“ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่า จ่อปิดสัปดาห์แข็งแกร่งสุดรอบ 4 เดือน รับเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด
"ดอลลาร์สหรัฐ" มีแนวโน้มแข็งค่ากว่า 1% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลข Core PCE และ GDP สหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะต่อไป
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยผลงานแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยได้แรงหนุนจากชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด มุมมองเชิงเข้มงวดมากขึ้น (hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ทำให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
ในช่วงข้ามคืน ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หลังข้อมูลชี้ว่าจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ขณะที่ในการซื้อขายช่วงเช้าในเอเชียวันศุกร์ ดอลลาร์ยังทรงตัวแข็งค่า ส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 1.3457 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มร่วงเกือบ 1.5% ในรอบสัปดาห์ ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อย 0.02% สู่ระดับ 1.1768 ดอลลาร์ และคาดว่าจะลดลงราว 0.8% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานธนาคารกลางยุโรป
เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดี ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 97.89 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะถือเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน
โจเซฟ คาปูร์โซ นักกลยุทธ์จาก Commonwealth Bank of Australia ระบุว่า จะไม่แปลกใจหากดอลลาร์ยังคงแข็งค่าต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยอ้างถึงรายงานการประชุมเฟดล่าสุดที่สะท้อนว่า ผู้กำหนดนโยบายหลายรายยังเปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงเหนียวตัว
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ยังช่วยหนุนสถานะดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังโดนัลด์ ทรัม์ เตือนว่าอิหร่านต้องบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะเผชิญสิ่งเลวร้าย และกำหนดเส้นตาย 10-15 วัน พร้อมทั้งเผชิญคำขู่ตอบโต้จากเตหะราน หากสหรัฐโจมตีฐานทัพในภูมิภาค
คาปูร์โซ เตือนว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลง อาจส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและตลาดเงินอย่างรุนแรง และจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าดอลลาร์ยังคงรักษาสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้หรือไม่
ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) และตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐ ในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินระยะถัดไป ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้ แต่โอกาสในการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนลดลงเหลือประมาณ 58% จาก 62% ในสัปดาห์ก่อนหน้า
คริส แซคคาเรลลี ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Northlight Asset Management ระบุว่า ประเด็นถกเถียงหลักภายในเฟดคือ ควรลดดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อพยุงตลาดแรงงาน หรือคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และรายงาน PCE จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับการถกเถียงดังกล่าว
ด้านสกุลเงินอื่น ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่า 0.08% มาอยู่ที่ 0.7055 ดอลลาร์ แต่คาดว่าจะลดลงเพียง 0.2% ในรอบสัปดาห์ จากแรงหนุนของคาดการณ์ดอกเบี้ยในประเทศที่ยังอยู่ในโทนเข้มงวด ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์มีแนวโน้มร่วงราว 1.2% ในสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางนิวซีแลนด์ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย โดยล่าสุดเคลื่อนไหวที่ 0.5967 ดอลลาร์
ในฝั่งญี่ปุ่น เงินเยนอ่อนค่า 0.05% มาอยู่ที่ 155.08 เยนต่อดอลลาร์ หลังข้อมูลชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีของญี่ปุ่นอยู่ที่ 2.0% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสองปี
อภิจิต ซูรยา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Capital Economics มองว่า ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สร้างแรงกดดันเพียงพอให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น กลับมาเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว ค่าจ้างปรับเพิ่ม และแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูง ก็ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
อ้างอิง : www.reuters.com