โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่า จ่อปิดสัปดาห์แข็งแกร่งสุดรอบ 4 เดือน รับเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 03.29 น.

"ดอลลาร์สหรัฐ" มีแนวโน้มแข็งค่ากว่า 1% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลข Core PCE และ GDP สหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะต่อไป

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยผลงานแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยได้แรงหนุนจากชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด มุมมองเชิงเข้มงวดมากขึ้น (hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ทำให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย

ในช่วงข้ามคืน ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หลังข้อมูลชี้ว่าจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ขณะที่ในการซื้อขายช่วงเช้าในเอเชียวันศุกร์ ดอลลาร์ยังทรงตัวแข็งค่า ส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 1.3457 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มร่วงเกือบ 1.5% ในรอบสัปดาห์ ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อย 0.02% สู่ระดับ 1.1768 ดอลลาร์ และคาดว่าจะลดลงราว 0.8% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานธนาคารกลางยุโรป

เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดี ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 97.89 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะถือเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน

โจเซฟ คาปูร์โซ นักกลยุทธ์จาก Commonwealth Bank of Australia ระบุว่า จะไม่แปลกใจหากดอลลาร์ยังคงแข็งค่าต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยอ้างถึงรายงานการประชุมเฟดล่าสุดที่สะท้อนว่า ผู้กำหนดนโยบายหลายรายยังเปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงเหนียวตัว

นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ยังช่วยหนุนสถานะดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังโดนัลด์ ทรัม์ เตือนว่าอิหร่านต้องบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะเผชิญสิ่งเลวร้าย และกำหนดเส้นตาย 10-15 วัน พร้อมทั้งเผชิญคำขู่ตอบโต้จากเตหะราน หากสหรัฐโจมตีฐานทัพในภูมิภาค

คาปูร์โซ เตือนว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลง อาจส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและตลาดเงินอย่างรุนแรง และจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าดอลลาร์ยังคงรักษาสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้หรือไม่

ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) และตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐ ในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินระยะถัดไป ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้ แต่โอกาสในการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนลดลงเหลือประมาณ 58% จาก 62% ในสัปดาห์ก่อนหน้า

คริส แซคคาเรลลี ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Northlight Asset Management ระบุว่า ประเด็นถกเถียงหลักภายในเฟดคือ ควรลดดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อพยุงตลาดแรงงาน หรือคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และรายงาน PCE จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับการถกเถียงดังกล่าว

ด้านสกุลเงินอื่น ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่า 0.08% มาอยู่ที่ 0.7055 ดอลลาร์ แต่คาดว่าจะลดลงเพียง 0.2% ในรอบสัปดาห์ จากแรงหนุนของคาดการณ์ดอกเบี้ยในประเทศที่ยังอยู่ในโทนเข้มงวด ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์มีแนวโน้มร่วงราว 1.2% ในสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางนิวซีแลนด์ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย โดยล่าสุดเคลื่อนไหวที่ 0.5967 ดอลลาร์

ในฝั่งญี่ปุ่น เงินเยนอ่อนค่า 0.05% มาอยู่ที่ 155.08 เยนต่อดอลลาร์ หลังข้อมูลชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีของญี่ปุ่นอยู่ที่ 2.0% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสองปี

อภิจิต ซูรยา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Capital Economics มองว่า ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สร้างแรงกดดันเพียงพอให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น กลับมาเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว ค่าจ้างปรับเพิ่ม และแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูง ก็ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...