‘ธรรมนัส’ เปรยตอนรักกันน้ำต้มผักยังหวาน ลั่นไม่กลัวโดนบีบ พร้อมสวนกลับ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าหากพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลต้องไม่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี ว่า ตั้งแต่ปี 2562 ตนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นในฐานะนักการเมือง ตนพร้อมให้มีการตรวจสอบ และพร้อมรับว่าผลจะเป็นอย่างไร จึงมั่นใจว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่ใช่ข้ออ้าง
เมื่อถามว่าเขามีความตั้งใจอยู่แล้วใช่หรือไม่ แต่เอาเรื่องคุณสมบัติมาอ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปตอบแบบนั้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เรายังรอผลคะแนนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ชัดเจนก่อน
เมื่อถามต่อว่ามองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย หลักการก็มีแค่นั้นเอง ความผิดสำเร็จไปแล้ว ถ้าผมผิดคุณสมบัติผมไม่ได้”
เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าพรรคกล้าธรรม ถูกบีบไม่ให้มีทางเลือกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่เคยกลัวใครจะบีบ ใครบีบมาเดี๋ยวสวนกลับ เมื่อถามอีกว่ามองอย่างไรกับข้อเสนอที่ให้โหวตนายกรัฐมนตรีไปก่อนแล้วค่อยเกลี่ยกระทรวงทีหลัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "การเมืองไม่มีหรอก มันไม่สวยแบบนั้น"
เมื่อถามต่อว่ามีการติดต่อเข้ามาบ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยืนยันคำพูดเดิมว่า ตนยังเป็นห่วงเรื่องของบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งสีชมพู เพราะตนได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหลายคนว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วง บางครั้งเราให้ความสนใจกับการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ให้ความสนใจที่มาที่ไป
เมื่อถามอีกว่าการที่ ร.อ.ธรรมนัสส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะแสดงว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในสมการร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ส่งสัญญาณ ตนบอกสื่อมวลชนแล้วว่าอย่าไปตีความผิดฟังให้ชัด อย่าไปเสี้ยมให้ตนทะเลาะกับใคร และตนต้องถามว่าการเป็นนักการเมืองต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียวหรือ
เมื่อถามว่าตอนนี้ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อพรรคกล้าธรรมเปลี่ยนไปจากตอนที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "คนเราตอนรักกันน้ำต้มผักก็ว่าหวาน และเมื่อเช้ากินน้ำต้มผักก็ยังหวาน ยืนยันเราไม่ได้ทะเลาะกัน สื่อพยายามจะดึงผมหลงทาง แต่ผิดแล้วนัสไม่หลงทาง"
เมื่อถามต่อว่าหากจะร่วมรัฐบาล เขาวางเงื่อนไขว่าพรรคกล้าธรรมต้องไม่นั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรับได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปีนี้ตนอายุ 61 ปีแล้วไม่เห็นว่าตรรกะทางการเมืองจะต้องเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ คนที่เป็นนักการเมืองอยากชนะเลือกตั้ง ส่วนคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็อยากเป็นรัฐบาลมีแค่นั้น
เมื่อถามย้ำว่าทำไมสายสัมพันธ์ของพรรคกล้าธรรมตอนนี้ถึงต่อกันไม่ติดกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ใครบอกต่อกันไม่ติด พวกเราชอบมโนกันไปเอง ว่าทะเลาะกันหรือชอบกัน อะไรรักกันไม่เคยถาม ยืนยันว่ายังรักกันดี ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดใคร เห็นแต่สื่อมวลชนไปเขียน เคยได้ยินจากปากตนหรือไม่ ส่วนยังรักนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ร้องโอ้ พร้อมกล่าวว่า "ชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย" ทั้งนี้ ในช่วงที่ตนเดินทางไปยุโรป ยังเปิดโทรศัพท์ตลอดเวลา
เมื่อถามว่าตั้งแต่หลังเลือกตั้งได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย และนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังเลือกตั้งยังไม่ได้พูดคุยกับใคร เจอในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็คุยกันปกติ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเล็ก ทยอยไปรวมตัวกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส ถามกลับว่า รู้จักคำว่าภาพลวงตาไหม เมื่อถามย้ำว่าจะลวงอีกนานไหม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มันก็ลวงไปลวงมา.