“อนุทิน” ประกาศลั่น เลือกภูมิใจไทย ยกเลิก MOU44 ทันที
“อนุทิน” ประกาศลั่น เลือกภูมิใจไทย ยกเลิก MOU44 ทันที - รับ เป็นพรรคบ้านใหญ่ ดูแลชาวบ้านไม่ขาดตกบกพร่อง - บอก ไม่มี 50:50 แบ่งผลประโยชน์ทางทะเลเหมือนรัฐบาลชุดก่อน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกของพรรค กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ในการเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตนไม่เคยตื่นเต้นเท่าวันนี้ เกือบสองทุ่มแล้วแต่ประชาชนยังให้ความสนใจรับฟังการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้อย่างพร้อมเพรียง พรรคภูมิใจไทยรับใช้บ้านเมืองมา 17 ปี รับใช้ประเทศ รับใช้ประชาชน เราทราบดีว่าในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ปีนี้หนักกว่าเพื่อน เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกฯ พวกตนจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เห็นว่า พวกเราดีพอ คู่ควรในการเป็นพรรคการเมืองหลัก ที่จะเป็นที่พึ่งหวัง พึ่งพิง ของประชาชนชาวไทยได้
ตนเชื่อว่าประชาชนได้ทราบอย่างชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคมาเดือนกันยายนปี 2555 เกือบ 15 ปีแล้ว พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นอยู่ครั้งเดียวคือครั้งนี้ ที่พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ความพยายามการพัฒนาตัวเองและยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในมิติด้านนโยบาย วิธีคิด วิธีปฏิบัติ และการจัดวางตัวบุคลากร เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยเห็นว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทยเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบ้านของเราซึ่งก็คือประเทศไทย ให้เป็นบ้านที่ทุกคนต้องมีความภาคภูมิใจไปด้วยกัน พวกเราพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทดลองงานมา 4 เดือน ขอทำงานจริงอีก 4 ปี
วันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาตรงนี้เพื่อบอกว่า พรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีคิดและวิธีทำงานของพวกเรา จากที่เขาเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ตนไม่เถียงเขาพูดไม่ผิด แต่เขาคิดผิด เพราะคิดแค่เพียงว่าพรรคบ้านใหญ่ก็มาช่วยคนมาดูแลคนในพื้นที่แล้วจบ คิดอะไรในเชิงโครงสร้างไม่เป็น แต่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้ทั้ง 3 ท่าน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โครงสร้างที่พรรคภูมิใจไทยคิดให้กับประเทศไทยนั้นแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก 50 ชั้น ไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมานั้นพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ลงนาม วิศวกรใหญ่อยู่ตรงนี้จะไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อมาข่มขวัญของประชาชนอีกต่อไป วันนี้ความเป็นพรรคบ้านใหญ่ที่ผู้คนพูดถึงเราไม่เถียง เพราะคำจำกัดความคือพวกเราดูแลชาวบ้านในพื้นที่ของเราเป็นประจำ โดยไม่ขาดตกบกพร่อง สส.ของเราไม่มีวันเป็นเจ้าคนนายคน ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนยังต้องมีหน้าที่ไปเอาใจใส่ชาวบ้านได้ทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวันของพวกเขา ทั้งงานศพ งานแต่ง งานบวช งานวัด งานรื่นเริง เราอยู่กับประชาชนตลอดเวลา และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่
นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และลดศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน ถ้าประชาชนคนไทยให้พวกตนกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง เราจะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง อุตสาหกรรมใหม่ๆ จะเกิดขึ้น มีอนาคตที่ดีขึ้น นโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ และตนเชื่อว่านโยบายประชานิยมจ่ายเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาเพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่จะต้องจ่าย คนที่จะถูกเช็คบิลก็คือประชาชนคนไทย ที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไร หากทุกพรรคยังคงนำเสนอนโยบายที่เน้นรายจ่ายแบบประชานิยมมากกว่าการสร้างรายได้ และการหาโอกาสใหม่ๆ ให้ประเทศและประชาชน ประเทศไทยก็จะประสบปัญหาด้านการเงินการคลังมากขึ้น จนเราไปต่อไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยจึงเน้นการนำเสนอนโยบายสร้างโอกาส ให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎีหาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาแจกให้คน
ตนขอย้ำครั้งว่าประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงาน ไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศ และอนาคตของพวกเราไว้กับมือใหม่หรือจะฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยเราพามืออาชีพมาเสนอให้ประชาชนพิจารณา การมีผู้บริหารและบุคลากรใหม่ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย ภาคนักวิชาการและภาคนักการเมือง ที่เข้ามาร่วมงานกันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ทำให้วิธีคิดและวิธีการทำงานของคนในพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น เราคิดว่ากว้างขึ้น และเราคิดใหญ่ขึ้น ประเทศไทยรอไม่ได้และประเทศไทยเสึ่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงาน ประเทศไทยที่รักของเราจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลก จะไม่เสี่ยงในการกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิมๆ จะไม่เสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ด้อยประสบการณ์ จะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอรัปชั่น และจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้นเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง พรรคภูมิใจไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราพูดแล้วทำ เราได้ทำ และเราทำได้
ดังนั้น หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 รัฐบาลที่ทำเรื่องนี้ได้ ต้องเป็นรัฐบาลที่มีมือเพียงพอในสภา ต้องเป็นคนบริหารที่ประสานได้ 10 ทิศ มีมิตรมาก ไม่มีศัตรู และต้องสร้างความน่าเชื่อถือ สามารถบริหารข้าราชการทั้งฝ่ายการเมือง ทั้งฝ่ายประจำได้อย่างราบรื่น และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนานาอารยะประเทศทั่วโลกได้ คุณสมบัติทั้งหมดนี้ตนขอประกาศตรงนี้ให้ทราบว่า พรรคภูมิใจไทยของมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน วันนี้คนไทยจะทะเลาะกันอีกไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงอะไรไม่ได้อีกแล้ว
นายอนุทิน พูดถึงเรื่องของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า ยืนยันถ้าเขาไม่รุกรานเรา ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะกันทั้งสองครั้ง รอบแรกจบลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิงก่อนที่กองทัพของเราจะจบภารกิจ ซึ่งนำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม และนำไปสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่สอง ซึ่งตนมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต่างกันตรงที่รัฐบาลของตนสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลกับกองทัพต่อความสำคัญของการมีอธิปไตยของประเทศไทย ทำให้เราได้แผ่นดินไทยที่เคยถูกรุกรานและยึดครองไปนานหลาย 10 ปีกลับคืนมาได้ทั้งหมด สิ่งที่ตนได้กล่าวมานี้สมควรแล้วที่พวกเราทุกคนควรจะกล่าวว่าภูมิใจไทย ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง แต่ภูมิใจที่ประเทศของเราไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนเลยแม้แต่น้อย กัมพูชาสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งได้ถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลภูมิใจไทยยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือจะเอารัฐบาลที่กลัวเขมร ถ้าอยากได้สิ่งแรกเลือกพรรคภูมิใจไทย
“ผมขอประกาศไว้ว่าหากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์เป็นรองนายกฯ+ต่างประเทศ ศุภจีเป็นรองนายก+พาณิชย์ เอกนิติเป็นรองนายกฯ+คลัง 3 กระทรวงนี้ภูมิใจไทยจองแล้วใครก็มาไม่ได้ ขอให้เชื่อมั่นว่าถ้าอนุทินได้กลับมาเป็นนายก มาแพ็ค 4 และมาแล้วรัฐบาลของผมจะยกเลิกMOU 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50:50 ไอ้นั่นคนละครึ่งของเอกนิติเขาไว้สำหรับคนไทย ไม่ใช่ไว้สำหรับกัมพูชา ดังนั้นเลือกผลประโยชน์ 50:50 จัดการแบ่งทรัพยากรในทะเลตามที่เคยมีรัฐบาลชุดก่อนได้เสนอไว้จะไม่มีอีกต่อไป ส่วน MOU 43 ผมจะขอให้นายสีหศักดิ์ ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทยเรา ถ้าผมไม่ตกกระป๋องนายกซะก่อน แต่ถ้าตกท่านก็มาเป็นนายกฯ ครับ ขอให้ท่านได้เร่งดำเนินการให้กระทรวงต่างประเทศและกองทัพได้นำเสนอแนวทางมาให้รัฐบาลพิจารณา แล้วจะตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทยและคนไทยต่อไป แต่สิ่งที่ยืนยันได้เลย พูดได้เลย ก็คือประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดนภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้“ นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนสัญญา และสัญญาของตนเชื่อถือได้ ว่าจะทำให้ประชาชนได้ภูมิใจกับความเป็นคนไทย การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าของพวกเราทุกคน พรรคภูมิใจไทยจะมุ่งมั่นสร้างประโยชน์และนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน วันที่ 8 นี้ เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 และเลือก สส.เขตของพรรคภูมิใจไทยตามเบอร์ที่อยู่ในเขตนั้น เลือกให้มากพอที่เราจะนำพาประเทศไทยออกจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ออกจากความขัดแย้ง ออกจากภัยทางเศรษฐกิจ ออกจากภัยความมั่นคงที่รุมเร้าประเทศของเรามานานแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้ทันที ไม่เสียเวลา ไม่เสียโอกาสแม้แต่วินาทีเดียว เพื่อเอามืออาชีพที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเมืองและการบริหารกลับเข้าไปทำงานให้ประชาชน และสุดท้ายเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ได้ผู้รับใช้ที่ภักดีต่อประชาชนไทยทุกคน ไปเป็นนายกรัฐมนตรี เบอร์ 37 ความสำเร็จของประชาชนไทย