เปิดขั้นตอนเลือก “ผู้นำสูงสุดอิหร่าน” ใครจะก้าวขึ้นแทนอาลี คาเมเนอี?
การเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี เปิดฉากกระบวนการสืบทอดอำนาจครั้งสำคัญในอิหร่าน ตามรัฐธรรมนูญ สภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คนจะเป็นผู้ลงมติเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ ท่ามกลางการต่อรองทางการเมืองที่เข้มข้น
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 14.52 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หลังการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอล ได้ผลักให้อิหร่านเข้าสู่กระบวนการเร่งด่วนในการคัดเลือกผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คนใหม่
ภายใต้รัฐธรรมนูญอิหร่าน ตำแหน่งผู้นำสูงสุดจะได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นคณะนักการศาสนาจำนวน 88 คน ที่มาจากการเลือกตั้งทุก 8 ปี อย่างไรก็ตามผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าสภาดังกล่าวจะต้องผ่านการตรวจสอบจากสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ก่อน ทำให้กระบวนการคัดกรองถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
เมื่อเกิดตำแหน่งว่าง สภาผู้เชี่ยวชาญจะประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติเลือกผู้สืบทอด โดยใช้เสียงข้างมากธรรมดา (simple majority) ในระหว่างรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จะมีคณะผู้นำชั่วคราว 3 คน เข้าทำหน้าที่แทน
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คณะผู้นำชั่วคราวประกอบด้วย ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน, ประธานศาลยุติธรรม โกลัม-โฮสเซน โมห์เซนี-เอเจอี และอยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี ซึ่งดำรงตำแหน่งตัวแทนในสภาผู้พิทักษ์ โดยอำนาจของคณะดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ขณะที่สภาผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นองค์กรเดียวที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่
ในตลาดคาดการณ์อย่าง Polymarket โมห์เซนี-เอเจอี ถูกมองเป็นตัวเต็งเล็กน้อยที่ราว 18% ขณะที่ผู้ถูกจับตามองรายอื่น ได้แก่ อาราฟี และฮัสซัน โคไมนี นักการศาสนาชื่อดัง หลานชายของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม
น่าสังเกตว่าผลลัพธ์ยกเลิกตำแหน่ง (Position abolished) ก็มีการซื้อขายในระดับใกล้เคียง สะท้อนว่าตลาดยังมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการปรับโครงสร้างตำแหน่งผู้นำสูงสุด แม้โอกาสยังเอนเอียงไปที่การแต่งตั้งบุคคลใหม่
ผู้ถูกจับตาสำคัญ
โกลัม-โฮสเซน โมห์เซนี-เอเจอี ดำรงตำแหน่งประธานศาลยุติธรรมอิหร่านตั้งแต่ปี 2564 ควบคุมดูแลระบบตุลาการทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้เคยเป็นอัยการสูงสุด รองหัวหน้าฝ่ายตุลาการ และรัฐมนตรีข่าวกรอง อีกทั้งยังเป็นสมาชิกสภาวินิจฉัยผลประโยชน์แห่งชาติ (Expediency Discernment Council) มาอย่างยาวนาน เส้นทางอาชีพของเขาครอบคลุมทั้งสายความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรม
ฮัสซัน โคไมนี เป็นหลานชายของอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) มองว่า หากบุคคลเช่นเขาได้รับการแต่งตั้ง อาจช่วยเชื่อมระหว่างโครงสร้างการปกครองเดิมกับกลุ่มแนวคิดปฏิรูป ช่วยลดแรงกดดันจากประชาชนภายในประเทศ และบรรเทาความโดดเดี่ยวทางการทูตของอิหร่าน
อาลีเรซา อาราฟี เป็นนักการศาสนาอาวุโสที่มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักศึกษาศาสนา ผู้นำละหมาดวันศุกร์ในเมืองกอม และเป็นสมาชิกทั้งสภาผู้พิทักษ์และสภาผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีบทบาททั้งด้านการกำกับผู้สมัครทางการเมืองและการกำหนดทิศทางศาสนศาสตร์
ขั้นตอนต่อไป
ตามมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญอิหร่าน การเสียชีวิตหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำสูงสุด จะทำให้ต้องตั้งคณะผู้นำชั่วคราวทันที แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการแต่งตั้งผู้สืบทอด แต่ระบุว่าต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด
นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้กระบวนการตามกฎหมายจะชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติอาจมีการต่อรองเชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำอย่างเข้มข้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
อามิน ไซคาล ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย มองว่า แม้โมห์เซนี-เอเจอี จะดูเป็นตัวเต็ง แต่สภาผู้เชี่ยวชาญอาจเลือกบุคคลอื่น หรือแม้แต่คนนอกสภาจะมีการต่อรองผลประโยชน์จำนวนมาก และผู้ที่ได้รับเลือกอาจเป็นตัวเลือกแบบประนีประนอม
เขายังประเมินว่า หากผู้นำคนใหม่เป็นสายแข็ง ก็มีแนวโน้มสานต่อนโยบายเผชิญหน้ากับตะวันตกและเน้นความมั่นคงเป็นหลัก แต่หากเป็นสายกลาง อาจพยายามปฏิรูปบางด้าน เพื่อผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ด้านไมเคิล แมคฟอล อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย ตั้งข้อสังเกตว่า ในประวัติศาสตร์ การโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวแทบไม่เคยนำไปสู่การล้มระบอบการปกครอง พร้อมตั้งคำถามว่าการโจมตีที่มุ่งเป้าทรัพย์สินทางทหาร มากกว่ากลไกควบคุมภายใน จะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบตามที่วอชิงตันส่งสัญญาณหรือไม่
อ้างอิง : cnbc.com