบสมการเช่นนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนเสียงในสภา แต่เป็นการวางตำแหน่งของแต่ละพรรคบนกระดานอำนาจ เพื่อให้การตัดสินใจเชิงนโยบายและการต่อรองตำแหน่งทางการเมืองยังคงอยู่ภายใต้การคุมเกมของค่ายน้ำเงิน

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 3

“ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย”

ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามขณะแถลงข่าวหลังประชุมพรรคกล้าธรรม

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

จุดเปลี่ยนสำคัญของสมการนี้ เนวินเลือกที่จะตัดอดีตพรรคพันธมิตรอย่าง ‘พรรคกล้าธรรม’ ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มี 58 เสียงออกจากเกมอำนาจรัฐบาล ซึ่งเป็นการประเมินเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบทางการเมือง เมื่อพันธมิตรเริ่มแปรสภาพเป็นคู่แข่ง การเลือกแยกทางย่อมเป็นทางเลือกที่ลดความเสี่ยงต่ออำนาจต่อรองในระยะยาว

ปัจจัยเร่งที่ทำให้การแยกทางเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือ การรุกคืบฐานบ้านใหญ่ ในหลายจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลดั้งเดิมของภูมิใจไทย ทั้งสุพรรณบุรี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และสุราษฎร์ธานี โดยพรรคกล้าธรรมสามารถเจาะพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อฐานเสียงเริ่มทับซ้อน มิตรย่อมกลายเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ และสำหรับเนวิน การปล่อยให้คู่แข่งเติบโตภายในวงอำนาจเดียวกันเท่ากับเปิดช่องให้บ่อนทำลายอำนาจต่อรองของตัวเอง การตัดสินใจกันพรรคกล้าธรรมออกจากวงอำนาจ จึงเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมในแบบที่สอดคล้องกับสไตล์การเมืองของเนวินที่มองเกมยาวมากกว่าเกมเฉพาะหน้า

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 4

เนวินควงแขน ร.อ.ธรรมนัส

ในวันเกิดครบ 67 ปีที่จังหวัดบุรีรัมย์

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

นอกจากนี้ ยังมีมิติความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และเสถียรภาพรัฐบาลที่ต้องชั่งน้ำหนัก การเปิดทางให้บุคคลที่มีแรงเสียดทานทางการเมืองเข้ามามีบทบาทในคณะรัฐมนตรี อาจกลายเป็นตัวแปรที่สั่นคลอนรัฐบาลทั้งชุด โดยเฉพาะบทเรียนจากกรณีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนวันและเวลาอันควร ยังคงเป็นเงาเตือนใจในเชิงการเมืองสำหรับผู้จัดรัฐบาล แม้ ร.อ.ธรรมนัสจะเคยพูดในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ว่า “ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย” ก็ตาม

เมื่อย้อนดูประสบการณ์การร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยต้องแบกรับต้นทุนทางการเมืองสูงจากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ขณะที่ผลประโยชน์เชิงอำนาจกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน บริบทการเมืองปัจจุบันที่สมการรัฐบาลใหม่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพรรคกล้าธรรมอีกต่อไป จึงทำให้เนวินมีอิสระในการเลือกตัดตัวแปรที่มีความเสี่ยงออกจากวงอำนาจ

แม้พรรคกล้าธรรมจะทำผลงานในสนามเลือกตั้งได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่ในเกมอำนาจระดับรัฐบาล ผลงานในสนามเลือกตั้งอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สามารถรักษาตำแหน่งอำนาจได้ ก็ไม่อาจคุมเกมได้จริง ซึ่งเป็นความต่างระหว่างผู้เล่นกับผู้จัดเกม ที่เนวินเข้าใจดี

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 5

อนุทิน และร.อ.ธรรมนัส

ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่อาคารัฐสภา

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

ท้ายที่สุด สมการรัฐบาลสีน้ำเงินที่ไร้พรรคกล้าธรรมจึงสะท้อนบุคลิกทางการเมืองของเนวินอย่างชัดเจน นั่นคือการเลือกความมั่นคงของค่ายน้ำเงินเหนือความสัมพันธ์แบบพันธมิตรชั่วคราว เกมนี้อาจถูกมองว่าแข็ง แต่ในโลกการเมือง การคุมกระดานให้อยู่ในมือย่อมสำคัญกว่าการรักษาน้ำใจ และนี่คือเหตุผลที่ชื่อของเนวินยังคงเป็นตัวแปรหลักในทุกสมการอำนาจของการเมืองไทย

เส้นทางอำนาจ ‘เนวิน ชิดชอบ’

สำหรับเส้นทางการเมือง ‘เนวิน’ เขาเริ่มต้นจากฐานนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับชาติในช่วงต้นทศวรรษ 2540 หลังการเลือกตั้งปี 2544 เขาโคจรมาพบกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นายใหญ่ของพรรคไทยรักไทยในเวลานั้น

ช่วงแรกเนวินยังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากถูกมองว่ามีภาพลักษณ์แข็งกร้าวทางการเมือง กระทั่งได้รับแรงสนับสนุนจาก ‘ชัย ชิดชอบ’ ผู้เป็นบิดา ทำให้เนวินได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ และค่อยๆ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในขุนพลคู่ใจ ที่ทำงานใกล้ชิดทักษิณมากที่สุด

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 6

โปสเตอร์หาเสียงของเนวิน

ภายใต้แคมเปญ ‘นึกอะไรไม่ออก บอกเนวิน’

ภาพ: กลุ่ม Facebook – ภาพเก่าในอดีต

ในช่วงรัฐบาลทักษิณ เนวินมีบทบาททั้งในสนามอำนาจและสนามมวลชน โดยเฉพาะในปี 2549 ที่การเมืองเผชิญแรงกดดันจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนวินเป็นหนึ่งในตัวละครที่ช่วยจัดตั้งแนวร่วมฝั่งสนับสนุนรัฐบาล เพื่อนำมวลชนออกมาตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ ภาพของนักจัดการมวลชน ทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญในเครือข่ายการเมืองฝ่ายทักษิณ

ก่อนจะเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากเหตุการณ์รัฐประหารในปลายปีเดียวกัน หลังรัฐประหารปี 2549 เนวินถอยกลับไปตั้งหลักที่บุรีรัมย์ พร้อมสนับสนุนการสร้างฝ่ายประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมในขบวนการเคลื่อนไหวของแนวร่วมฝ่าย

ประชาธิปไตยในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ เมื่อการเมืองกลับเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน ชนะเลือกตั้งปี 2550 และตั้งรัฐบาล เนวินกลับมาเป็นแกนนำคนสำคัญในค่ายอำนาจสนับสนุน ‘สมัคร สุนทรเวช’ เป็นนายกรัฐมนตรี

จุดแตกหักครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 2551 หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน บริบทการเมืองในเวลานั้นเปิดพื้นที่ให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และนี่คือช่วงเวลาที่เนวินตัดสินใจนำ สส. กลุ่มของตนแยกออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย พร้อมยกมือสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การตัดสินใจครั้งนี้เองที่นำไปสู่วลีในตำนาน “มันจบแล้วครับนาย” ซึ่งกลายเป็นวลีดังในตำนานของการหักขั้วครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

หลังการเปลี่ยนขั้วเนวินถูกโจมตีอย่างหนักจากเครือข่ายเสื้อแดง และฝ่ายสนับสนุนทักษิณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขากลับกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในรัฐบาลใหม่ และสามารถต่อรองตำแหน่งสำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยได้หลายกระทรวง บทบาทของเขาในช่วงนี้ตอกย้ำภาพ ‘ผู้วางหมากการเมือง’ ที่ยอมเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรักษาพื้นที่อำนาจของกลุ่มตนเอง

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ 'เนวิน ชิดชอบ' ผู้จัดการรัฐบาลสีน้ำเงิน และเกมอำนาจการเมืองไทย 7

เนวิน กับบทบาทประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ภาพ: Facebook – ลุงเนวิน

ปี 2555 เนวินประกาศวางมือจากเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ หันไปทุ่มเทให้กับวงการกีฬา โดยเฉพาะการสร้าง ‘Buriram United’ ให้กลายเป็นสโมสรระดับแถวหน้าของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างกีฬาของจังหวัดบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม แม้จะถอยจากตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง บทบาทครูใหญ่ และผู้กำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยยังคงอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ที่เคยแตกหักกับทักษิณค่อยๆ คลี่คลายตามจังหวะการเมือง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้ง 2566 ที่ขณะนั้นพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กลายเป็นภาพสะท้อนว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ และจังหวะอำนาจที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

สำหรับเนวิน วัย 67 ปี ตลอดเส้นทางชีวิตการเมือง เขาคือบทเรียนของการขึ้นสุด ลงสุด จากนักการเมืองแถวหน้า สู่การถอยออกจากตำแหน่ง แต่ยังทรงอิทธิพลในการจัดวางสมการอำนาจเสมอมา ทั้งยังเป็นอีกคนที่เป็นตัวละครสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วย

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

➤ เว็บไซต์เลือกตั้ง 2569f

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...